posttoday

"สุวิทย์ คุณกิตติ"แนะ7แนวทางแก้หน้ากากอนามัยขาดแคลนให้ประชาชนได้รับแจกจ่ายอย่างทั่วถึง

06 มีนาคม 2563

"สุวิทย์ คุณกิตติ" โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเสนอแนวทางให้รัฐบาลเร่งดำเนินการใน7ข้อแก้หน้ากากอนามัยขาดแคลนรับมือโควิด-19โดยคำนึงถึงสุขภาพประชาชน

นายสุวิทย์ คุณกิตติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Suwit Khunkitti เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาขาดแคลานหน้ากากอนามัย ในสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19โดยมีเนื้อหาดังนี้

ขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลน #หน้ากากอนามัย #ไวรัสโควิด19 #ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่

วิธีแก้ไขปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลนในโรงพยาบาลและสถานบริการทางการแพทย์อื่นๆ

สิ่งที่สามารถทำได้ทันทีคือ

1.การขอความร่วมมือจากโรงงานผลิตหน้ากากที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ ให้เร่งรัดและเพิ่มปริมาณการผลิตให้สูงสุดเท่าที่เครื่องจักรและโรงงานสามารถจะทำได้ โดยให้มีการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อให้โรงงานที่มีความสามรถขยายกำลังการผลิตทันที

2.หากมีปัญหาเรื่องสต๊อกของวัตถุดิบที่ต้องใช้ในการผลิตรัฐบาลจะต้องสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดหาวัตถุดิบเพื่อสนับสนุนการผลิตอย่างต่อเนื่องและเพียงพอที่จะรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว ถ้าวัตถุดิบจะต้องนำเข้าจากต่างประเทศก็ต้องสั่งการให้เอกอัครราชทูต ทูตพาณิชย์ ทูตอุตสาหกรรม รวมทั้งทุกหน่วยงานในต่างประเทศช่วยกันติดต่อประสานงานในการจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบให้ได้เร็วที่สุดมากที่สุดและดำเนินการส่งกลับมาประเทศไทยให้เร็วที่สุด

ถ้าหากจำเป็นไม่สามารถจัดหาเครื่องบินในการขนส่งมายังประเทศไทยได้รัฐบาลหรือกองทัพอากาศจะต้องจัดเครื่องบินไปรับวัตถุดิบกลับมาประเทศไทยในทันที

3.ถ้าการจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบในต่างประเทศยังมีปัญหารัฐบาลต้องใช้ความสัมพันธ์ทั้งภาครัฐและส่วนตัวในการขอความร่วมมือและขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลหรือขอให้เอกชนที่มีความสัมพันธ์กับรัฐบาล ภาคธุรกิจการค้าและอุตสาหกรรม ซึ่งมีการลงทุนจำนวนมากในต่างประเทศช่วยเหลือประสานงานกับภาคอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีเครื่องจักรและวัตถุดิบในการผลิตหน้ากากอนามัย เพื่อขอซี้อทั้งเครื่องจักรในการผลิตเพราะสามารถดำเนินการติดตั้งได้ภายใน 5 อาทิตย์ อย่างที่ CP แถลงไว้ จากประเทศที่มีเครื่องจักร เทคโนโลยีและวัตถุดิบในการผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อนำกลับมาให้ขยายกำลังการผลิตและส่งวัตถุดิบให้โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย เพื่อใช้ในการผลิตอย่างพอเพียงและต่อเนื่อง

4.หน้ากากอนามัยที่โรงงานผลิตได้รัฐบาลจะต้องขอความร่วมมือ ในระยะแรกนี้ให้ขายให้กับรัฐบาลก่อน เพื่อจัดสรรอย่างเป็นระบบ จนเพียงพอกับความจำเป็นและต้องการของโรงพยาบาลและสถานบริการทางการแพทย์เป็นอันดับแรกเพราะเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่แพทย์พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นด่านแรกที่ต้องรับมือกับผู้ป่วยติดเชื้อและสำคัญที่สุดในการดูแลไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อ#ไวรัสโควิด19 ไปยังแพทย์ พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ที่ เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ต้องดูแลรักษาพี่น้องประชาชน หากไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตก็จำเป็นต้องใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

5.รัฐบาลจะนำสต๊อกหน้ากากอนามัยที่เหลือ มาแจกจ่ายให้กับประชาชนโดยคำนึงถึงความจำเป็นของพื้นที่การระบาดและพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและจำเป็นต้องป้องกันและควบคุมเป็นอันดับแรกเพราะเป็นพื้นที่ที่จะต้องเร่งรัดให้มีการควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดออกไปนอกพื้นที่ซึ่งเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้พื้นที่อื่นได้รับผลกระทบจากการระบาดด้วย แต่ทั้งนี้จะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อโรงพยาบาล และสถานบริการทางการแพทย์ ได้รับการจัดสรรหน้ากากอนามัยอย่างเพียงพอและทั่วถึง รวมทั้งมีสต๊อกไว้รองรับกรณีเหตุการณ์ระบาดจะยืดเยื้อออกไปอย่างเพียงพอแล้วเท่านั้น

6.เพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกันตัวเองจากการระบาด เพราะต้องออกจากบ้านไปทำงาน ซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคและทำภารกิจอื่นนอกบ้าน รัฐบาลควรจะต้อง แจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนฟรี แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะจ่ายให้กับประชาชนผ่านทางพร้อมเพย์ มาเป็นค่าจัดซื้อและจัดส่งหน้ากากอนามัยโดยบริษัทไปรษณีย์ไทย ให้ทั่วถึง เพราะประชาชนทั่วไปก็มีความจำเป็นต้องใช้ในการป้องกันโรคติดต่ออื่นๆโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมากที่สุด โดยรัฐบาลอาจจะแบ่ง หน้ากากอนามัยที่ผลิตได้ส่วนหนึ่งไปดำเนินการแจกจ่ายให้กับประชาชนไปพร้อมกับการจัดสรรส่วนใหญ่ที่ต้องจัดสรรให้กับโรงพยาบาลและสถานบริการทางการแพทย์

7.เมื่อสถานการณ์การขาดแคลนหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ในการป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์มีเพียงพอ ที่จะรองรับสถานการณ์ในระยะยาวแล้วหน้ากากอนามัยที่รัฐบาลแจกให้กับประชาชนฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายซึ่งอาจจะไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน

รัฐบาลควรอนุญาตให้โรงงานผลิตหน้ากากอนามัยและผู้จัดจำหน่ายสามารถนำไปจำหน่ายได้ตามร้านค้าทั่วไปเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและมีใช้เพียงพอกับความต้องการอย่างแท้จริงสุดท้ายหากรอไม่ได้ ก็จะต้องรีบดำเนินการขอรับการสนับสนุนตามความจำเป็นเร่งด่วนสำหรับบุคคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลและสถานบริการทางการแพทย์ ที่มีปัญหาการขาดแคลนจากประเทศจีน

ข่าวล่าสุด

JSP แตกไลน์ธุรกิจ พลิกโฉมตลาดรังนก ยกระดับสมุนไพรไทย ดันรายได้โต 10%