บิ๊กตู่ลั่นมีวันนี้ได้เพราะ'บิ๊กป้อม'สอนมายอมรับห่วงศึกในแต่ยังสู้ไหว

วันที่ 05 ก.ย. 2562 เวลา 18:28 น.
บิ๊กตู่ลั่นมีวันนี้ได้เพราะ'บิ๊กป้อม'สอนมายอมรับห่วงศึกในแต่ยังสู้ไหว
นายกฯประกาศลั่นกลางงานแถลงผลการศึกษา วปอ. มีวันนี้เพราะ “บิ๊กป้อม” สอนมา ลั่นตลอด 5 ปี ทำมากกว่ารัฐบาลก่อน 4 เท่า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานรับฟังการแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 61 วิทยาลัยเสนาธิการทหารรุ่นที่ 60 วิทยาลัยการทัพบกชุดที่ 64 วิทยาลัยการทัพเรือ รุ่นที่ 51 และวิทยาลัยการทัพอากาศรุ่นที่ 53 โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ รวมทั้งผู้แทนจากองค์กรต่างๆ ส่วนราชการ และเอกชนเข้ารับฟัง ว่า ส่วนตัวไม่กังวลเรื่องภายนอก แต่กังวลภายในทำปวดหัวเพราะต้องพูดทุกวัน

"ไม่เป็นไร ยังสู้ไหว ตราบใดที่ยังมีรองนายกรัฐมนตรีเก่งๆอย่างนายอนุทิน ประธานนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 61 อีกทั้งยังมีรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง รัฐมนตรีช่วยกลาโหม มีพี่ป้อมของเรา (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ) ที่เก่งๆ ยังมีพี่ป๊อก ของเรา (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย) มีน้องอิทธิพล คุณปลื้ม (รมว.วัฒนธรรม) มีผู้บัญชาการเหล่าทัพ ทั้งหมดล้วนเป็นพี่น้องกันทั้งสิ้น มีความเกี่ยวพันยึดโยงกันทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดเริ่มต้นจากความมั่นคง มีเสถียรภาพทางการเมืองและการทหาร อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในการลงพื้นที่หลายคนก็ชอบที่นายกรัฐมนตรีมาหา พูดก็ฟัง แต่พอถามกลับบอกไม่รู้เรื่อง ส่วนคนไม่ชอบก็มี และจ้องเล่นงานข้างนอก ส่วนตัวไม่กลัวแม้การลงพื้นที่ไม่มีใครรักก็ให้งบประมาณ ซึ่งรัฐบาลนี้ทำมา 5 ปี ก็มากกว่ารัฐบาลก่อนถึง 4 เท่า โดยเฉพาะเรื่องน้ำ ส่วนแรงงานไทยตอนนี้อาจจะแพ้เวียดนามที่เข้ามาเป็นลูกจ้าง ที่ปัจจุบันกลายเป็นเจ้าของกิจการหมด เพราะไทยเสียเปรียบเรื่องภาษา ดังนั้นต้องปรับเปลี่ยนแผนการเรียนในมหาวิทยาลัยด้วย

ทั้งนี้ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพูดมาเยอะแล้ว เกรงใจ พล.อ.ประวิตร ที่นั่งอยู่บริเวณแถวหน้า แต่ที่ตนเองมีวันนี้ได้เพราะ พล.อ.ประวิตร สอนมา จึงสร้างเสียงปรบมือดังก้องทั่วห้องประชุม พร้อมระบุว่า ไม่มีใครเข้าใจตนเอง ซึ่งส่วนตัวกับ พล.อ.ประวิตร เคยทำงานร่วมชะตากรรมกันมาในพื้นที่ชายแดนจึงมีความผูกพัน และอีกคนคือ พล.อ.อนุพงษ์ ตอนที่ตนเองเรียนจบมาก็ไปรายงานตัวกับ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เมื่อสมัยเป็นร้อยตรี ตอนนั้นก็สงสัยว่าคนนี้คือใคร อยากรู้ว่าจะแน่แค่ไหน ใช้เวลาหลายปีในการพิสูจน์ตนเองกว่า พล.อ.ประวิตร จะไว้ใจ เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมาก และทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องต่างตอบแทนอะไรใดๆ ทั้งสิ้น เพราะหลักการคือเมื่อทำดีต้องได้ดี ถ้าทำไม่ดีต่อให้รักมากน้อยแค่ใดก็ไม่ให้ตำแหน่ง