"พิเชษฐ"ควง"เต้"แถลงย้ำมี7เสียงพรรคเล็กหนุนนั่งรมต.

วันที่ 24 มิ.ย. 2563 เวลา 16:56 น.
"พิเชษฐ"ควง"เต้"แถลงย้ำมี7เสียงพรรคเล็กหนุนนั่งรมต.
"มงคลกิตติ์-พิเชษฐ"ไม่ละความพยายามควงแขนให้สัมภาษณ์ยืนยันมีเสียงพรรคเล็กส่วนใหญ่หนุนเป็นรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย พร้อมด้วย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ได้ร่วมกันให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 4 พรรคเล็ก เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อยืนไม่ได้มีมติสนับสนุน นายมงคลกิตติ์ เป็นรัฐมนตรีว่า สิ่งที่ตนเองได้แถลงข่าวไปถึงการสนับสนุนนายมงคลกิตติ์เป็นรัฐมนตรี ซึ่งมีเสียงสนับสนุนถึง 7 พรรค จาก 11 พรรค ในหลักการประชาธิปไตยก็ชัดเจนแล้วว่าหมายความว่าอย่างไร

ทั้งนี้ เท่ากับเป็นเสียงส่วนใหญ่ ส่วนกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยก็เดินไปตามแนวทางของแต่ละพรรค ซึ่งตนเองได้แถลงข่าวถึงเหตุผลของการสนับสนุน พร้อมทั้งขอโอกาสหากมีการปรับ ครม.โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นการกดดัน เพราะเราอยู่ด้วยกันมา 1 ปีเต็ม รู้ว่าใครจะสามารถเป็นตัวแทนของพวกเรา

นายพิเชษฐ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือหากในกลุ่มพรรคเล็กมีตัวแทนที่ได้เป็นรัฐมนตรี ก็จะสามารถผลักดันนโยบายของกลุ่มพรรคเล็กที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชนได้ในลักษณะการออกเป็นมติ ครม.ซึ่งคนที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดคือ นายมงคลกิตติ์

ขณะเดียวกันตนเองได้ถามทุกคนแล้ว รวมถึง พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังชาติไทย ซึ่ง พล.ต.ทรงกลด บอกว่าได้หารือกับทุกคนแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้บังคับใคร ใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้ แต่มองว่าเสียงส่วนใหญ่ 7 พรรค ก็น่าจะเพียงพอ ซึ่งคาดว่านายกฯ ที่มีอำนาจในการจัดสรร ครม.ก็น่าจะได้รับทราบถึงจุดประสงค์ของ 7 พรรค แล้วผ่านทางสื่อมวลชน ซึ่งคงไม่ต้องหานายกฯ เพราะได้ฟังจากข่าว โดยคนที่อ้างว่าเป็นตัวแทนจาก 11 พรรคเล็ก ที่ว่านายกฯ บอกว่าเมื่อถึงเวลาปรับ ครม.แล้วจะบอก ซึ่งตนเองได้ทำหน้าที่ในการถามความเห็นจากเสียงส่วนใหญ่อย่างถูกต้องแล้ว

"ผมเป็นผู้ใหญ่ หากไม่มีอะไรอยู่ในมือคงไม่กล้ามาแถลง และไม่มีความขัดแย้งกันระหว่าง 11 พรรค เป็นเพียงความเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยที่ใช้เสียงข้างมาก ซึ่งไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกันต่อจากนี้ ทั้งหมดยังเป็นพรรคที่ทำงานร่วมรัฐบาล ยังคงยกมือให้รัฐบาล เจอกันก็ทักทายกัน ถึงเวลานั่งประชุมในสภาผู้แทนราษฎร ก็นั่งใกล้กันเก้าอี้ถูกจัดให้เรียงกันอยู่แล้ว มีเพียง นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย ที่ไม่ค่อยได้พบกัน เพราะไม่ได้เป็น ส.ส."นายพิเชษฐ กล่าว

นายพิเชษฐ กล่าวอีกว่า มีคนถามว่าทำไมตนเองไม่เป็นเอง ก็อยากบอกว่าจะให้คนอายุ 77 ปี ไปคุยกับคนอายุ 20 - 30 ปี ก็จะคุยกันไม่รู้เรื่อง ต้องคนรุ่นเดียวกันคุยกัน ซึ่งนายมงคลกิตติ์ก็มีผลงานในสภาเป็นที่ยอมรับ มีความรู้ด้านเศรษฐกิจ ตนเองเป็นผู้ใหญ่ผ่านมาหลายกระทรวง ก็มีเหตุผลที่เลือกนายมงคลกิตติ์

เมื่อถามถึงท่าทีของนายกฯ ที่ร้อง "เฮอะ" หลังสื่อมวลชนถามถึงโอกาสของ นายมงคลกิตติ์ ที่จะได้เป็นรัฐมนตรี นายพิเชษฐ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพียงแต่เห็นจากข่าว และตนเองคิดว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ และถ้าประชาชนเดือดร้อน ยังไงพวกตนเองก็ต้องทำหน้าที่ และไม่จำเป็นต้องไปยืนยันกับนายกฯ ว่า 7 พรรคเล็กยังสนับสนุน

"ผมไม่ทราบ เพราะไม่ได้เข้าไปพบนายกฯ รับทราบแต่เพียงจากข่าวที่ออกมา มองว่าไม่เกี่ยวข้องกับการที่ นายมงคลกิตติ์ จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ และที่บอกว่านักการเมืองต้องการความก้าวหน้า ดูแล้วก็ยังขำ ไม่เข้าใจว่าความก้าวหน้าหมายถึงอะไร เพราะทุกวันนี้เป็นผู้แทนราษฎรที่ทำงานให้ประชาชน" นายพิเชษฐ กล่าว

ขณะที่ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เสียงที่ไม่เห็นด้วยนั้นมองว่าก็เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย เหมือนกับการเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อผ่านการสรรหามาแล้วก็มีหน้าที่ดูแลคนไทยทุกคน โดยไม่ได้เกี่ยงงอน ซึ่งเป็นไปตามหน้าที่ของผู้บริหารประเทศที่ต้องมีจิตใจเป็นกลาง เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อความปรองดองของคนในชาติ