"วัฒนา"ยันไปศาลลุ้นคดีบ้านเอื้ออาทรพรุ่งนี้

วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลา 18:11 น.
"วัฒนา"ยันไปศาลลุ้นคดีบ้านเอื้ออาทรพรุ่งนี้
"วัฒนา เมืองสุข"ยันไปฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ คดีบ้านเอื้ออาทร ยันสู้คดีตามครรลองไปศาลทุกนัดโดยไม่เคยขอเลื่อนคดี เชื่อว่าการพิจารณาเป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่กระแสทางการเมือง

เมื่อวันที่ 23 ก.ย.นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ผมแปลกใจที่ผู้สื่อข่าวหลายสำนักโทรมาถามว่าผมจะไปฟังคำพิพากษาหรือไม่ ผมยอมรับผลคำพิพากษาที่จะออกมาในทางร้ายได้หรือไม่ เสมือนคาดเดาคำพิพากษาได้ล่วงหน้า

คดีนี้ผมถูกกล่าวหาว่า

(1) ผมใช้อำนาจในตำแหน่งรัฐมนตรีเข้าแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการและผู้ว่าการการเคหะเพื่อออกประกาศฉบับลงวันที่ 14 ตุลาคม 2548 ให้เป็นไปตามความต้องการของผม แต่ผลการไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุไว้อย่างขัดเจนว่าการออกประกาศดังกล่าวเป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าของโครงการ และดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ตามรายงานของ ป.ป.ช. เอกสารหมาย จ. 251 หน้า 46(2) ผลการออกประกาศดังกล่าวทำให้การเคหะเสียหายต้องรับซื้อโครงการในราคาที่แพงขึ้น แต่ผลการไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุว่าการออกประกาศดังกล่าวเป็นประโยชน์และไม่ทำให้การเคหะเสียประโยชน์ รวมทั้งไม่ทำให้ผู้ประกอบการได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น ตามรายงานของ ป.ป.ช. เอกสารหมาย จ. 251 หน้า 47 และ(3) ผมเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดจากผู้ประกอบการเพื่อตอบแทนการอนุมัติหน่วยก่อสร้างและการรับซื้อโครงการจากผู้ประกอบการ แต่ผลการไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุว่าผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติ ทุนจดทะเบียน และหลักประกันถูกต้องได้รับอนุมัติจำนวนหน่วยตามคำขอทุกราย นอกจากนี้อัยการสูงสุดยังมีความเห็นว่า พฤติกรรมของคดีคือผมใช้อำนาจครอบงำในลักษณะเป็นการใช้อำนาจกำหนดนโยบายต่างๆ แต่ไม่ปรากฏพฤติการณ์ที่เชื่อมโยงว่าผมใช้อำนาจไปเรียกรับเงิน ตามรายงาน ป.ป.ช. เอกสารหมาย จ. 251 หน้า 46 และตามบันทึกการประชุมระหว่างอัยการกับ ป.ป.ช. เอกสารหมาย จ. 354 หน้า 940

ผลการไต่สวนยังปรากฏว่าเจ้าหน้าที่การเคหะทุกคนปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ การอนุมัติหน่วยก่อสร้าง การรับซื้อโครงการเป็นไปอย่างถูกต้องทุกโครงการ ไม่มีการเอื้อประโยชน์ใดๆ แก่ผู้ประกอบการ และไม่มีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นกับการเคหะ ปรากฏตามเอกสารที่ถ่ายมาจากต้นฉบับที่ผมโพสต์มาให้ดูเป็นหลักฐาน

ในคดีอาญาภาระการพิสูจน์เป็นของโจทก์ โจทก์จะต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นจนปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดศาลจึงจะพิพากษาลงโทษจำเลย หลักฐานที่ผมโพสต์มาให้ดูคงเป็นคำตอบว่าเพราะอะไรผมจึงมีความมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง ผมสู้คดีตามครรลองและไปศาลทุกนัดโดยไม่เคยขอเลื่อนคดี ผมเชื่อว่าการพิจารณาพิพากษาคดีอาญาจะต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่เป็นไปตามความเชื่อหรือเป็นไปตามกระแสทางการเมือง

พรุ่งนี้เวลา 11.00 นาฬิกา เจอผมได้ที่ศาลฎีกาฯ ครับ