รมว.กลาโหมสหรัฐพบ "บิ๊กตู่" ลงนามร่วมพัฒนาด้านความมั่นคง

  • วันที่ 17 พ.ย. 2562 เวลา 13:38 น.

รมว.กลาโหมสหรัฐพบ "บิ๊กตู่" ลงนามร่วมพัฒนาด้านความมั่นคง

รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เข้าพบ "พล.อ.ประยุทธ์" พร้อมลงนามแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศ

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 62 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (กห.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ให้การต้อนรับการเยี่ยมคำนับของ นายมาร์ค เอสเปอร์ รมว.กลาโหมสหรัฐอเมริกา ณ ศาลาว่าการกลาโหม ในโอกาสเดินทางเยือนไทย เพื่อเข้าร่วมประชุม ADMM - Plus

ทั้งสองฝ่าย ชื่นชมและเน้นย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย - สหรัฐฯ ในฐานะพันธมิตรเก่าแก่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่าความสัมพันธ์ ไทยกับสหรัฐฯ มีความผูกพันมายาวนาน และมีรากฐานที่มั่นคง ที่พัฒนามาจากความร่วมมือทางทหาร เศรษฐกิจ และการค้า

ทั้งนี้ ความร่วมมือทางทหารระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษา และการฝึก Cobra Gold มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพ และขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อกองทัพของทั้งสองประเทศแล้ว ยังเกิดประโยชน์ต่อประชาชน และภูมิภาคโดยรวมอีกด้วย

นายมาร์ค เอสเปอร์ กล่าวชื่นชมการเป็นประธานอาเซียนของไทย รวมทั้งการจัดการประชุมในกรอบ ADMM และ ADMM-Plus ที่เป็นไปอย่างดีเยี่ยม รวมทั้งขอบคุณไทย ที่ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกร่วมผสมทางทะเลระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ (ASEAN - U.S. Maritime Exercise) เป็นครั้งแรกที่ผ่านมา และการเป็นประธานร่วมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางทะเล ( EWG on Maritime Security ) ในวงรอบถัดไป โดยสหรัฐฯ ยึดมั่นในการสนับสนุนความเป็นแกนกลางของอาเซียน รวมทั้งบทบาทของไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือ เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

ต่อจากนั้น ได้ร่วมลงนาม ในแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมระหว่าง ไทย - สหรัฐอเมริกา ค.ศ. 2020 ว่าด้วยการเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศ โดยเน้นย้ำถึง ความสำคัญของการเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศระหว่างกันที่ยาวนาน ความเป็นหุ้นส่วนเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงที่ยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการฝึกและศึกษา การเสริมสร้างขีดความสามารถการปฏิบัติการร่วมกัน และการพัฒนาหน่วยงานความมั่นคงและการทหารให้มีความทันสมัย เพื่อการเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน ซึ่งการร่วมลงนามในแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมฯ เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการยกระดับความเป็นพันธมิตรและความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างทั้งสองประเทศได้เป็นอย่างดี

พล.ท.คงชีพ กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงนามร่วมกันระหว่างกระทรวงกลาโหมไทย- สหรัฐอเมริกา จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารที่แน่นแฟ้น โดยเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ในมิติอื่นๆ ทั้งทางการทูต เศรษฐกิจและวัฒนธรรม ที่มุ่งมั่นให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนไปด้วยกัน

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