"จาตุรนต์" อัดรัฐ แถลงใช้พรก.ฉุกเฉิน อย่างไม่ฉุกเฉินในเมื่อไวรัสไม่เคยรอใคร

วันที่ 25 มี.ค. 2563 เวลา 08:43 น.
"จาตุรนต์" อัดรัฐ แถลงใช้พรก.ฉุกเฉิน อย่างไม่ฉุกเฉินในเมื่อไวรัสไม่เคยรอใคร
จาตุรนต์ ผิดหวัง รัฐบาล แถลงใช้พรก.ฉุกเฉิน อย่างไม่ฉุกเฉิน ติง ครม. รออะไรอีก 2 วัน ในเมื่อไวรัสไม่เคยรอใคร

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นถึงการเตรียมประกาศพรก.ฉุกเฉินของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ใช้พรก.ฉุกเฉินอย่างไม่ฉุกเฉิน

การที่ครม.มีมติให้ใช้พรก.ฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ 26 มีค.โดยไม่ได้ประกาศมาตรการใดๆทำให้ผู้คนผิดหวังกันไปทั่ว

การรับมือแก้ปัญหาโควิด19 เป็นไปอย่างไม่มีทิศทาง ขาดเอกภาพ ไม่มีนโบายและมาตรการที่ชัดเจน ไม่มีประสิทธิภาพ ล่าช้าไม่ทันการณ์ ทำให้การระบาดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีแนวโน้มที่น่าวิตก

มีการเสนอจากนายแพทย์นักวิชาการและฝ่ายต่างๆถึงความจำเป็นที่จะตองใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้นและรีบแก้ปัญหาต่างๆที่มีอยู่ให้ได้โดยเร็ว เมื่อมีข่าวว่ารัฐบาลจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ประชาชนจึงคาดหวังว่าจะเป็นการประกาศพร้อมกับมาตรการที่เข้มข้น เป็นระบบที่จะสามารถแก้ปัญหาสำคัญๆได้

แต่ประชาชนต่างก็ต้องผิดหวังเพราะเป็นประกาศที่ไม่ได้มีมาตรการหรือความคืบหน้าในการแก้ปัญหาใดๆเลย ซ้ำการที่มีมติให้ใช้พรก.ฉุกเฉินในวันที่ 26 มีค. ซึ่งห่างออกไปอีกถึง 2 วัน ก็ทำให้เกิดความรู้สึกว่ารัฐบาลไม่ได้เห็นสถานการณ์ขณะนี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินจริงอย่างชื่อพรก.

ครม.รออะไร ในเมื่อไวรัสไม่เคยรอใคร

ผมทราบความเป็นมาของการมีพรก.ฉุกเฉินฉบับนี้ดีและเคยเป็นผู้ใช้พรก.นี้แทนนายกรัฐมนตรีมาก่อน ความเป็นมาและวัตถประสงค์ของการมีพรก.ฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อรับมือกับปัญหาความไม่สงบเป็นหลัก แม้จะมีข้อความเกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติหรือภัยธรรมชาติอยู่บ้างก็ไม่ใช่เรื่องที่พรบ.นี้จะให้ความสำคัญ

ความจริงพรบ.โรคติดต่อและกฎหมายทางด้านสาธารณสุขก็ให้อำนาจรัฐบาลและทางราชการแก้ปัญหาได้มากมายอยู่แล้ว แต่ก็พอเข้าใจว่าที่ใช้พรก.ฉุกเฉินเพราะต้องการให้นายกฯมีอำนาจสั่งการตามพรบ.ต่างๆได้โดยรวมศูนย์อำนาจมาอยู่ที่นายกฯแต่เพียงผู้เดียว นอกจากนั้นก็ต้องการใช้อำนาจในการสั่งการต่างๆที่จำเป็นได้

แต่ปัญหาก็คือพรก.ฉุกเฉินนี้มีสาระที่ไม่ค่อยสอดคล้องกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรค โครงสร้างของคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีนายกฯเป็นประธาน เต็มไปด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพและมีเลขาธิการสภาความมั่นคงเป็นเลขานุการนั้น จะหวังให้คณะกรรมการชุดนี้มานำหรือกำกับการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดไม่ได้ ยิ่งฟังนายกฯแถลงว่าศอฉ.จะประชุมแก้ปัญหาเป็นเรื่องๆในแต่ละวัน ยิ่งทำให้เป็นว่าการใช้พรก.ฉุกเฉินจะไม่สามารถแก้ปัญหาความไม่เป็นเอกภาพและไม่มีองค์กรนำอย่างเป็นระบบที่เป็นอยู่ได้

