ผบ.เหล่าทัพควบเก้าอี้สว.ไม่เหมาะขัดหลักประชาธิปไตย

วันที่ 03 ม.ค. 2563 เวลา 09:46 น.
ผบ.เหล่าทัพควบเก้าอี้สว.ไม่เหมาะขัดหลักประชาธิปไตย
"เทพไท เสนพงศ์"หนุนตัดโควต้าสว.ที่มาจากผบ.เหล่าทัพ ให้ควบตำแหน่งขรก.การเมือง ขัดหลักการระบอบประชาธิปไตย

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ facebook live จากสภากาแฟ ร้านโกหง่า ตลาดนัดสระไคร อ.เฉลิมพระเกียรติ กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ ผบ.เหล่าทัพออกจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาว่า ในขณะนี้หลายฝ่ายเห็นด้วยกับหลักการ ที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงความเห็นให้ตัดโควต้าสมาชิกวุฒิสภาที่มาจาก ผบ.เหล่าทัพ6ตำแหน่ง เพราะขัดต่อหลักการในระบอบประชาธิปไตย ที่ให้ข้าราชการประจำควบตำแหน่งข้าราชการการเมืองได้ด้วย

การที่ ผบ.เหล่าทัพจะเข้ามานั่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่ง เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่มีความเหมาะกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ส่วนการที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี อ้างเหตุผลของการที่ ผบ.เหล่าทัพเป็นสมาชิกวุฒิสภา เพื่อต้องการประสานงานด้านข้อมูลข่าวสาร กับผู้ใต้บังคับบัญชาบัญชานั้น เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะ ผบ.เหล่าทัพ มีสถานะเทียบเท่าระดับอธิบดีในกระทรวงต่างๆ ถ้าหากต้องการ ประสานงานด้านข้อมูลกับฝ่ายข้าราชการประจำจริง อธิบดีทุกกรม ก็ควรมีสิทธิ์มาเป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่งได้ด้วย ซึ่งขัดกับหลักการในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง

การที่ ผบ.เหล่าทัพเป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่ง และรับเงินเดือน สิทธิประโยชน์ต่างๆทั้ง2ตำแหน่งด้วยนั้น ถือว่าเป็นการเอาเปรียบ หรือมีอภิสิทธิ์เหนือบุคคลอื่น ที่เข้าตำแหน่งทางการเมือง2ตำแหน่ง แต่รับเงินเดือนค่าตอบแทนได้เพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้น ผบ.เหล่าทัพ ก็ไม่ควรมีสิทธิ์พิเศษเหนือบุคคลอื่นเช่นกัน

ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้ว่า ต้องใช้งบประมาณ2-3พันล้านบาทนั้น เป็นงบประมาณในการทำประชามติรัฐธรรมนูญทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะประเด็น ผบ.เหล่าทัพเป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่งเท่านั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ยังมีหลายประเด็นที่ต้องศึกษาแก้ไข เพราะฉะนั้นการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใช้งบประมาณ2-3พันล้านในแต่ละครั้งเป็นเรื่องปกติ และคุ้มค่ากับการลงทุนในการสร้างระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงของประเทศไทย.