"โจ้"ยุทธพงศ์จัดหนักบิ๊กตู่"เอื้อเจ้าสัว"ร่ำรวยผิดปกติจากปมซื้อขายที่ดิน 600 ล้าน

วันที่ 24 ก.พ. 2563 เวลา 18:35 น.
"โจ้"ยุทธพงศ์จัดหนักบิ๊กตู่"เอื้อเจ้าสัว"ร่ำรวยผิดปกติจากปมซื้อขายที่ดิน 600 ล้าน
"ยุทธพงศ์"ลากยาวกว่า2ชั่วโมงซัดบิ๊กตู่4ปมร่ำรวยผิดปกติจากการขายที่ดินพ่อ600ล้าน เอื้อให้เจ้าสัวเช่าศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ 50 ปี ขยายสัมปทานรถไฟฟ้าไม่ชอบ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นเวลากว่า 2ชั่วโมง โดยกล่าวหา นายกฯ มีการกระทำขัดกันแห่งผลประโยชน์ ร่ำรวยผิดปกติ และ กระทำการละเมิดหลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐเสียหาย ไม่นำพาให้เกิดความเสียหาย

ทั้งนี้ นายยุทธพงศ์ เรียก พล.อ.ประยุทธ์ ว่า คุณประยุทธ์ ทำให้ส.ส.รัฐบาลหลายคนลุกขึ้นประท้วง ว่า เป็นการใช้คำไม่สุภาพ ไม่เป็นการให้เกียรติกัน พล.อ.เป็นยศพระราชทานควรเรียกให้ถูกต้อง แต่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้วินิจฉัยว่า คนเรากิริยามารยาทไม่เหมือนกัน เรียกคุณประยุทธ์เหมาะสมแล้ว แต่พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ผมไม่มีสิทธิ์ไปสั่งไม่ให้เรียกได้

จากนั้น นายยุทธพงศ์ กล่าวอภิปรายว่า ขอกล่าวหา คุณประยุทธ์ ร่ำรวยผิดปกติ ตั้งแต่ 24 ส.ค. 2557 ถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 6 ปีแล้ว แล้วก็มีปัญหาอภินิหารทางกฎหมาย เพราะมีประกาศ ป.ป.ช. ทั้งนี้การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของรัฐ ขอกล่าวหาว่าคุณประยุทธ์ร่ำรวยผิดปกติ รายรับรายจ่ายที่บัญชีทรัพย์สินก็ไม่สัมพันธ์กัน จนผิดปกติวิสัย

ขณะเดียวกันรายจ่าย พล.อ.ประยุทธ์ ที่มอบเงินให้ น้องชาย ลูกชาย และญาติ อื่นๆ เป็นเงินกว่า 400 ล้านบาท จึงตั้งข้อสงสัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไปเอาเงินมาจากไหนมากมาย ตอนเป็น ผบ.ทบ. มีเงิน 128 ล้าน บาทแล้วไปเอาเงินมาจากไหนอีก 466 ล้านบาท โดยบิดา คุณประยุทธ์ได้ขายที่ดินให้กับบริษัทเอกชนทำอสังหาริมทรัพย์ไป 600 ล้าน โดยบอกว่าผู้ซื้อเดินทางมาเอง แล้วผู้ซื้อก็ได้มอบแคชเชียร์เช็ค 600 ล้านบาทให้ผู้ขาย ต่อมาก็ทำสัญญาซื้อ-ขาย บิดาของคุณประยุทธ์ได้มอบเงิน 540 ล้านให้บุตรชายคนโต คือ พล.อ.ประยุทธ์ ดูแลแบ่งให้พี่น้องต่อไป

ส.ส.มหาสารคาม กล่าวว่า เรื่องนี้ถ้าเป็นวิญญูชน ผมคงไม่เอามาอภิปรายในสภาหรอกครับ ที่ดินมันไม่ใช่ที่ดินแต่มันเป็นบ่อตกปลาครับ คนซื้อใครมันจะมาซื้อครับ มันถึงผิดปกติ การซื้อขายที่ดินนี้เป็นเงินตั้ง 600 ล้าน แล้วเงินกว่า 400 กว่าล้านก็มาอยู่ในบัญชีคุณประยุทธ์ คุณประยุทธ์ต้องมาตอบนะครับ เพราะเรื่องนี้ไม่มีใครรู้ ว่าที่ดินแปลงนี้เป็นบ่อตกปลาที่ดิน 50 ไร่ ราคาประเมินที่ดินกว่า 197 ล้านบาท อันนี้ราคาประเมินที่ดินแต่นี่เป็นบ่อตกปลา ต้นทุนฝั่งผู้ซื้อ 600 ล้านบาท

