posttoday
“พิชัย” แนะ ลดดอกเบี้ยเหลือ 0 % จัดซอฟท์โลน 5 แสนล้านช่วยธุรกิจได้ผลกระทบโควิด-19

“พิชัย” แนะ ลดดอกเบี้ยเหลือ 0 % จัดซอฟท์โลน 5 แสนล้านช่วยธุรกิจได้ผลกระทบโควิด-19

20 มีนาคม 2563

อดีต รมว. พลังงาน แนะ ลดดอกเบี้ยเหลือ 0 % จัดซอฟท์โลน 5 แสนล้านบาทประคองธุรกิจได้ผลกระทบโควิด-19 ชี้ ต้องเตรียมการภาครัฐให้พร้อมก่อนปิดประเทศ จี้ ห้ามส่งหน้ากาก และ เร่งนำเข้าอุปกรณ์ตรวจไวรัส

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. นาย พิชัย นริพทะพันธุ์ กล่าวว่า รัฐบาลยังสับสนในการบริหารจัดการประเทศในช่วงวิกฤต ขนาดจะปิดกรุงเทพหรือไม่ปิดกรุงเทพ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ โฆษกรัฐบาลยังพูดไม่ตรงกัน ต้องแก้กันไปแก้กันมา ขณะเดียวกันรัฐบาลประกาศปิดสถานบริการต่างๆเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ไม่ได้มีแผนรองรับว่าจะช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างไร พลเอกประยุทธ์บอกว่าการส่งออกหน้ากากอนามัย 5.6 ล้านชิ้นไม่มีจริง แต่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว. พาณิชย์ กลับยอมรับเองว่าได้รับอนุญาตส่งออกถูกต้อง ทั้งที่ต้องถามว่ายังจะให้มีการส่งออกหน้ากากอนามัยกันอยู่อีกหรือ ทั้งๆที่ประชาชนขาดแคลนอย่างหนัก ต้องเข้าแถวซื้อหน้ากากกันยาวเหยียดเหมือนอดีตประเทศโซเวียตรัสเซียเข้าคิวซื้อแบ่งปันสินค้าก่อนที่ประเทศโซเวียตจะล่มสลาย หรือ แม้กระทั่งเรื่องจัดพิธีสวดมนต์ก็ยังสับสน ถึงแม้จะให้คนอยู่นอกอุโบสถก็ไม่ได้แปลว่าจะห้ามการแพร่กระจายของไวรัสได้ สุดท้ายประชาชนคงอยากสวดมนต์ที่บ้านตามศาสนาที่ตนศรัทธา เพื่อขอให้ได้รัฐบาลใหม่ที่ฉลาดและมีการบริหารจัดการประเทศที่ดีกว่ารัฐบาลปัจจุบัน

ในภาวะวิกฤตนี้รัฐบาลควรคิดให้ครบกรอบในหลายด้าน เพื่อรองรับปัญหาให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด ซึ่งอาจจะต้องอธิบายยาว ดังนั้นจึงขอแนะนำ 4 เรื่องเร่งด่วนที่รัฐบางควรต้องทำเพื่อช่วยเหลือประชาชนดังนี้

1. ให้ รัฐบาล และ กระทรวงการคลัง ร่วมกับ ธนาคารแห่งประะทศไทย ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0% พร้อมเตรียมวงเงินซอฟท์โลน อัตราดอกเบี้ย 0% จำนวน 500,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบให้ประคองตัวให้ผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปให้ได้ ทั้งนี้ สหรัฐเองก็ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง 0% เช่นกัน และประกาศอัดฉีดเงินกว่า 7 แสนล้านเหรียญ การประกาศลดอัตราดอกเบี้ยของไทยลงเหลือ 0% เหมือนของสหรัฐ จะช่วยลดภาระของธุรกิจได้มาก และจะลดภาระของรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยในการช่วยเหลือภาคธุรกิจ อีกทั้งยังทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าเพื่อช่วยการส่งออก และจะทำให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น โดยไม่ต้องห่วงเงินเฟ้อ เนื่องจากราคาน้ำมันตลาดโลกลดลงต่ำมากเหลือเพียง 20 กว่าเหรียญสหรัฐต่อบาเรลเท่านั้น จากสงครามราคาน้ำมันของประเทศซาอุดิอาราเบีย และ ประเทศรัสเซีย อีกทั้งการออกซอฟท์โลน 5 แสนล้านบาท แก่ภาคธุรกิจ เอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบ ที่อัตราดอกเบี้ย 0 % เพื่อประคองธุรกิจและรักษาการจ้างงาน แบงต์ชาติต้องขอความร่วมมือแกมบังคับจากธนาคารพาณิชย์ให้ลดค่าใช้จ่ายในการลดอัตราดอกเบี้ยให้กับภาคธุรกิจลงเช่นกัน โดยรัฐบาลยอมร่วมออกบางส่วนและธนาคารพาณิชย์ควรต้องเฉือนเนื้อตัดกำไรบ้างเพื่อช่วยสนับสนุนด้วย หลังจากปีที่แล้วที่ธนาคารพาณิชย์กำไรถึง 2.7 แสนล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นถึง 30.8% โดยซอฟท์โลนนี้อาจจะต้องให้ยาวไปถึงหลังวิกฤตผ่านไปแล้วด้วย เพื่อให้หน่วยธุรกิจสามารถฟื้นตัวได้ การที่จะต้องออกนโยบายการเงินและนโยบายการคลังให้สอดคล้องกันเป็นเรื่องจำเป็นในภาวะเช่นนี้ และรัฐบาลอาจจะต้องพิจารณาลดภาษีหลายด้านเพื่อช่วยฟื้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ในภาวะวิกฤตประเทศต้องการมาตรการที่รุนแรงเฉียบพลันและได้ผล ซึ่งจะมาคิดแบบอนุรักษ์นิยมเหมือนในภาวะปกติไม่ได้

