"เพื่อไทย" ท้า "บิ๊กตู่" ลาออกถ้าปรับ ครม.แล้วแผ่นดินยังล้มเหลว

วันที่ 20 ก.ค. 2563 เวลา 14:21 น.
"เพื่อไทย" ท้า "บิ๊กตู่" ลาออกถ้าปรับ ครม.แล้วแผ่นดินยังล้มเหลว
อนุดิษฐ์ ชี้ถ้าปรับ ครม.แล้วแผ่นดินยังล้มเหลวควรลาออก แต่ถ้าดีก็ควรได้รับความชอบ-ชี้ถ้าม็อบ นศ.ชุมนุมถูกต้องรัฐควรเปิดพื้นที่ให้

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นถึงการจะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาลหลังจากมีรัฐมนตรีหลายคนลาออกจากตำแหน่ง ร่วมถึงกรณีการชุมนุมของนักศึกษาเมื่อช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เลขาฯพรรคเพื่อไทย ระบุว่า การปรับคณะรัฐมนตรี เอาใครเข้าใครออก เป็นอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม เพราะการบริหารประเทศเป็นความรับผิดชอบของนายกฯ โดยตรงแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าเป็นเรื่องอะไร ทั้งผิดหรือชอบ จะปฏิเสธความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นจากการบริหารของตนเองไม่ได้

ดังนั้นการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี การจะเอาใครเข้ามาทำงานบริหารกระทรวงใด ก็เป็นงานที่นายกฯ จะเป็นผู้พิจารณารายชื่อผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในคณะรัฐมนตรี จะเป็นอย่างไรในตอนนี้ผมคงไม่ไปก้าวล่วง แต่หลังจากการปรับคณะรัฐมนตรีแล้ว หากการบริหารประเทศเป็นไปด้วยดี พล.อ.ประยุทธ์ ก็ควรได้รับความชอบไป แต่หากการบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมา ประชาชนยังเดือดร้อนในเรื่องเศรษฐกิจเหมือนทุกวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องรับผิด เพราะท่านเลือกคนไม่มีความรู้ ความสามารถ มาทำงาน ต้องรับผิดชอบในการตัดสินใจ และหากการประเทศยังล้มเหลวซ้ำซากอยู่แบบนี้ การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งต่อไป คนที่ควรปรับออกมาที่สุดคือตัว พล.อ.ประยุทธ์ เอง

สำหรับการชุมนุมของ กลุ่มสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) และเยาวชนกลุ่มปลดแอก-FreeYOUTH เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น ผมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปว่า "ตนเคยพูดเสมอว่าประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นการชุมนุมเรียกร้องใดๆก็แล้วแต่ ที่เป็นไปตามกฎหมายถือเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่กระทำได้

ดังนั้นจึงอยากเตือนไปยังผู้มีอำนาจ เมื่อเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมายฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบก็ต้องเคารพกฎหมายด้วยเช่นกัน หากการชุมนุมครั้งนี้เป็นไปอย่างถูกต้อง ก็ต้องเปิดโอกาสเพื่อให้การชุมนุมที่บริสุทธิ์ ปราศจากอาวุธและความรุนแรงสามารถดำเนินการได้ เหมือนกับในอารยประเทศเหมือนที่เขาทำกัน และเรียกร้องไปยังผู้นำรัฐบาลให้เปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนกลุ่มนี้ เพราะเขาก็คือส่วนหนึ่งในสังคมของเราเช่นกัน

บทความแนะนำ