"ทนายอานนท์-เพนกวิน"ลุ้นอัยการนัดฟังคำสั่งคดีชุมนุม 24 ก.ย.นี้

วันที่ 21 ก.ย. 2563 เวลา 19:42 น.
"ทนายอานนท์-เพนกวิน"ลุ้นอัยการนัดฟังคำสั่งคดีชุมนุม 24 ก.ย.นี้
อัยการศาลแขวงดุสิตนัด "อานนท์-เพนกวิน" กลุ่มเยาวชนปลดแอก ฟังคำสั่งคดีชุมนุมหน้าทบ.-เสกคาถาผู้พิทักษ์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยฝ่าฝืนกฎหมาย เช้า 24 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่สำนักงานอัยการคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) ถ.บรมราชชนนี ฉิมพลี ย่านตลิ่งชัน พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้งได้นำสำนวนการกับสอบสวนเอกสารพยานหลักฐาน พร้อมความเห็นทางคดี กล่าวหา นายอานนท์ นำภา ทนายจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ , นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำกลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) , นายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคอนาคตใหม่ , น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง แกนนำกลุ่มเยาวชนภาคตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งทั้งหมดรวมตัวชุมนุมกลุ่มประชาชนปลดเเอก ผู้ต้องหาคดี ฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 , พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 , พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 กรณีจัดการชุมนุมปราศรัยหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ราชดำเนิน เมื่อ 20 ก.ค.63 มาส่งมอบให้พนักงานอัยการ พร้อมตัวผู้ต้องหา

อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนี้พนักงานสอบสวนสน.ชนะสงคราม ก็นำสำนวนเอกสารหลักฐานพร้อมความเห็นทางคดีกล่าวหา นางสุวรรณา ตาลเหล็ก , น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว , น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล , นายชาติชาย แกดำ , นายชูเวศ เดชดิษฐรักษ์ , นายณรงค์ ดวงแก้ว ผู้ต้องหาคดี ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 , พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ , พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กรณีเป็นผู้ร่วมจัดการชุมนุม "เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย" บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 3 ส.ค.63 ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ ฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต มาส่งมอบให้อัยการ พร้อมตัวผู้ต้องหาเช่นเดียวกันด้วย ขณะที่ อัยการสำนักงานคดีศาลแขวงดุสิต กำหนดนัดฟังคำสั่งผู้ต้องหาทั้ง 2 สำนวน ในวันที่ 24 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น.

ทั้งนี้ ระหว่างการมารายงานตัว นายพริษฐ์ ได้กล่าวถึงกรณีหมุดคณะราษฏร 2563 ที่ถูกเจ้าหน้าที่ถอนออกไปจากสนามหลวงในช่วงกลางดึกที่ผ่านมาว่า ไม่แปลกใจ แต่เชื่อว่าสำหรับหมุดคณะราษฏร 2563 มันได้ถูกปักลงกลางใจกลุ่มผู้ชุมนุมทุกคน และต่อจากนี้จะทำการจะมีการแจกไฟล์แบบ หมุดคณะราษฏร 2563 เพื่อให้กลุ่มผู้ร่วมชุมนุมนำไปหล่อ และไปปักตามที่ต่างๆ ที่อยากปักซึ่ง ส่วนตัวต่อจากนี้ อาจจะมีการนำหมุดไปปักตามจุดสำคัญต่างๆทั่วกรุง

สำหรับ หนังสือข้อเรียกร้องที่ยื่นไป เชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะไปไม่ถึงมือคนที่ตนเองตั้งใจไว้ แต่ทางแกนนำได้ อ่านคำเรียกร้องต่อหน้าสื่อมวลชนเพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศรับรู้ถึงเจตนารมย์และข้อเรียกร้องแล้ว ส่วนประเด็นที่มีหน่วยงานของรัฐ เดินทางเข้าแจ้งความเอาผิดกับกลุ่มแกนนำ เรื่องของการบุกรุกราชสถานส่วนตัวนั้น ตนมองว่าสนามหลวงเป็นสถานที่ที่ประชาชนคนไทยสามารถใช้ได้อย่างเสรีตั้งแต่อดีต ทั้งการเล่น หรือการพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงการชุมนุมแสดงออกทางความคิดเห็นที่แตกต่างทางการเมือง แต่มาในรัฐบาลนี้กลับพยายามยึดสนามหลวงให้เป็นทรัพย์สินส่วนตัว และปิดกั้นการเข้าถึงของประชาชน อีกทั้งปูนที่ทางกลุ่มแกนนำมีการเจาะเพื่อฝังหมุดคณะราษฎร์ ก็ไม่ได้มองว่าเป็นโบราณสถานหรือโบราณวัตถุเพราะปูนเพิ่งเทมาเพียง 3 ปี ขณะที่ทางกลุ่มแกนนำกลับมองว่า ตัวหมุดคณะราษฎร์ 2563 น่าจะเป็นศิลปะวัตถุที่ทางกรมศิลปากรควรจะต้องเข้ามาดูแลรักษามากกว่าการดำเนินคดีกับพวกตน เพราะถือเป็นศิลปะวัตถุที่จะมีผลทางประวัติศาสตร์ ของประเทศไทย ต่อไปในอนาคตเพราะเป็นหมุดที่แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งสำคัญ