posttoday
เสรีรวมไทย ชี้คำแถลงบิ๊กตู่ เติมเชื้อไฟ ขยายความขัดแย้ง

เสรีรวมไทย ชี้คำแถลงบิ๊กตู่ เติมเชื้อไฟ ขยายความขัดแย้ง

20 พฤศจิกายน 2563

ธนภร โสมทองเเดง ชี้ คำแถลงการณ์ของนายกฯใช้กฎหมายเข้มข้นทุกมาตรา เท่ากับขยายความขัดแย้ง เติมเชื้อไฟ ดักคอ ห้ามรัฐประหาร

นางสาวธนภร โสมทองเเดง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมออกแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองหลังม็อบยกระดับชุมนุม ใช้ทุกกฎหมายที่มีอยู่ จัดหนักทุกการชุมนุม เฉียบขาดเข้มข้น หลังจากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย ขัดแย้ง รุนแรง..”นั้น เห็นว่า ความเห็นต่างทางการเมืองมีทุกประเทศทั่วโลก การรับฟังความคิดเห็นต่างตรงนี้ เป็นภาวะผู้นำของผู้นำประเทศ ควรเจรจาพูดคุย เปิดโต๊ะพูดคุยกัน ไม่ใช่ใช้กฎหมายปิดปากประชาชน จะเห็นได้จากประวัติศาสตร์ทางการเมืองเหตุการณ์พฤษภาทมิฬในปี 2535 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 นายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ทำให้ขาดการยึดโยงกับประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอย่างแท้จริง บุคคลภายนอกเข้าสู่อำนาจได้ เป็นการสืบทอดอำนาจจากคณะรัฐประหารซึ่งไม่ต่างจากการออกแบบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เมื่อกติกาที่ออกแบบไม่เป็นธรรม ควรจะแก้ไข โดยใช้กลไกรัฐสภา เพราะการเมืองต้องแก้ปัญหาด้วยการเมือง ไม่ใช่ เห็นพี่น้องประชาชนผู้เห็นต่างทางการเมืองโดยเฉพาะนิสิต นักศึกษา เด็ก เป็นศัตรูทางการเมือง จะใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดจัดการ เป็นการราดน้ำมันเข้าลงกองไฟ มิคสัญญีทางการเมืองแน่นอน จะนำไปสู่การรัฐประหาร

นางสาวธนภรฯ กล่าวว่า แนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 255 บัญญัติว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทํามิได้..”ซึ่งได้ควบคุมกลไกการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไว้แล้ว แต่ปรากฏว่าในมติการประชุมรัฐสภา ญัตติร่าง 7 ของไอลอว์ ในมาตรา 256(3) การพิจารณาวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ ร่างดังกล่าวตกไป เป็นที่น่าเสียดาย เพราะร่างดังกล่าวมาจากประชาชน ไม่ใช่ประชาชนส่วนน้อยของประเทศ แต่ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขกฎหมายแม่บท รัฐบาลขาดความจริงใจในการแก้ปัญหา ดังนั้น ในการประชุมพิจารณาในวันที่ 17,18 พฤศจิกายน 2563 โหวตรับรองวาระ 1 จึงเป็นเพียงประวิงเวลาจากการประชุมสมัยสามัญที่ผ่านมา ถือได้ว่า เป็นเพียงการสับขาหลอกประชาชนผู้เห็นต่างทางการเมืองเท่านั้นเพราะตัวแปรอยู่ที่ สมาชิกวุฒิสภา 1 ใน 3 หรือ 84 เสียงเท่านั้น เพราะอย่าลืมว่า รากเหง้า สว.250 คน ท่านได้แต่ใดมา ผลของความไม่จริงใจในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ทำให้ประชาชนติดตามการประชุมโดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ อยากเห็นการพัฒนาของประเทศตามแนวทางประชาชนมาติดตามการประชุมถึงหน้ารัฐสภาเพราะไม่ไว้วางใจการทำหน้าที่ของฝ่ายอนุรักษ์นิยม แต่ฝ่ายรัฐบาลกลับปล่อยให้เสื้อเหลืองเข้ามาชุมนุมแล้วปล่อยเกิดเหตุการณ์ปะทะกัน และเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่โดยการฉีดนำความดันสูง ยิงแก๊สน้ำตา และกระสุนปืนไม่ทราบฝ่าย ปัญหาเหล่านี้ จะไม่เกิดขึ้น หากใช้การประนีประนอมพูดคุยทุกฝ่ายและที่สำคัญ ต้องมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา

นางสาวธนภรฯ กล่าวว่า ในปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ โรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆปิดตัว ลอยแพลูกจ้างจำนวนมาก นโยบายออกคนละครึ่งของรัฐบาลเอาภาษีพี่น้องประชาชนไปละเลง ลักษณะประชานิยม ไม่ใช่ประชารัฐ เสมือนการซื้อเสียงล่วงหน้า เพิ่มคะแนนนิยม ไม่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกรณีสหรัฐประกาศระงับสิทธิพิเศษทางการค้า สินค้าไทยเพิ่มเติม 231 รายการ ภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป หรือ "GSP" โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 30 ธันวาคม 2563 โดยระบุว่าประเทศไทยไม่มีการเปิดตลาดสินค้าสุกรและผลิตภัณฑ์อย่างเป็นธรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศโดยตรง ล้วนแต่เป็นปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน แต่ในทางกลับกัน พลเอกประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี ยังเมาหมัด แถมยังประกาศใช้บังคับกฎหมายจัดการกับผู้ชุมนุมอย่างเด็ดขาด เห็นประชาชนเป็นศัตรู ยิ่งเรียกแขกให้ประชาชนลงถนนชุมนุมยืดเยื้อในบริเวณย่านเศรษฐกิจสำคัญ อันมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ

ข่าวล่าสุด

ประธาน ส.อ.ท. กังวล ภาษีสหรัฐ-หนี้ครัวเรือน อุปสรรค SME ครึ่งปีหลัง

ประธาน ส.อ.ท. กังวล ภาษีสหรัฐ-หนี้ครัวเรือน อุปสรรค SME ครึ่งปีหลัง