พท.แถลงย้ำจุดยืนไม่ร่วมสังฆกรรมคกก.สมานฉันท์

วันที่ 04 ธ.ค. 2563 เวลา 15:33 น.
พท.แถลงย้ำจุดยืนไม่ร่วมสังฆกรรมคกก.สมานฉันท์
หัวหน้าพรรคเพื่อไทยยันฝ่ายค้านไม่ส่งตัวแทนร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ชี้องค์ประกอบของคณะกรรมการไม่เป็นกลางคู่ขัดแย้งไม่เข้าร่วมยากหาทางออกได้

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงหลังประชุมพรรคว่า กรณีที่ทางสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือมายังพรรคพท. ขอให้ฝ่ายค้านเสนอชื่อบุคคล 2 ท่าน เพื่อเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ ที่สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ดำเนินการนั้น ที่ประชุมมีมติว่า เราจะไม่ส่งตัวแทนเข้าไปเป็นคณะกรรมการชุดนี้ เนื่องจากเหตุผล 2 ประการ คือ องค์ประกอบของคณะกรรมการยังไม่เป็นกลางจนเราสามารถเข้าไปร่วมได้ และเท่าที่ทราบคู่ขัดแย้งบางส่วนปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับคณะกรรมการดังกล่าว ดังนั้น เมื่อคู่ขัดแย้งปฏิเสธแบบนี้แล้วทางออกจะจบลงอย่างไร

สำหรับคณะกรรมการสมานฉันท์ มีกรรมการทั้งสิ้น 21 คน ประกอบด้วย 1.ผู้แทนฝ่ายผู้ชุมนุม 2 คน (กลุ่มเรียกร้องเห็นต่างกับรัฐบาล) 2.ผู้แทนรัฐบาล 2 คน 3.ผู้แทน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 2 คน 4. ผู้แทน ส.ส.ฝ่ายค้าน 2 คน 5.ผู้แทนสมาชิกวุฒิสภา 2 คน 6.ผู้แทนฝ่ายที่มีความเห็นอื่น 2 คน ( กลุ่มเรียกร้องเห็นด้วยกับรัฐบาล ) 7. ผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย บุคคลซึ่งที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยเสนอชื่อ 3 คน โดยคำนึงถึงตัวแทนให้ครอบคลุมถึงภูมิภาคต่างๆ บุคคลซึ่งที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเสนอ 1 คน บุคคลซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลเสนอ 1 คน ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ในการทำงานด้านการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ 4 คน รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นเลขานุการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 4 คน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า ในส่วนของการทำงานติดตามสถานการณ์ในสภาฯ นั้น ขณะนี้มี 4 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยู่ในวาระ 2โดย พรรค แปรญัตติในชั้นกรรมาธิการฯถึง 37 คน 2.กฎหมายประชามติ ซึ่งจะประเมินสถานการณ์ต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เหมือนการทำประชามติรัฐธรรมนูญปี 60 ที่จำกัดสิทธิและไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น 3.คณะกรรมการสมานฉันท์พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติไม่เข้าร่วม และ 4.สถานการณ์ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมาที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สิ้นสุดลงหรือไม่กรณีพักอยู่บ้านหลวง ซึ่งทุกคนคงทราบคำวินิจฉัยแล้ว

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกต 2 เรื่อง คือ 1.ระเบียบของกองทัพบกว่าด้วยบ้านพักรับรองนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ 2.มีการเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้บ้านพักรับรองในภายหลังหรือไม่ ซึ่งพรรคได้มอบหมายให้ ส.ส.ไปติดตามและแสวงหาข้อเท็จจริงต่อไป

ทั้งนี้เมื่อถามว่า ประเด็นบ้านพักฝ่ายค้านจะนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า เราต้องนำข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นไปตรวจสอบให้ชัดเจนว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถ้าเข้าข่ายผิดกฎหมายก็จะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่การประชุมสภาฯสมัยนี้สามารถยื่นญัตติได้ถึงเดือน ก.พ.64 ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเรื่องต่างๆ อยู่ ซึ่งมีผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งบประมาณที่ไม่ชอบมาพากลอยู่พอสมควร หากได้รายละเอียดครบถ้วน จะนำไปซักฟอกรัฐบาลในสภาฯ อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ขออุบไว้ก่อนใกล้ถึงเวลาอภิปรายจะมีการเปิดเผยต่อไป แต่รับรองว่าฝ่ายค้านมีข้อมูลเด็ดแน่นอนทั้งในส่วนของนายกฯ และรัฐมนตรีคนอื่นๆ