"วิษณุ"ไม่ขัด "ก้าวไกล" เสนอแก้ พรก.ฉุกเฉิน รับหากยกเลิกกระทบการกักตัว

วันที่ 24 มิ.ย. 2563 เวลา 14:57 น.
"วิษณุ"ไม่ขัด "ก้าวไกล" เสนอแก้ พรก.ฉุกเฉิน รับหากยกเลิกกระทบการกักตัว
"วิษณุ" แจง? โครงการรัฐบาลไม่มีปัญหาขัดพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ระบุพรรคก้าวไกล เสนอแก้ พรก.ฉุกเฉิน เป็นสิทธิ์ ส.ส.ทำได้ ปัด แสดงความเห็น รับ หากเลิก พรก.ฉุกเฉินกระทบกระบวนการกักตัวใน 3 ประเด็น ไม่แน่ใจ เจ้าหน้าที่ จะสนธิกำลังได้เหมือนเดิม

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่บางโครงการต้องขยับไปเป็นปี 2564 เนื่องจากบางเรื่องติด มาตรา? 28 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังว่า? โครงการต่างๆ ที่จัดทำของรัฐบาลไม่มีปัญหา? รวมทั้งโครงการได้มาจากกู้เงิน นอกจากนี้โครงการที่ใช้งบปี 64 ก็ดำเนินการไปตามปกติ

เมื่อ?ถามถึงเรื่องพระราชกำหนด? (พรก.) บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน? พ.ศ.2548 ที่ให้คำแนะนำ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธานกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า นายวิษณุ? กล่าวว่า? ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าว ตอนนี้ตนกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่

กรณีที่มีกระแสวิจารณ์ว่า พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เป็นกฎหมายที่รวบอำนาจไว้ที่นายกรัฐมนตรีมากเกินไป จนอาจไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน จึงควรมีการแก้ไขนั้น นายวิษณุกล่าวว่า ก็ไม่ได้ว่าอะไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคก้าวไกล เตรียมเสนอร่าง พรก.ฉุกเฉิน ฉบับใหม่เพื่อแก้ไขไม่ให้มีการรวมอำนาจไว้ที่นายกฯ มากเกินไปว่า นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ทำไป ก็เป็นสิทธิ์ของ ส.ส. อยู่แล้ว จะแก้กฎหมายอะไรก็แก้ได้

เมื่อถามย้ำว่า ส่วนตัวนายวิษณุ คิดว่าควรจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่คิด ไม่คิดอะไร

นายวิษณุยังให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาขยายเวลาการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ต่อหรือไม่ว่าพล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธานกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า จะพิจารณาร่วมกับ 4 ฝ่าย สาธารณสุข เศรษฐกิจ ปกครอง และฝ่ายมั่นคง จากนั้นจะนำเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม นายกฯ ก็จะพิจารณาและนำเข้าที่ประชุม ศบค. วันที่ 29 มิ.ย. และนำเข้าที่ประชุม ครม.วันที่ 30 มิ.ย. ส่วนที่มีความกังวลว่าหากยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน แล้วจะส่งผลกระทบกับศูนย์กักกันตัวของรัฐนั้น ก็มีส่วนบ้าง ยอมรับว่ามีผลกระทบจริงๆ ใน 3 ประเด็น คืออำนาจในการกักตัว สถานที่ที่ใช้ในการกักตัว และค่าใช้จ่าย เพราะตอนประกาศ เราจะคุมใน 3 เรื่องนี้ได้ แต่ถ้าไม่ใช้ พรก.ฉุกเฉิน แล้วไปใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ต้องไปดูว่าสั่งการเรื่องต่างๆ ได้หรือไม่ ถ้าพูดก็คือได้ แต่สั่งได้เป็นคนๆ เช่น สงสัยใครก็ดึงไปวัดไข้เป็นคนๆ แต่ถ้าจะสั่งการในภาพรวมมันยาก หากไปสั่งแล้วมีการขัดขืนคัดค้านก็จะไปถึงศาล แต่ถ้าอยู่ในช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ไม่ต้องไปที่ศาล ส่วนประเด็นเรื่องสถานที่หากในอนาคตมีเครื่องบินมาลงจำนวนมาก เช่น มีคนลงมา 200 กว่าคนจะทำอย่างไร และจะพาไปไหน และเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลคนเข้าสถานกักกัน 14 วัน คนละ 3 หมื่นกว่าบาท หากต้องรักษาต้องใช้ค่าใช้จ่ายคนละ 1 ล้านใครจะรับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อดำเนินการแทนได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า วันนี้เราใช้ทั้ง พรก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อควบคู่กันไป ลำพังใช้แต่ พรก.ฉุกเฉินไม่ได้ เพราะไม่ได้ออกแบบไว้ใช้สำหรับป้องกันโรคติดต่อโดยเฉพาะ แต่ใช้สำหรับภัยพิบัติ และได้สอบถามไปยังอธิบดีกรมควบคุมโรค ว่าภายใต้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พนักงานตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ออกตาม พรก.ฉุกเฉิน จะบูรณาการกันได้อย่างไร เพราะตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อให้อำนาจ รมว.สาธารณสุขแต่งตั้งเจ้าพนักงานควบคุมโรค ที่แล้วมาแต่งตั้งไปแล้วหลายหมื่นคน ทุกคนให้ความร่วมมือดีเพราะมี พรก.ฉุกเฉินเข้าไปกำกับ เขาไม่ได้กลัว รมว.สาธารณสุข แต่กลัว พรก.ฉุกเฉิน ที่นายกฯ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ปลัดกระทรวงมหาดไทย มีอำนาจกำกับตามกฎหมายดังกล่าว หากเลิกยกเลิกไป เหลือเพียง รมว.สาธารณสุขเป็นผู้สั่งการ กระบวนการที่ต้องใช้คนเยอะมาก เช่น การตั้งด่าน ที่ ผบ.ทสส.ระบุว่า ใช้คนถึง 4 หมื่นคน หรือแม้แต่การรับเครื่องบิน 1 ลำก็จำเป็นต้องใช้คนจำนวนมาก คำถามคือ ต่อไปจะสนธิกำลังกันได้อย่างไร เพราะวันนี้เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าทุกวันนี้ที่สนธิกำลังกันเพราะ พรก.ฉุกเฉิน ต่อไปก็คิดว่าคงทำได้ แต่จะได้ความร่วมมือหรือไม่นั้นตนไม่รู้

เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลเตรียมเสนอแก้ พรก.ฉุกเฉิน เพราะมองว่ามีการรวบอำนาจไว้ที่นายกฯมากเกินไป นายวิษณุ กล่าวว่า การแก้กฎหมายเป็นสิทธิของ ส.ส. แต่ตนไม่คิดอะไรในเรื่องนี้