เทพไทอัด "สิระ" ส.ส.แดดเดียว อย่ามาสอนมารยาทการเมือง

  • วันที่ 09 พ.ย. 2562 เวลา 17:23 น.

เทพไทอัด "สิระ" ส.ส.แดดเดียว อย่ามาสอนมารยาทการเมือง

เทพไทซัดกลับ"สิระ" เป็นได้แค่ สส.แดดเดียว อาศัยใบบุญประยุทธ์เข้ามาในสภาฯ แนะไม่ต้องมาสอนมารยาทการเมือง 

เมื่อวันที่ 9 พ.ย.62 นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณี นายสิระ เจนจาคะ สส.พรรคพลังประชารัฐ ระบุพาดพิงว่า การที่ตนต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหมส่งสัญญาณถึงพรรคพลังประชารัฐเพื่อไม่ให้ขัดขวางนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตน์ในการเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ก็เพราะพล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงเจตนาอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ให้เป็นเรื่องของรัฐสภา

ดังนั้นการที่นายสิระ ออกมาปฏิเสธว่า พรรคพลังประชารัฐไม่เกี่ยวข้องกับพล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่เป็นความจริง เพราะพล.อ.ประยุทธ์คือหัวหน้าพรรคตัวจริงของพรรคพลังประชารัฐ แม้แต่ชื่อพรรคพลังประชารัฐก็มาจากโครงการประชารัฐของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และที่พรรคพลังประชารัฐได้รับเลือกตั้ง สส.เข้ามาจำนวนมาก ก็เพราะการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ซึ่งเปรียบเสมือนการซื้อเสียงล่วงหน้าของรัฐบาล และที่พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีได้ในตอนนี้ก็เพราะพรรคพลังประชารัฐเป็นผู้เสนอชื่อให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในนามพรรคพลังประชารัฐ

เพราะฉะนั้นพล.อ.ประยุทธ์คือหัวหน้าพรรคตัวจริงของพรรคพลังประชารัฐ การที่ตนสัมภาษณ์ถึงพล.อ.ประยุทธ์ก็เป็นการแสดงความเห็นทางการเมือง เป็นเรื่องของผู้ใหญ่คุยกัน เด็กๆอย่างนายสิระก็ไม่ควรมายุ่งเกี่ยว เหมือนกับการที่แม่ทัพ นายกองเขาเจรจากัน ทหารเลวหน้าค่ายไม่ควรมาสอดรู้สอดเห็นหรือจัดการงานนอกสั่ง

"นายสิระไม่จำเป็นต้องมาสอนมารยาททางการเมืองกับผม เพราะผมเป็น สส.มาหลายสมัย ซึ่งต่างกับนายสิระที่เป็น สส.สมัยแรกและไม่แน่ใจว่าเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้เข้ามาในสภาฯอีกหรือไม่ คุณก็เป็นได้แค่ สส.แดดเดียว ที่อาศัยใบบุญของพล.อ.ประยุทธ์เข้ามาในสภาฯ อยากจะบอกให้นายสิระว่าเอาเวลาไปเตรียมตัวแก้ข้อกล่าวหาที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นต่อ ป.ป.ช.กรณีที่ไปมีพฤฒิกรรมกร่างใส่ตำรวจที่ภูเก็ต และเตรียมตัวขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะดีกว่า"นายเทพไทกล่าว

นายเทพไทกล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคการเมืองที่ได้คืบจะเอาศอกตามที่ถูกกล่าวหา การเป็นประธานสภาฯ ของนายชวน หลีกภัย ก็เพราะความเห็นพ้องของทุกฝ่าย และเป็นการทำหน้าที่ได้ดีที่สุด หากดูองค์ประกอบของ สส.ในสภาชุดนี้ที่มีความหลากหลายเช่นนี้ ถ้าประธานสภาฯไม่ใช่คนที่ชื่อชวน หลีกภัย ไม่รู้ว่าสภาฯชุดนี้จะวุ่นวายขนาดไหน การที่พรรคพลังประชารัฐ เสนอชื่อนายวีรกร คำประกอบ นายวิรัช รัตนเศรษฐ์ นายวิเชียร เชาวลิต จนถึงนายสุชาติ ตันเจริญ ให้เป็นประธานกรรมาธิการฯชุดดังกล่าวก็ยังไม่มีเสียงการตอบรับจากสังคมเลย จนวันนี้มีการนำชื่อของนายบวรศักดิ์ อุวรรโณ อดีตกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ มาเพื่อโยนหินถามทางนั้น ก็ต้องรอดูว่ามีการตอบรับ หรือถูกวิพากษ์วิจารณ์มากน้อยแค่ไหน

เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เสนอนายอภิสิทธิ์นั่งตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ก็เพราะเห็นว่า เป็นผู้มีศักยภาพสูง มีประสบการณ์ทางการเมืองมายาวนาน เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ถ้าพรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อใครขึ้นมา ก็อยากได้สังคมพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างบุคคลเหล่านั้นกับนายอภิสิทธิ์ ว่าใครมีความเหมาะสมในการทำหน้าที่นี้มากกว่ากัน ถ้าพรรคพลังประชารัฐจะอ้างสิทธิ์การเป็นพรรคการเมืองใหญ่ ต้องการให้คนของตัวเองเข้ามานั่งในตำแหน่งประธานกรรมการประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้จริง ก็อยากจะถามถึงเจตนาว่า มีความจริงใจในการศึกษาปัญหารัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน หรือจะขอให้เป็นเพียงแค่พิธีกรรม หรือเพื่อซื้อเวลา ไม่ให้ถูกโจมตีว่าไม่ได้ทำตามนโยบายเร่งด่วนที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาเท่านั้น

ขณะที่ นายสิระ ก็ได้กล่าวตอบโต้ นายเทพไทว่า เรื่องที่ตนเองพูดวานนี้ คือประเด็นการเลือกผู้ที่จะมาทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดนี้ ว่าเป็นหน้าที่ของกรรมาธิการฯเขาจะไปเลือกกันเอง ไม่เกี่ยวข้องกับนายเทพไทพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตนไม่มั่นใจว่านายเทพไทที่เป็น ส.ส.มาหลายสมัยถึงไม่เข้าใจประเด็นง่าย ๆ เช่นนี้ หรือต้องการจงใจเบี่ยงประเด็น

“ผมเป็น ส.ส.สมัยแรก หากจะนำตัวเลขทางการเมืองมาเปรียบเทียบกับ ผมคงสู้นายเทพไทไม่ได้อยู่แล้ว แต่สำหรับผมการทำหน้าที่ ส.ส.คือการเข้ามาสร้างประโยชน์ให้ประชาชน 4-5 เดือนที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าผมสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติและประชาชน มากกว่านายเทพไท เพราะฉะนั้นการโอ้อวดถึงจำนวนสมัยของการเป็น ส.ส.ที่ตนเองเคยเป็นมา คือพฤติกรรมของพวกบ้าตำแหน่ง นิยมหัวโขน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณเข้ามาเป็น ส.ส.เป็น 10 ปี คุณทำอะไรให้เป็นประโยชน์บ้าง เท่าที่ผมพยายามค้นหา ผมยังไม่เจอ”นายสิระ กล่าว

นายสิระ กล่าวอีกว่า อยากฝากไปถึงนายเทพไทว่า ผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่ ส.ส.ไม่ว่าจะเป็นใคร เป็นมากี่สมัย วันนี้ ส.ส.ทุกคนคือผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน การที่ นายเทพไท พูดจาดูแคลน ส.ส.สมัยแรก ที่ไม่ได้มีตนเองเพียงคนเดียวในสภานั้น นายเทพไท ต้องย้อนกลับไปมองดูตัวเอง ในขณะเดียวกันก็ต้องเปิดใจให้กว้าง ดูการทำงานของ ส.ส.สมัยแรก หลายๆท่าน ที่เขาสามารถทำผลงาน ช่วยเหลือประชาชนได้มากกว่าคนเก่าแก่แต่ไม่ได้ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแบบนายเทพไท

"เป็นส.ส.หลายสมัย มีพฤติกรรมพูดจาดูหมิ่น ดูแคลนผู้อื่น จนต้องคลานเข้าไปกราบขอโทษผู้หญิง เพื่อให้ตัวเองพ้นคุก พฤติกรรมแบบนี้จะมากล่าวอ้างดีกว่า ส.ส.ท่านอื่นได้อย่างไร" นายสิระ กล่าว

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