"นภาภร"คุ้ย"ปมทุจริตซ้ำซากเปิด"คุณนาย อ.-สจ.คนดัง"อ้าง3ป.หากิน

วันที่ 18 ก.พ. 2564 เวลา 19:48 น.
"นภาภร"คุ้ย"ปมทุจริตซ้ำซากเปิด"คุณนาย อ.-สจ.คนดัง"อ้าง3ป.หากิน
"เสรีรวมไทย" กล่าวหา "3 ป."เอี่ยวทุจริตซ้ำซาก เผยชื่อคุณนาย อ.-สจ.คนดัง เป็นนายหน้า ขายช่วงงานให้ผู้รับเหมา โครงการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก กินส่วนต่าง นำเงินหลวงเข้ากระเป๋าตนเอง

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่รัฐสภา น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ประเด็นการทุจริตคอร์รัปชันซึ่งดำเนินการอย่างซ้ำซาก นำงบประมาณแผ่นดินเข้ากระเป๋าตนเองและพวกพ้องด้วยวิธีค้างบประมาณแผ่นดิน โดยเมื่อเดือนพ.ค. 2557

ทั้งสามคนร่วมกันทำการรัฐประหารด้วยเหตุผลว่ารัฐบาลก่อนหน้าทุจริต แต่หลังรัฐประหาร 2 เดือนก็มีการเล่นแร่แปรธาตุ มีการอนุมัติงบประมาณกว่า 17,000 ล้านบาทให้กับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทยที่พล.อ.อนุพงษ์นั่งเก้าอี้นี้มานานกว่า 7ปี ถามว่ามีดีอะไรและหอมหวนอย่างไร จากนั้นได้แก้ไขกฎระเบียบบางประการให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ที่ในขณะนั้นพล.อ.ประวิตรกำกับดูแลในฐานะรมว.กลาโหมได้รับสิทธิพิเศษประเภทไม่บังคับการจ้างพัฒนาหรือก่อสร้างปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งน้ำให้กับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นๆของรัฐ ทำให้เขาไปเอางบประมาณไปทำโดยไม่ต้องประกวดราคาแข่งขันกับใคร เหมือนกับเป็นการเตรียมการไว้

โดยอผศ.ไม่ได้ลงมือทำเองแต่ไปจ้างที่อื่นทำถือว่าทุจริตเกิดความเสียหายโดยมีคุณนายอ.และสจ.คนดังในจ.สุพรรณบุรีที่ใกล้ชิดกับพล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ ทำหน้าที่ประสานงานกับผู้ใหญ่ในกระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อหาผู้รับเหมามารับงาน ซึ่งอผศ.เหมือนเป็นนายหน้าเข้าไปรับงานจากปภ. ที่ผ่านมามีการแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปราม และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ามีการเก็บค่าหัวคิวการขุดลอกคูคลองโดยมีการอ้างชื่อพล.อ.ประวิตรแต่พล.อ.ประวิตรกลับไม่มาแสดงตนว่าเป็นบุคคลที่ถูกอ้างชื่อและเป็นผู้เสียหาย ทำให้พนักงานสอบสวนไม่สามารถสอบสวนได้และยังเกิดปัญหาแบบนี้อีกหลายจังหวัด

น.ส.นภาพร กล่าวว่า รวมถึงที่ผ่านมายังมีข่าวยืนยันจากนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคมว่าได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้รับเหมาในจ.สงขลาว่ามีการทำนิติกรรมอำพรางในอผศ.เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ ขอถามว่าวันนี้นายถาวรได้เป็นรัฐมนตรีในครม.ชุดนี้ถามว่ายังอยากเอาผิดผู้ใหญ่คนดังกล่าวอยู่หรือไม่ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ทั้งพล.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ต่างก็รับทราบแต่ไม่ดำเนินการอะไร เมื่อพบการทุจริตชัดเจนรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร แม้ต่อมาก็ได้ยกเลิกโครงการดังกล่าวของอผศ.ไป

นอกจากนี้ยังปรากฏว่ามีการเรียกเก็บค่าหัวคิวจากโครงการบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมที่ผ่านครม.มากว่า 20,000 โครงการ ผ่านงบประมาณประจำปี 63 ในวงเงินกว่า 10,691 ล้านบาท โดยรัฐบาลชุดนี้เปลี่ยนมาใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบพิเศษ ไม่ต้องประกวดราคามีการหั่นซอยโครงการ ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายค้านพยายามอภิปรายตัดงบฯ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ และเกิดการใช้งบประมาณผิดวัตถุประสงค์

อีกทั้งยังเป็นกลุ่มใหญ่กลุ่มเดิมที่มีคุณนายอ.และสจ.คนดังเข้ามารับงานเหมือนเดิมจากนั้นก็นำงานไปขายให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่น และยังมีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย กลายเป็นวงจรอุบาทว์หากินจากงบฯแผ่นดิน ซึ่งรัฐบาลไม่ใส่ใจแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น อย่างไรก็ตามหวังว่านายถาวรและพรรคประชาธิปัตย์จะโหวตไม่ไหววางใจเช่นเดียวกับตน และตนจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดนี้ร้องเรียนต่อป.ป.ช.ตรวจสอบต่อไป

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงว่า องค์การทหารผ่านศึกเป็นองค์การกุศล เพื่อดูแลทหารผ่านศึก และจากการประชุมคณะรัฐมนตรี ในปี 2556 สมัยที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งองค์การทหารผ่านศึกได้รับสิทธิพิเศษ ประเภทได้รับงานด้านการพัฒนาก่อสร้างปรับปรุง ฟื้นฟูแหล่งน้ำ และได้เริ่มฟื้นฟูพัฒนาแหล่งน้ำมาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีปัญหา ไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน จนนำไปสู่การร้องเรียนต่อองค์การทหารผ่านศึก จึงได้ชี้มีการแจงข้อเท็จจริงให้ป.ป.ชและสตง.ทราบ และปัจจุบันยังไม่มีการชี้มูลความผิดในส่วนขององค์การทหารผ่านศึก โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติระงับสิทธิพิเศษในปี 2560 ซึ่งองค์การทหารผ่านศึกไม่ได้รับการคุ้มครองมาจากหน่วยใดอีกเลยจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ยังระบุอีกว่า ทางรัฐบาลไม่ได้ดำเนินการอะไร การที่มาอ้างตนเอง เอาชื่อไปรับเงิน รับทอง ตนจะไปรู้หรือว่าใครเป็นคนอ้าง คนไหนที่เชื่อก็เชื่อไป ตนไเองม่ทราบเลย เพราะฉะนั้นอยากจะบอกว่าไม่มีเจตนา ที่จะทุจริตหรือกระทำการใดๆที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมกับยืนยันว่าไม่มีรายรับจากสิ่งต่างๆเหล่านี้

ขณะที่ น.ส.นราพร ได้ประท้วงว่า พล.อ.ประวิตร ตอบไม่ตรงคำถาม ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้ชี้แจงว่า ตามที่ได้มีการกล่าวหามา หากอยากรู้ว่าเป็นรายชื่อของใคร ก็ขอให้ส่งมา ตนเองจะสอบให้ว่าใครเป็นคนดำเนินการ รายละเอียดต่างๆเพราะตนอยู่ข้างบนก็ไม่ทราบว่าเขารับกัน 30 : 40 หรืออะไรตามที่ น.ส.นราพร กล่าว