ศรีสุวรรณจ่อร้องกมธ.ปราบทุจริตสอบ "ผู้ช่วยรัฐมนตรี" ตั้งวิสาหกิจชุมชน

วันที่ 05 ก.ค. 2563 เวลา 08:17 น.
ศรีสุวรรณจ่อร้องกมธ.ปราบทุจริตสอบ "ผู้ช่วยรัฐมนตรี" ตั้งวิสาหกิจชุมชน
ศรีสุวรรณจ่อร้องกรรมาธิการ ป.ป.ช.สอบผู้ช่วยรัฐมนตรีและพวกเหตุตั้งวิสาหกิจชุมชนมีพิรุธ ทั้งที่ชาวบ้านไม่มีความพร้อม กังขาการบริหารงบประมาณ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการในหลายจังหวัดของภาคเหนือ ว่ามีการแอบอ้างการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและการรวบรวมสมาชิกในพื้นที่ โดยกล่าวถึงชื่อ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีชื่อดังท่านหนึ่งอดีตแกนนำ นปช.แปรพักตร์ ว่าไปข่มขู่ข้าราชการให้สนับสนุนและผลักดันการตั้งวิสาหกิจชุมชนอย่างเร่งรีบ ทั้งๆที่ชาวบ้านยังไม่มีความพร้อม เพียงเพราะต้องการตัวเลขปริมาณวิสาหกิจชุมชนเยอะๆเพื่อนำมาเสนอนายกรัฐมนตรีหวังขอส่วนแบ่งใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากมีอดีตแกนนำคนเสื้อแดงคนสนิททักษิณท่านหนึ่ง ได้พยายามยามรวบรวมและจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศขึ้นมา และได้ยื่นหนังสือเพื่อให้นำเรียนนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา เพื่อขอรับการสนับสนุนและผลักดันโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจนและประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยอ้างว่ามีสมาชิกมากกว่า 28,850 หมู่บ้าน ดำเนินการจดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแล้ว 3,058 กลุ่ม และรวมกันเป็น"เครือข่าย"ที่รับผิดชอบจากสมาชิก ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ของประเทศไทย ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่จะประกอบอาชีพทำการเกษตร โดยเครือข่ายฯ ได้มีข้อเสนอและขอรับการสนับสนุนให้รัฐบาลจัดตั้ง "คณะอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาความยากจนเกษตรกร" (คปจ.กษ.) ขึ้นภายใต้ของสำนักนายกรัฐมนตรี

หลังจากนั้นเครือข่ายดังกล่าวอ้างว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาเห็นชอบแล้วและมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ พิจารณาสนับสนุนภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มประสิทธิภาพวิสาหกิจชุมชน ตามแผนการใช้จ่ายในวงเงิน 4 แสนล้านบาท พร้อมกับจะมีการแต่งตั้ง คปจ.จังหวัดแต่ละจังหวัดขึ้นมา โดยนำแกนนำเสื้อแดงแต่ละจังหวัดมาเป็นประธานทั้งหมดการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดังกล่าวขึ้นมา

โดยอ้างโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจนและประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเร่งรีบจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจขึ้นมา 3,058 กลุ่มโดยมีเป้าหมายให้ได้ 10,000 กลุ่มโดยที่ชาวบ้านยังไม่มีความพร้อม และเร่งรีบให้จัดทำโครงการมาขอใช้เงิน 3,058 โครงการ ๆ ละ 3 แสนบาท อาทิ โครงการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรด้านปศุสัตว์ ด้านประมง ด้านการผลิตพืช สนับสนุนปัจจัยงาน OTOP และการเพิ่มศักยภาพและสนับสนุนปัจจัยการผลิต หมอดินอาสา สารปรับปรุงดิน การผลิตพันธุ์พืช การปลูกกัญชา-กัญชง การปลูกพืชสมุนไพร

ซึ่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีและแกนนำเสื้อแดงดังกล่าว จะเป็นผู้บริหารเงินเองนั้นเป็นข้อพิรุธ ที่สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ จำต้องนำความไปร้องเรียนให้คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการตรวจสอบต่อไป