ฮือฮา!"ธรรมนัส"ตั้ง"เสธหิ-ไพร พัฒโน"เป็นที่ปรึกษาคุมพื้นที่ภาคใต้

วันที่ 30 ก.ย. 2563 เวลา 15:46 น.
ฮือฮา!"ธรรมนัส"ตั้ง"เสธหิ-ไพร พัฒโน"เป็นที่ปรึกษาคุมพื้นที่ภาคใต้
"ธรรมนัส พรหมเผ่า"แต่งตั้งอดีตนายทหารคนดัง"เสธหิ"-ไพร พัฒโน ลูกหม้อพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่ปรึกษารมช.เกษตรฯเพื่อไปดูแลพื้นที่ภาคใต้

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่  1118/2563 เมื่อวันที่ 29 ก.ย.เรื่องแต่งตั้งคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยแต่งตั้ง นายหิมาลัย ผิวพรรณ หรือเสธหิ อดีตนายทหารคนดัง และ นายไพร พัฒโน อดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกเทศมนตรีหาดใหญ่ เป็นคณะที่ปรึกษารัฐมนตรี

ทั้งนี้ ในคำสั่งระบุว่า เพื่อให้การปฎิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรแลสหกรณ์สามารถปฎิบัติตามนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อสภาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงแต่งตั้งบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถ เป็นคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีอำนาจหน้าที่ประสานงาน สนับสนุนภารกิจของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นจังหวัดตรังและจังหวัดพัทลุง

อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งครั้งนี้ได้สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก เนื่องจากเสธหินั้นไม่ได้เป็นคนพื้นเพทางภาคใต้ แต่เป็นผู้กว้างขวางระดับประเทศ ขณะที่นายไพรถือเป็นลูกหม้อของพรรคประชาธิปัตย์แต่มีแนวโน้นจะย้ายค่ายอีกคน

สำหรับ นายหิมาลัยนั้นเดิม คือ พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธ.หิมาลัย โดยตกเป็นข่าวคึกโครมเป็นผู้ต้องหาในคดีเข้าบุกรุกทำให้เสียทรัพย์ กักขังหน่วงเหนี่ยว กรณีรื้อบาร์เบียร์ย่านสุขุมวิทปี 2546 โดยร่วมกับนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย และจำเลยอีกหลายคน ต่อมาศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้ พ.ท.หิมาลัย ต้องโทษจำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา

หลังจากนั้นได้มี มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอด พันโท หิมาลัย ผิวพรรณ ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้ลงโทษจำคุกเนื่องจากมีความผิดฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.ยศทหาร พ.ศ. 2479 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ยศทหาร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2501 ประกอบกับระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดํารงอยู่ในยศทหาร และบรรดาศักดิ์ พ.ศ. 2507 ข้อ 2 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย ที่บุคคลดังกล่าวได้รับพระราชทานอีกด้วย โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรี เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

ขณะที่ นายไพร ถือเป็นลูกหม้อของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)จังหวัดสงขลา โดยเป็นส.ส.สงขลา หลายสมัย ก่อนจะเบนเข็มลงไปเล่นการเมืองท้องถิ่นเป็นนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ และในการเลือกตั้งส.ส.ที่ผ่านมา นายไพร ได้ลาออกจากนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เพื่อลงสมัคร ส.ส.เขต 3 แทนนายนายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตส.ส.ส.สงขลา แต่ท้ายที่สุดเคลียร์กันไม่ลง นายไพร จึงขอถอนตัว เพื่อขอกลับมาลงสมัครนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่อีกครั้งในสมัยหน้า ซึ่งมีกระแสว่านายไพร จะย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ

บทความแนะนำ