ชวลิตปัดเสนอนิรโทษเหมาเข่งย้ำเรียกร้องความปรองดองในชาติ

วันที่ 20 มิ.ย. 2563 เวลา 12:50 น.
ชวลิตปัดเสนอนิรโทษเหมาเข่งย้ำเรียกร้องความปรองดองในชาติ
"ชวลิต วิชยสุทธิ์" เชื่อไม่มีผู้นำประเทศคนไหนไม่อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ปฏิเสธเสนอนิรโทษกรรมเหมาเข่งและรัฐบาลแห่งชาติ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ช่วงเดินทางกลับพื้นที่นครพนม ชาวบ้านเชียร์แนวคิดการสร้างความปรองดองของคนในชาติเพียบ ไปทางไหนก็มีแต่คนสนับสนุน ผมเชื่อโดยสุจริตใจว่า ไม่มีผู้นำประเทศคนไหนไม่อยากเห็นบ้านเมืองของตนเองสงบสุข เลิกแบ่งฝัก แบ่งฝ่าย แต่ก็ไม่ใช่เออออห่อหมก ร่วมมือกันกินบ้าน กินเมือง ยังต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ ถ่วงดุลซึ่งกันและกันตามระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องทำความเข้าใจกับนักวิชาการบางท่านที่เห็นว่า ผมได้เรียกร้องให้รัฐบาลนิรโทษกรรมแบบ"เหมาเข่ง" และเรียกร้องให้มี"รัฐบาลแห่งชาติ" นั้น เป็นการกล่าวเกินเลยความจริงไปมาก จึงขอปฏิเสธมา ณ ที่นี้

"เหมาเข่ง" เป็นวาทกรรมที่บิดเบือน ไม่เป็นความจริงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะไม่มีประเทศไหนในโลกที่จะนิรโทษกรรมคดีทุจริต มีแต่นิรโทษกรรมคดีการเมือง และคดีอาญาที่เกี่ยวเนื่องการเมือง

ในข้อเท็จจริง ผมเขียนบทความลง fb สองวันติดกัน ในวันที่18 และ 19 มิ.ย.63 เรียกร้องให้รัฐบาลสร้างความปรองดองของคนในชาติ ด้วยการนิรโทษกรรมผู้ต้องคดีการเมือง และคดีอาญาเกี่ยวเนื่องการเมือง ยกเว้นคดีทุจริตที่กระบวนการกล่าวหาต้องยืนอยู่บนหลักนิติธรรม ไม่มีส่วนไหนเลยที่ขอนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง และไม่มีข้อความใดเลยที่ขอให้มีรัฐบาลแห่งชาติ ซึ่ง fb ของผมทั้งสองวันดังกล่าวก็ยังอยู่ ไม่ได้ลบบทความแต่อย่างใด สามารถตรวจสอบได้

ผมเป็น ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย จึงไม่อาจไปเรียกร้องให้มีรัฐบาลแห่งชาติได้

ส่วนการนิรโทษกรรมผู้ต้องคดีการเมือง และคดีอาญาที่เกี่ยวเนื่องการเมือง ยกเว้นคดีทุจริต ที่ผมเสนอความเห็นไว้ นั้น ไม่ใช่การนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งแน่นอน ไม่มีประเทศใดในโลกจะนิรโทษกรรมคดีทุจริตได้

ขอเรียนว่า ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการสร้างความปรองดองของคนในชาติ ผู้บริหารของประเทศนั้น ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ละอคติส่วนตน มองประโยชน์ความสามัคคีของคนในชาติเป็นสำคัญ

ส่วนการนิรโทษกรรมคดีการเมือง และคดีอาญาที่เกี่ยวเนื่องการเมือง หลักคิดก็คือ ความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันไม่ใช่อาชญากรรมร้ายแรงที่จะอภัยกันไม่ได้ ยกตัวอย่าง ในอดีตมีประชาชนที่มีความเห็นต่างทางอุดมการณ์ทางการเมืองจนถึงขั้นจับอาวุธรบราฆ่าฟันกันนานนับสิบปี มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก สุดท้ายสงครามกลางเมืองยุติลงได้ด้วยการให้อภัยต่อกัน รัฐบาลในขณะนั้นที่มี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 66/23 เรื่อง นโยบายการเมืองนำการทหาร ส่งผลให้เกิดผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย บ้านเมืองก็กลับมาสู่ความสงบสุข

ดังนั้น ณ สถานการณ์ปัจจุบัน หากผู้นำประเทศเข้าใจหลักคิดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองที่หมักหมมมากว่า 10 ปี แล้วตัดสินใจให้อภัยต่อกัน ผมมั่นใจว่า ก็จะเกิดความปรองดองขึ้นในบ้านเมือง ซึ่งจะส่งผลให้ทุกภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมมือกันแก้ไขวิกฤตของชาติที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

ผมเชื่อว่า ไม่มีผู้นำประเทศคนไหนไม่อยากเห็นบ้านเมืองของตนเองสงบสุข ถึงเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้วที่จะสร้างความปรองดองของคนในชาติ ดังที่ผมเคยกล่าวไว้ว่า มะม่วงสุกแล้ว หวานกำลังดี ไม่อ่อนจนเปรี้ยว แต่ถ้าปล่อยให้เนิ่นนาน ก็จะเน่า

บทความแนะนำ