พท.จี้ใช้พรก.ฉุกเฉินลากคอพวกหากินกับหน้ากากอนามัยมาลงโทษให้ได้

วันที่ 25 มี.ค. 2563 เวลา 12:55 น.
พท.จี้ใช้พรก.ฉุกเฉินลากคอพวกหากินกับหน้ากากอนามัยมาลงโทษให้ได้
"ชวลิต" เผยอยากเห็นมาตรการใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สร้างความเชื่อมั่นและต้องลากคอคนชั่วที่หากินกับหน้ากากอนามัยมาลงโทษให้สาสม

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นต่อการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใน 26 มีนาคม 2563 นี้ว่า มาตรการที่อยากเห็นในทางปฏิบัติ คือ 1.สร้างความเชื่อมั่น สร้างความมั่นใจแก่ประชาชน ด้วยการดำเนินการ ดังนี้ สร้างระบบให้เห็นภาพรวมชัดเจนว่า รัฐได้เตรียมโรงพยาบาล อุปกรณ์การแพทย์ เวชภัณฑ์ ฯลฯ รวมทั้งการพัฒนาไปสู่โรงพยาบาลสนามเมื่อมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ๆ

ขณะเดียวกันต้อง สำรวจบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล ทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมที่จะระดมเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยรัฐบาลสามารถออกคำสั่งให้มาร่วมปฏิบัติงานได้ทันที ประการสำคัญ การสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันตัวของแพทย์ พยาบาล ต้องพร้อมในสต๊อก อย่างพอเพียง รวมทั้งจัดสวัสดิการต่าง ๆ เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนี้จะต้องสร้างระบบความปลอดภัยแก่ประชาชนในภาพรวม ให้ประชาชนมั่นใจ ด้วยการสแกนทั้งประเทศ ดังนี้ นำผู้ติดเชื้อรายใหม่เข้า Quarantine ให้เร็วที่สุด เชื้อใหม่จากต่างประเทศ ต้องไม่เข้าประเทศไทยเพิ่ม ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาตามมาตรฐาน เชื้อเก่าต้องฆ่าเชื้อทำความสะอาด

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวแม้จะเคยเสนอโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ขอได้โปรดอย่าคิดแบ่งฝัก แบ่งฝ่าย เพราะในยามนี้ อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ประเทศชาติ ต้องบูรณาการ ร่วมมือกันทุกฝ่าย

2.ในสถานการณ์ฉุกเฉินจนนำไปสู่การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถ้ารัฐบาลไม่สามารถลากคอ ผู้ที่ทำให้หน้ากากอนามัยขาดแคลน หาซื้อยาก และราคาแพง ถือว่ารัฐบาลไม่มีฝีมือ ไม่มีความจริงใจ ในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ รัฐบาลต้องจัดการอย่างจริงจังกับคนที่ประพฤติชั่ว หากินบนความเดือดร้อน บนความเป็น ความตายของประชาชน และแพทย์ พยาบาล และรัฐบาลต้องหาหน้ากากอนามัยมาจำหน่ายแก่ประชาชนในราคา 2.50 บาท ตามราคาควบคุมถ้าขายตามราคาควบคุมไม่ได้ แล้วกำหนดราคาควบคุมทำไม คิดต้นทุนการผลิตอย่างไร หรือถ้าจำเป็นต้องปรับราคาควบคุมใหม่ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลต้องจ่ายส่วนที่เกินจากราคาควบคุมเดิม

อย่างไรก็ตาม งานที่ต้องเดินควบคู่กันไป คือ หาคนที่ทำให้หน้ากากอนามัยขาดแคลนและมีราคาแพงมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ เมื่อใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ต้องจริงจัง อย่าเพียงจับแต่ปลาซิว ปลาสร้อย ดังเช่นที่ผ่านมา ถ้าระบบชัดเจน ความมั่นใจของประชาชนก็จะตามมา ขอให้กำลังใจทุกภาคส่วนครับ โดยเฉพาะแพทย์ พยาบาล ที่ทำงานหนักเพื่อพวกเรา เอาใจคนไทยไปเต็ม ๆ เลยครับ

"เราจะร่วมกันรณรงค์ให้คนไทยมีวินัย เคร่งครัดในวินัย โดยเริ่มที่ครอบครัวเราก่อน อยู่บ้าน ไม่ออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น เราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน"นายชวลิต กล่าว