2. เชื่อว่าในที่สุดแล้ว ประเทศไทยจะต้องประกาศปิดประเทศจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 เหมือนหลายประเทศที่ประกาศไปก่อนหน้านี้แล้ว และเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และควรเร่งปิดประเทศ แต่ก่อนที่จะปิดประเทศรัฐบาลควรจะต้องเตรียมการในเรื่องต่างๆทุกด้านให้พร้อม โดยเฉพาะการจัดการภาครัฐ ที่จะต้องรีบปรับตัวพัฒนาการเชื่อมต่อออนไลน์เพื่อรองรับการปิดประเทศ ไม่ใช่พอจวนตัวแล้วรีบปิดประเทศโดยไม่ได้สร้างระบบรองรับ ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการหยุดชะงักทางเศรษฐกิจจะยิ่งส่งผลรุนแรง ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเตรียมพร้อมทุกด้านก่อนจะประกาศปิดประเทศ ทั้งนี้ ในภาวะวิกฤติก็เป็นโอกาสดีที่ประเทศนี้จะพัฒนาราชการให้เป็นระบบออนไลน์ทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพ เพื่อประเทศไทยจะได้พัฒนาขึ้นหลังจากวิกฤตนี้ โดยในภาวะวิกฤตนี้ก็จะเป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยทั้งภาคเอกชนและภาครัฐจะสามารถพัฒนาตัวเองให้ก้าวทันโลกได้เช่นกันถ้ารัฐบาลฉลาดพอ

3. สั่งห้ามการส่งออกหน้ากากอนามัยทั้งหมดไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะได้รับ BOI หรือ มีลิขสิทธิ์ใดๆ เพื่อให้ประชาชนในประเทศมีหน้ากากอนามัยใช้ให้เพียงพอ ไม่ต้องไปเข้าคิวรอยาวเหยียดและเสี่ยงการแพร่ระบาดของไวรัส เหมือนที่ประเทศไต้หวันสั่งห้ามส่งออกหน้ากากอนามัยทั้งหมดตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ในภาวะวิกฤตนายกรัฐมนตรีสามารถสั่งการเรื่องนี้ได้ และทุกบริษัทต้องเข้าใจและต้องปฏิบัติตาม จะมาอ้างเพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตัวกันไม่ได้ ความจริงคือพลเอกประยุทธ์ได้สั่งการหลายเรื่องที่เป็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องมากมายที่ทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศ แต่กับเรื่องนี้ที่เป็นความจำเป็นของประชาขนกลับไม่สั่งทำหรือคิดไม่ออก

4. เร่งการใช้อุปกรณ์ตรวจสอบการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ประชาชนสามารถตรวจสอบตัวเองได้ ที่ต่างประเทศได้คิดค้น ผลิต และมีจำหน่ายกันแล้ว หรือ ที่ กลุ่มปตท. คิดค้นได้แล้วก็ได้ และมีราคาไม่แพง เพียงชุดละ ไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น เพื่อลดความกังวลของประชาชนว่าตนเองจะติดไวรัสโควิท-19 หรือไม่ และหากพบว่าติดไวรัส จะได้เร่งพบแพทย์และกักตัวในทันทีเพื่อทำการรักษา การพบแต่แรกและเร่งเข้ารับการรักษาจะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้มาก รัฐบาลอาจจะใช้อุปกรณ์นี้ในการตรวจประชาชนในกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสผู้ติดเชื้อโดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพราะราคาถูก และไม่ต้องวิ่งไปหาผู้ที่จะป่วยแต่ผู้เสี่ยงที่จะป่วยจะวิ่งมาหาเอง

นี่เป็นเพียง 4 เรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลควรต้องรีบทำเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่รัฐบาลต้องคิดล่วงหน้าว่าจะต้องออกนโยบายอะไร เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หมดสมัยแล้วที่จะมีรัฐบาลที่คอยแต่ตั้งรับปัญหา และแก้ปัญหาอย่างล่าช้า ทั้งนี้ หากประเทศไทยจะรอดและพัฒนาต่อไปได้ ประเทศไทยจะต้องมีผู้นำและรัฐบาลที่คิดล่วงหน้าและป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิดปัญหา ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันพิสูจน์แล้วว่าทำไม่ได้เพราะคิดไม่เป็น

ในวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 ของโลกครั้งนี้พิสูจน์แล้วว่า รัฐบาลที่ “ทำมากไปและทำเร็วไป” (Too much too soon) จะดีกว่า รัฐบาลที่ “ทำช้าไปและทำน้อยไป” (Too little too late) มากเพราะจะช่วยเหลือชีวิตของประชาชนได้มากกว่า

ข่าวล่าสุด

สยามพิวรรธน์ มอบอาคารห้องสมุด สานต่อโครงการ “Citizen of Love by Siam Piwat”

สยามพิวรรธน์ มอบอาคารห้องสมุด สานต่อโครงการ “Citizen of Love by Siam Piwat”