"อนุทิน"โวระบบสธ.ไทยเหนือมาตรการWHO มั่นใจคุมโควิด-19ได้ หากระบาดรอบ2

วันที่ 28 พ.ค. 2563 เวลา 12:55 น.
"อนุทิน"โวระบบสธ.ไทยเหนือมาตรการWHO มั่นใจคุมโควิด-19ได้ หากระบาดรอบ2
รองนายกฯ มั่นใจคุมได้หากโควิดระบาดรอบ 2 มองระบบสาธารณสุขไทยอยู่เหนือมาตรฐานองค์การอนามัยโลก

เมื่อวันที่ 28 พ.ค.63 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวในการประชุมรัฐสภาถึงความพร้อมด้านสาธารณสุขไทย หากมีการระบาดของโรคโควิดรอบ 2 ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าเกิดแต่ก็ไม่ได้ประมาท ทั้งนี้หากเกิดการระบาดรอบ 2 ตนยืนยันได้ว่ากระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมดูแลทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย นอกจากนี้ขอชมเชย อสม.กว่าล้านคนที่มีส่วนช่วยในการหยุดการแพร่ระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้ระบบการดูแลโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข มีความพร้อมในการให้บริการ มีระบบคัดแยกผู้ป่วย ระบบการรักษา และการติดตามเฝ้าระวัง โดยทุกจังหวัดในประเทศไทย มีห้องแยกผู้ป่วยโควิด-19 โดยเฉพาะเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่มีการแพร่ระบาดในโรงพยาบาลนั้นๆ

ส่วนกรณีที่มีต่างชาติลักลอบเข้ามาในประเทศและมีผู้ติดเชื้ออยู่ด้วย โดยหลักมนุษยธรรมก็ไม่ได้ผลักดันเขากลับประเทศ แต่ก็ให้เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเราไม่ได้ ทั้งนี้สาธารณสุขได้เตรียมสถานที่กักกันและตั้งโรงพยาบาลสนามได้ในภายเวลา 24 ชั่วโมง อย่างมีคุณภาพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของไทย

สธ. เราไม่ได้การ์ดตก และขอให้พี่น้องประชาชนตั้งการ์ด ศัตรูของเราคือโควิด-19 ถ้าชกกันตอนนี้คะแนนเรานำอยู่ เราจะน็อกเขาได้เมื่อมีวัคซีนป้องกัน ซึ่งในงบ 4.5 หมื่นล้าน ซึ่งงบส่วนนี้ได้ให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติพัฒนาวัคซีนดังกล่าวนี้ ซึ่งประเทศไทยเหลืออย่างเดียวที่จะเป็นแชมป์ด้านสาธารณสุขของโลก คือต้องคิดค้นวัคซีนให้ได้ และตนยืนยันว่า งบที่สธ.ได้จะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

"ก่อนหน้านี้อ่านข่าวว่า บางประเทศที่เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ชี้ว่าคนนั้นต้องอยู่คนนั้นต้องตาย แต่ประเทศไทยไม่มีวันนั้นที่แพทย์จะต้องชี้ว่าใครจะอยู่หรือตาย ทั้งนี้มั่นใจว่าการผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 3 เป็นไปเพื่อเข้าสู่การผ่อนคลายการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งขณะนี้อยู่ในกรอบที่คณะรัฐมนตรีให้บังคับใช้ 3 เดือน แต่มองว่าประเทศไทยเตรียมความพร้อมเดินออกจากสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว โดยกระทรวงสาธารณสุขพร้อมให้การบริการดูแลรักษา ไม่ให้โควิด-19 ทำร้ายประชาชนไทยอีกต่อไป ต้องไม่เสียทั้งหมดเพราะโควิด-19 แต่จะต้องได้ประโยชน์จากผู้ที่จะมาใช้บริการทางการแพทย์ในอนาคต สิ่งที่สูญเสียไปจะต้องเอากลับคืนมาให้ได้ ขอขอบคุณประธานและสมาชิกกับกำลังใจที่ให้กำลังใจ” นายอนุทิน กล่าว

ส่วนการควบคุมการระบาดของโควิดในประเทศไทยว่านับตั้งแต่มีข่าวการระบาดโควิด -19 ตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. 2562 สธ.โดยกรมควบคุมโรค ได้ตั้งทีมป้องกันคัดกรองผู้ที่เข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่ก่อนสิ้นปี 2562 และใช้ช่วงหยุดสิ้นปีเตรียมทุกอย่างให้พร้อม เมื่อเปิดมาวันที่ 3 ม.ค. 2563 ได้มีการคัดกรองผู้ที่เข้ามายังประเทศไทยในจุดสำคัญ เช่น สนามบิน ท่าเรือ และประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกที่ประกาศว่าพบผู้ป่วยโควิด-19 นอกประเทศจีน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจีนรายแรกที่เดินมายังประเทศไทย และทำการรักษาจนหายดีและส่งกลับประเทศ โดยถือว่าเป็นประโยชน์ของประเทศไทย เพราะหลังจากนั้นเราได้รับการช่วยเหลือจากประเทศจีนเป็นอย่างดี ทั้งเวชภัณฑ์ ยา และข้อมูลต่างๆ จากประเทศจีนมาตลอดจนถึงทุกวันนี้

ทั้งนี้ ระบบการรักษาของสาธารณสุขไทยอยู่เหนือมาตรฐาน ที่องค์การอนามัยโลก (who) ได้กำหนดไว้ ส่วนที่มีการถามว่า ปล่อยให้นักท่องเที่ยวประเทศกลุ่มเสี่ยงเข้ามาประเทศไทยมากนั้น รัฐบาลเริ่มจากการใช้ พ.ร.บ. ควบคุมโรคติดต่อและประกาศให้โคิด-19 เป็นโรคติดต่อร้ายแรง และห้ามนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย ทั้งการเดินทางทางอากาศ และการกักตัว 14 วัน ในสถานที่ควบคุมที่รัฐบาลกำหนด รวมทั้งการตรวจสอบจากประเทศต้นทางก่อนมาประเทศไทย โดยใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ ก็หยุดนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้อย่างเด็ดขาด จนขณะนี้การแพร่เชื้อในประเทศไทยไม่มีแล้ว เพราะเราตั้งการ์ดสูงอย่างเต็มที่ แต่วันนี้ก็ยังมีการเตรียมพร้อมมีการควบคุมอยู่ เพื่อเตรียมพร้อมไว้รองรับคนไทยที่อยู่ต่างประเทศที่กำลังจะเดินทางกลับไทย ซึ่งคนกลุ่มนี้จะต้องมีการตรวจและกักกันตัว จึงเชื่อว่าจะไม่เกิดการแพร่ระบาดอีก