"บิ๊กป้อม" สั่งจับตากลุ่มเสี่ยง คุมเข้าความปลอดภัยประชุมอาเซียน

  • วันที่ 09 ต.ค. 2562 เวลา 11:36 น.

"บิ๊กป้อม" สั่งจับตากลุ่มเสี่ยง คุมเข้าความปลอดภัยประชุมอาเซียน

"ประวิตร" สั่งจับตาเข้มกลุ่มเสี่ยง เตรียมรักษาความปลอดภัยสูงสุดการประชุมสุดยอดอาเซียน ขอร่วมกันเฝ้าระวัง

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมคณะอนุกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจร เพื่อเตรียมการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ณ ศาลาว่าการกลาโหม

พล.อ.ประวิตร ได้ขอให้ทุกส่วนราชการเตรียมการรองรับ มาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ที่จะมีขึ้นในไทย ระหว่าง 31 ต.ค. - 4 พ.ย.62 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีผู้นำประเทศและคู่สมรส เจ้าหน้าที่อาวุโสและภาคเอกชนจำนวนมากเข้าร่วมประชุม โดยย้ำ ขอให้ดำเนินงานให้เรียบร้อย สมเกียรติ เป็นที่ยอมรับ รวมทั้งมีความประทับใจร่วมกันและให้มีผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด

ทั้งนี้ ได้กำชับให้ฝ่ายข่าว ให้ความสำคัญกับทุกกลุ่มเป้าหมายและเพิ่มความเข้มข้นในมาตรการเฝ้าระวังกับกลุ่มเสี่ยง และขอให้หน่วยงานความมั่นคงและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบและเตรียมความพร้อมแผนปฎิบัติการ ด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจร ทั้งบุคคลสำคัญและสถานที่ รวมทั้งการส่งกลับสายแพทย์ โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพหลัก รับผิดชอบจัดตั้งและขับเคลื่อนงานผ่านกองอำนวยการร่วม เน้นการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องและสนับสนุนกัน

ขณะเดียวกันให้ถอดและนำทุกบทเรียนที่เกี่ยวข้องที่ผ่านมา มากำหนดมาตรการป้องกันและมาตรการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม โดยให้มีการซักซ้อมและพัฒนาแผนการปฏิบัติและแผนเผชิญเหตุให้มีความรัดกุมมากขึ้น โดยต้องไม่เกิดเหตุซ้ำ เพื่อให้การปฏิบัติในทุกภารกิจ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการ มีอำนาจเด็ดขาด ในการควบคุมและสั่งการ พร้อมทั้งให้กองทัพเตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินและการก่อการร้ายที่อาจมีขึ้น

พร้อมกันนี้ ให้ทุกส่วนราชการร่วมกันประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้กับประชาชน ในมาตรการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกการจราจร รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี มีความตื่นตัว ร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังและรายงานพฤติกรรมที่ผิดสังเกตของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อร่วมกันเสริมสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศ

ข่าวอื่นๆ