แอมเนสตี้ฯจี้รัฐบาลยุติการดำเนินคดีพรรคอนาคตใหม่จัดกิจกรรมแฟลชม็อบ

วันที่ 26 ธ.ค. 2562 เวลา 12:44 น.
แอมเนสตี้ฯจี้รัฐบาลยุติการดำเนินคดีพรรคอนาคตใหม่จัดกิจกรรมแฟลชม็อบ
แอมเนสตี้ฯเรียกร้องทางการไทยยกเลิกการดำเนินคดีสมาชิกพรรคฝ่ายค้านและนักกิจกรรมที่จัด"แฟลชม็อบ"

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. น.ส.เนาวรัตน์ เสือสอาด ผู้ประสานงานฝ่ายสื่อสารองค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องให้ยุติการคุกคามด้วยกระบวนการกฎหมายต่อสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน นักปกป้องสิทธิมนุษยชน และนักเคลื่อนไหวในประเทศไทย ที่ผ่านมาทางการเริ่มดำเนินคดีอาญาครั้งใหม่ต่อสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ และนักเคลื่อนไหวเนื่องจากการชุมนุมประท้วงอย่างสงบที่ผ่านมา

ข้อหาเหล่านี้เป็นผลมาจากการที่ประชาชนชาวไทยหลายหมื่นคน ร่วมชุมนุมในตอนค่ำวันที่ 14 ธ.ค. เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงที่เรียกว่าแฟลชม็อบที่กรุงเทพฯ รวมทั้งที่เชียงใหม่ ขอนแก่น และจังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของไทย การประท้วงอย่างสงบเหล่านี้ เกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมการกการเลือกตั้งประกาศที่จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเพื่อยุบพรรคอนาคตใหม่

ทางการไทยได้แจ้งข้อหาหลายคดีทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต่อแกนนำระดับสูงของพรรคอนาคตใหม่ รวมทั้งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านใหม่ที่ชนะการเลือกตั้งได้ส.ส. 81 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2562 แต่ก่อนและหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ ทางการได้เริ่มกระบวนการที่จะยุบพรรคอนาคตใหม่ และตัดสิทธินายธนาธรในฐานะรัฐสภา ในวันที่มีการชุมนุมประท้วง ตำรวจแจ้งข้อหาต่อนายธนาธรฐานที่ใช้เครื่องขยายเสียงในที่สาธารณะอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ

ในวันจันทร์ที่ 16 ธ.ค.นายสนธิญา สวัสดี ส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นพรรคเสียงข้างมาก ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ 4 คน ได้แก่ นายธนาธรน.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โดยกล่าวหาว่าจำเลยไม่ได้แจ้งการชุมนุมสาธารณะต่อเจ้าพนักงาน จัดชุมนุมสาธารณะภายในระยะ 150 เมตรจากเขตพระราชฐาน และจัดชุมนุมขวางทางเข้าออกที่สาธารณะ ข้อหายุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ว่า ด้วยความมั่นคงของรัฐ และการละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หากศาลตัดสินว่ามีความผิด สมาชิกพรรคเหล่านี้อาจได้รับโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 7 ปี

ที่จังหวัดเขียงใหม่ แอดมินของเฟซบุ๊กเพจ สมัชชาเสรีแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่สนับสนุนการประท้วงครั้งนี้ ถูกดำเนินคดีเนื่องจากไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะล่วงหน้า 24 ชั่วโมง ตามข้อกำหนดในพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 10.000 บาท และที่ผ่านมาทางการมักนำมาตรานี้มาใช้เพื่อแทรกแซง และขัดขวางการชุมนุมทั่วประเทศไทย นับแต่รัฐบาลทหารประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่ปี 2558

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องทางการไทย ให้ยุติการฟ้องคดีตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ ซึ่งเป็นการจำกัดจนเกินขอบเขตต่อสิทธิในการชุมนุมอย่างสงบ และยุติการใช้มาตรา 116 หรือข้อหายุยงปลุกปั่น ซึ่งที่ผ่านมามีการใช้อย่างกว้างขวาง เพื่อปิดกั้นการแสดงความเห็นต่างอย่างสงบของนักเคลื่อนไหว นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักข่าว และนักกฎหมาย โดยควรยกเลิกข้อบทเหล่านี้ หรือแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับพันธกรณีและพันธกิจด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศของไทย ทางการไทยต้องเคารพ คุ้มครอง ส่งเสริม และปฏิบัติให้เป็นผลอย่างเต็มที่ ซึ่งเสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุมอย่างสงบ และการสมาคม