จตุพรเรียกร้องยุบสภา ผ่าทางตันแก้รธน.

วันที่ 24 ก.ย. 2563 เวลา 18:18 น.
จตุพรเรียกร้องยุบสภา ผ่าทางตันแก้รธน.
จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. เรียกร้องยุบสภา ผ่านทางตันแก้รธน. ส.ว.ต้องประกาศเจตนารมณ์ไม่โหวดเลือกนายกฯ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk ว่า การลงมติทั้ง 6 ญัตติแก้ รธน.นั้น เป็นของฝ่ายรัฐบาล 1 ญัตติ และจากฝ่ายค้าน 5 ญัตติ โดยก่อนหน้านี้ประเมินกันว่า 5 ญัตติของฝ่ายค้านจะถูกคว่ำทั้งหมด แต่การอภิปรายในสภาเมื่อ 23 ก.ย.นั้น กลับสะท้อนถึง ส.ว.ส่วนใหญ่ไม่ยอมให้แก้ รธน.เลย โดยเข้าทำนองว่า รธน.ข้าใครอย่าแตะ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดปัจจุบันแถลงนโยบายจะแก้ รธน. หากในช่วงการลงมติในวันนี้ (24 ก.ย.) ส.ว.คว่ำทั้ง 6 ญัตติแล้ว ตนเชื่อว่า รัฐบาลก็จะอยู่ยากเช่นกัน เพราะหัวหน้า คสช. คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามแต่งตั้ง ส.ว.ทั้ง 250 คน ย่อมถูกลากดึงให้มาร่วมรับผิดชอบในการลงมติแก้ รธน.ของ ส.ว.ด้วย

"ผมยังเชื่อว่า คนที่จะชี้ในสถานการณ์นี้ต้องตัดสินใจ หากทั้ง 6 ร่างแก้ รธน.ไม่ผ่านเลยนั้น จะเป็นจุดพลิกผัน แต่อย่างไรผมเชื่อว่า ต้องผ่านสักหนึ่งร่างแก้ รธน.ของรัฐบาล ส่วนร่างของฝ่ายค้านเชื่อว่า ไม่ผ่าน ซึ่งก็เป็นเรื่องดี ที่ประชาชนจะมีความหวังได้บ้าง"

นายจตุพร กล่าวว่า ถ้าผ่านเฉพาะแก้ รธน. มาตรา 256 แล้ว ในขั้นตอนคณะกรรมาธิการต้องเจอวิบากอีกมากมายเป็นอุปสรรค ดังนั้น ในสถานการณ์ประเทศเช่นนี้แล้ว ตนจึงเรียกร้องให้ยุบสภาดีกว่า แล้ว ส.ว.ก็ประกาศเจตนารมณ์จะไม่โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีสวนทางกับเสียง ส.ส.

อย่างไรก็ตาม ถ้ายังไม่มีการตัดสินใจให้ ส.ว.ลงมติเช่นไรแล้ว โดยปล่อยให้โหวตเสรีกัน ตนเชื่อว่า ญัตติแก้ รธน.ทั้ง 6 ร่างต้องถูกคว่ำแน่นอน เพราะจะไม่มีเสียง ส.ว.ถึง 84 เสียงตามเงื่อนไขการแก้ รธน.เลย

ดังนั้น ถ้าร่างแก้ รธน.ทั้ง 6 ร่างถูกคว่ำแล้ว จะเป็นบรรยากาศที่น่าสนใจอีกแบบหนึ่ง คือเท่ากับไปปลุกประชาชนออกมาชุมนุม ความตึงเครียดจะเกิดขึ้นมา เมื่อผสมกับปัญหาปากท้อง ยิ่งจะทำให้เกิดสถานการณ์คว่ำทั้งกระดาน เมื่อไม่ยอมเสียสละอำนาจกันแบบนี้

นายจตุพร ยืนยันว่า ท่ามกลางบรรยากาศของประเทศไทยขณะนี้ ขอคนคุมและตัดสินใจในเสียงวุฒิอย่าเสี่ยงดีกว่า ขอให้ใจเย็นๆ ถ้าลองดีกับประชาชนแล้ว ตนว่าเหนื่อย อีกอย่างพรรคร่วมรัฐบาลที่ประกาศหาเสียงแก้ รธน.แล้ว จะถูกประชาชนขับไล่ไปตามๆกัน

“วันนี้สิ่งที่ต้องคิดดึงฟืนออกจากไฟ ต้องมีทางให้ประชาชนมีความหวังบ้าง อย่าได้ทำร้ายจิตใจของประชาชนในทุกเรื่อง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่าห่วง จึงหวังว่า คนที่คุมเสียงในสภาต้องคิดให้หนักที่สุด ถ้าหักทุกอย่าง เอาแต่ประโยชน์ส่วนตัวแล้ว จะเกิดสถานการณ์พลิกผันอย่างน่ากลัว”

รวมทั้ง หวังว่า จะได้ไปคิดกันดีๆ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนจากเดิมมาก และบางเรื่องจะกลายเป็นชนวนกันง่ายนิดเดียว ตนเชื่อว่า จะเอาประชาชนไม่อยู่ และถ้าคว่ำกันทุกร่างแก้ รธน.แล้ว จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองอย่างแน่นอน

ส่วน ส.ว.บางคนยังเชื่อถึงขั้นว่า ไม่มีประชาชนเดือดร้อนกับ รธน. 2560 และบางคนบอกไม่โกงก็อย่ากลัว รธน. ซึ่งตนกังขาว่า ยังเชื่อ รธน. 2560 สามารถปราบโกงได้จริงหรือ อีกอย่างอย่าท่องแต่คาถาว่าผ่านประชามติ เนื่องจากประชามติครั้งที่ผ่านมา แทบไม่เป็นประชามติ เพราะประชามติแท้จริงแล้วต้องมีความเท่าเทียม เสรีภาพ เสมอภาค และยุติธรรมในการรณรงค์ ถ้าอ้างความเป็นประชามติแล้ว ยึดอำนาจฉีก รธน.ปี 2550 ทำไม

นายจตุพร กล่าวว่า ถ้าไม่ยอมเสียสละอะไรกันบ้างแล้ว ระวังจะล้มทั้งกระดาน เพราะกระบวนการที่มาของอำนาจต่างๆใน รธน. ทั้งองค์กรอิสระ ส.ว.ยังอยู่ภายใต้การยึดอำนาจทั้งหมด ทุกกระบวนการเหล่านี้ทำให้ประชาธิปไตยมีความอ่อนแอ

นอกจากนี้ การเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวจะทำให้ไม่มีพรรคการเมืองขนาดใหญ่ได้เสียงเกิดขึ้น ระบบการเมืองอ่อนแอ ดังนั้น ถ้าการแก้ รธน.ถูกหักด้ามพร้าด้วยเข่าแล้ว ประชาชนก็ต้องใช้เข่าหักกลับ คว่ำมาก็คว่ำไป ไม่จบไม่สิ้น

บทความแนะนำ