"ผมเชื่อว่า ถ้าไม่หลับตาซื้อไม่มีใครซื้อหรอกครับ ราคาตั้ง 600 ล้าน ซื้อบ่อตกปลานี่มันเป็นข้อสงสัยว่า ใครเป็นผู้เจรจาซื้อขายที่ดินบิดา พล.อ.ประยุทธ์ ผมไม่อาจกล่าวหา คุณประยุทธ์ การซื้อขายที่ดินเป็นการฟอกเงินหรือไม่ เพราะ 1. ราคา 600 ล้านแพงไป 2.สงสัยบริษัทมาซื้อที่ดินเพิ่งตั้งบริษัทแค่ 7 วัน ก็มาซื้อที่ดิน 600 ล้านได้ เป็นธุรกรรมที่น่าสงสัยครับ เงินมาอยู่ในบัญชีคุณประยุทธ์ได้อย่างไร ผมกล่าวหาคุณประยุทธ์ร่ำรวยผิดปกติ แล้วเงินส่วนหนึ่งที่นำมาซื้อที่ดินก็เป็นส่วนหนึ่งจากบริษัทที่บริติช เวอร์จิ้น ใช่หรือไม่"นายยุทธพงศ์ กล่าว

นายยุทธพงศ์ ยังได้อภิปรายถึงกรณีรัฐบาลต่ออายุสัญญา ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ 50 ปี โดยนายกฯ ทำผิดต่อมติ ครม. เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2560 และจนปัจจุบันยังไม่มีการแก้ไขให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งการต่ออายุสัญญาได้มีข้อทักท้วงจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง อย่าง อัยการสูงสุด กรมธนารักษ์

ในขณะเดียวกัน ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ มีการทุบทิ้ง เนื่องจากปรับพื้นที่ให้เป็น NEW CBD BANGKOK เพื่อรองรับธุรกิจและการท่องเที่ยว อีกทั้ง นายกฯ ยังได้ย้ายโรงงานยาสูบออกจากบริเวณดังกล่าว แล้วเปลี่ยนเป็นสวนสารธารณะ ทำให้คนได้ประโยชน์ คือ โครงการต่างๆในเครือเจ้าสัว

นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวกลับไม่มีการเปิดประมูล จึงเท่ากับเป็นการล็อกสเป็กให้กับบริษัทในเครือเจ้าสัว โดยมูลเหตุมาจากเงิน 400 ล้านบาท เข้าบัญชีนายกฯ ดังนั้น ต้องรับผิดชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 เท่านั้น ซึ่งถือเป็นการตอบแทนกันในเรื่องการซื้อขายที่ดิน

นายยุทธพงศ์ กล่าวอีกว่า คุณประยุทธ์ เหิมเกริมต่ออำนาจ ใช้อำนาจในทางไม่ถูกต้องกรณีการต่อขยายสัมปทานรถไฟฟ้า ให้โอนเงินลงทุนจาก รฟม.มาเป็นของกทม. ประเด็นการต่อขยายรถไฟฟ้า จากการไปพัวพันกับเจ้าสัว มีการออกคำสั่ง ม.44 ทั้งที่มีกฎหมายบังคับใช้แล้ว แต่ไม่รอให้เกิดความรอบคอบ ยกเว้นกฎหมาย ทำไมไม่ให้เขาเข้าพรบ.ร่วมทุนตามปกติ กทม.ก็มีระบบบริหารสัญญาการเดินรถตามปกติ แต่กลับไปเร่งรีบดำเนินการออกม.44 โดยที่ไม่มีใครร้องขอ กทม.ก็ไม่ได้ร้องขอ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลกลับออกม.44 ต่อสัมปทานมา ไม่ต้องเข้าพรบ.ร่วมทุนไปยกเว้นกฎหมาย เกิดการกินรวบ แทนที่คนอื่นจะมาแข่งขันได้ในส่วนต่อขยายเขียวเหนือ และเขียวใต้ เป็นการละเมิดกฎหมาย กรณีนี้ ถือว่า คุณประยุทธ์เป็นโมฆะบุรุษ ไม่อาจปล่อยให้บริหารราชการแผ่นดินได้ต่อไป

นายยุทธพงศ์ ยังได้อภิปรายถึงกรณีเรือสินค้าจีนล่องมาถึงเชียงแสน สามเหลี่ยมทองคำ ก่อนกองกำลังผาเมือง สังหารลูกเรือจีน ตาย 13 ศพ ตำรวจดำเนินคดีกับทหารทั้งหมด ตอนนั้น คุณประยุทธ์ผู้บัญชาการทหารบก กลายเป็นว่าผู้ต้องหาที่ 1 ได้รับการเลื่อนยศ เป็นพันเอก จาก พันตรี ปัจจุบัน เป็นตำแหน่งเสนาธิการ ในสมัยที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นรมว.กลาโหม เรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ ต้องไปตรวจสอบ มีที่ไหน คนถูกดำเนินคดีถูกเลื่อนยศ จนเป็นพันเอกแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต