ลาออกไปได้ถือเป็นเรื่องดี! "เสรีพิศุทธ์"แฉยับ "สิระ"ไม่ทำงาน เซ็นชื่อรับเบี้ยประชุม

วันที่ 03 ก.ย. 2563 เวลา 13:47 น.
ลาออกไปได้ถือเป็นเรื่องดี! "เสรีพิศุทธ์"แฉยับ "สิระ"ไม่ทำงาน เซ็นชื่อรับเบี้ยประชุม
"เสรีพิศุทธ์" ไล่ส่ง "สิระ พ้น กมธ.ป.ป.ช." บอก ลาออกไปได้ถือเป็นเรื่องดี แฉไม่ทำงาน เซ็นชื่อรับเบี้ยประชุม ฝาก "บิ๊กป้อม" ช่วยคัดคนมีความรู้ความสามารถมาช่วยทำงาน

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ในฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ ลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ ป.ป.ช. อ้างเหตุไม่สามารถทำงานร่วมกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ว่า นายสิระควรพูดตรงๆ ว่าไม่มีความรู้ความสามารถ

“ลาออกไปได้ก็ถือเป็นเรื่องดี และขอฝากถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สรรหาคนที่มีความรู้ความสามารถ ตั้งใจทำงาน มาดำรงตำแหน่งแทนนายสิระ เพราะตั้งแต่นายสิระเข้ามาเป็นกรรมาธิการ ป.ป.ช. ก็มาป่วนตลอด เป้าหมายทุกคนรู้ดีว่าเข้ามาขวางการตรวจสอบประเด็นถวายสัตย์ปฏิญาณของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่สำเร็จ” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังฝากถึงนายสิระว่า ในเมื่อได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการกฎหมายฯ ก็ควรจะวางตัวให้เหมาะสม และเมื่อเป็นประธานกรรมาธิการแล้ว ก็ไม่ควรจะมาเป็นกรรมาธิการในคณะอื่น แต่ที่นายสิระยังคงอยู่ ก็เพราะต้องการเบี้ยประชุม

“ตรวจสอบได้เลย มาประชุมไม่กี่นาที บางวันก็มาประชุม 1 นาที 5 นาที ถือเป็นการทุจริตหรือไม่ ไม่ได้ทำอะไร แต่มาเซ็นชื่อเอาเบี้ยประชุม จึงฝากไปยังประชาชนให้จับตา ส.ส.ที่ไม่สนใจทำงาน ซึ่งไม่ได้มีแค่นายสิระ แต่มีอีกหลายคน ยังไม่ขอเปิดเผย ผมได้จดข้อมูลบันทึกไว้หมดแล้ว” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณี นายสิระ บุว่าตนได้ไปยุให้นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ดำเนินคดีกับนายสิระ กรณีมีคลิปของนายมงคลกิตติ์ ไปพูดคุยกับบริษัทเอกชนรายหนึ่ง ทั้งนี้นายสิระ อ่านหนังสือก็ไม่เป็น หูฟังก็ไม่รู้เรื่อง กรณีนี้ตนได้พูดไปว่านายสิระนำคลิปมาเผยแพร่เป็นเรื่องของบริษัท กับนายมงคลกิตติ์ ตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งขณะนั้นเขายังไม่ได้เป็นส.ส. ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องของบุคคลธรรมดากับบริษัท ผู้เสียหายหรือเจ้าทุกข์คือบริษัทที่จะต้องไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายมงคลกิตติ์ ในเรื่องกรรโชกทรัพย์ได้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับสภาฯ นอกจากนี้นายสิระ ไม่มีอำนาจไปเรียกคนที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน ถ้าไปเรียกมาสอบเขาอาจจะมาร้องทุกข์หรือแจ้งความ หรือมีหนังสือมาถึงตนในฐานะประธานกมธ.ป.ป.ช. ให้ดำเนินคดีกับนายสิระ ได้ ซึ่งเป็นความหวังดีของตนที่เกิดกับนายสิระ เพราะหากไปเรียกเขามาอาจจะผิดได้