นอกจากนี้ กฎหมายนี้ยังให้อำนาจนายกฯเกินจำเป็นที่อาจนำไปสู่การใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้องเช่นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชนเป็นต้น

จากที่นายกฯแถลงวันนี้ ทำให้เกิดความวิตกกันว่าวัตุประสงค์แท้จริงของการเลือกใช้พรก.ฉุกเฉินอาจจะเป็นเพราะรัฐบาลต้องการจัดการกับสื่อและประชาชนที่เห็นต่างจากรัฐบาล ซึ่งหากเป็นจริงจะเป็นอันตรายต่อการแก้ปัญหาอย่างมากเพราะจากประสบการณ์ของประเทศต่างๆบอกเราว่าสิ่งที่ทำให้ประเทศต่างๆแก้ปัญหาได้ดีก็คือความโปร่งใสตรวจสอบได้และการให้มีเสรีภาพในการแสดงความเห็น

อย่าลืมว่าการปิดกั้นเสรีภาพในการพูดความจริงได้ทำให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงในบางประเทศมาแล้ว

สถานการณ์ในขณะนี้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ น่าเสียดายที่ในการแถลงวันนี้นายกฯไม่ได้แสดงให้เห็นทิศทางในการแก้ปัญหา แถลงมติครม.ที่คนรอฟังกันทั้งประเทศเสร็จแล้ว ไม่ทำให้เห็นความหวังได้บ้างเลยว่าจะทำอย่างไรให้สถานการณ์ดีขึ้น

ก็คงต้องรอดูว่าการใช้พรก.ฉุกเฉินและการจัดตั้งศอฉ.ขึ้นจะทำให้เกิดทิศทาง นโยบายและมาตรการในการแก้ปัญหาที่ชัดเจนหรือไม่

แต่อีก 2 วันปัญหาจะเลวร้ายลงไปอีก มีปัญหามากมายทีมีอยู่ต้องการการแก้ไขโดยเร็ว

ขณะนี้โรงพยาบาล เตียง ห้องไอซียู เครื่องช่วยหายใจ เครื่องป้องกันการติดเชื้อของหมอพยาบาล ขาดแคลนอย่างหนักแล้ว เวลานี้ต่างคนต่างหาทางแก้ปัญหากันจ้าละหวั่นไม่มีหน่วยงานใดเป็นเจ้าภาพดูแล หน้ากาก เยลล้างมือสำหรับประชาชนขาดแคลนมาตลอดก็ยิ่งขาดแคลนหนักขึ้น ต้องแก้วันนี้และคงต้องแสดงให้เห็นว่าเมื่อใช้พรก.ฉุกเฉินและศอฉ.แล้วจะแก้อย่างไร

การกักตัวเฝ้าระวังที่เป็นระบบขนาดใหญ่ที่ยังไม่มีเลย จะต้องสร้างขึ้น มิฉะนั้นจะกลายเป็นมีคนติดเชื้อมหาศาลจนหมอพยาบาลดูแลไม่ไหว ล่มทั้งระบบ ป่วยแล้วไม่มีใครรักษา

ถึงอย่างไรประเทศไทยต้องไปถึงจุดที่ต้องล็อคดาวน์ทั้งประเทศแน่ ยิ่งเนิ่นนานไปอย่างที่รีๆรอๆอยู่ก็ยิ่งเสียหาย ควรจะต้องมีการวางแผนเตรียมการที่จะดูแลประชาชนที่จะต้องหยุดงานอยู่บ้านกันจำนวนมหาศาล กิจการห้างร้านที่ปิดจะได้รับการดูแลอย่างไรและกิจการที่จำเป็นต้องเปิดต่อไปจะช่วยเขาอย่างไร และต้องมีการวางแผนทั้งระบบไม่ให้เกิดความโกลาหล

เมื่อใช้พรก.ฉุกเฉิน รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ทำอะไรก็ไม่ผิดกฎหมาย จะทำอย่างไรให้เกิดความพอดี ไม่ให้ประชาชนที่ลำบากอยู่แล้วต้องเดือดร้อนจากการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่มากเกินไป

เรื่องเหล่านี้ต้องเตรียมทั้งนั้น หวังว่าวันที่ 26 มีค.ที่เริ่มใช้พรก.ฉุกเฉิน รัฐบาลจะมีแผนมาตรการที่จะแก้ปัญหาและรองรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น