"พิชัย" ชี้ “บิ๊กตู่” ทำผิดยุทธศาสตร์ชาติ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

วันที่ 05 ก.ย. 2562 เวลา 08:21 น.
"พิชัย" ชี้ “บิ๊กตู่” ทำผิดยุทธศาสตร์ชาติ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
อดีต รมว. พลังงาน  ชี้ “บิ๊กตู่” ทำผิดยุทธศาสตร์ชาติ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ยัน แม้เศรษฐกิจไทยยังไม่ถดถอยแต่รายได้คนไทยถดถอย วอน อย่าแจ้งจับ ซีอีโอไทยพาณิชย์ ที่พูดกบต้มเหมือนกัน

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า หากจำกันได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โจมตีนโยบายประชานิยมตั้งแต่เริ่มทำปฏิวัติรัฐประหาร อีกทั้งได้ยกเรื่องประชานิยมเป็นเหตุผลหนึ่งของการปฏิวัติรัฐประหารด้วย ทั้งนี้ยังไม่พอ ตอนร่างรัฐธรรมนูญใหม่ยังบอกจุดประสงค์ชัดเจนว่าป้องกันไม่ให้มีประชานิยมเพื่อป้องกันประเทศล่มจมจากการแจกเงิน ถึงกับต้องมีการวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขึ้นมาเพื่อกำกับไม่ให้มีการแจกเงินสะเปะสะปะ

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าตลอด 3-4 ปีแรก ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ แทบจะไม่ช่วยเหลือประชาชนเลย โดยจ่ายเงินช่วยประชาชนน้อยมาก ประชาชนเดือดร้อนกันอย่างมาก แต่พอใกล้จะเลือกตั้ง รัฐบาลกลับมีการแจกเงินแบบอีลุ่ยฉุยแฉก โดยเฉพาะบัตรคนจน และหลังเลือกตั้งยิ่งแจกเงินมากขึ้น จึงอยากถามว่านี่เป็นการแจกเงินที่แย่ยิ่งกว่าประชานิยมใช่หรือไม่ และฝากถามไปยังคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติว่า การดำเนินการดังกล่าวผิดกับยุทธศาสตร์ชาติที่วางไว้ใช่หรือไม่ โดยอยากให้พรรคฝ่ายค้านได้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติได้พิจารณา เพื่อหยุดการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาล ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้  เพราะเชื่อว่าหากเป็นพรรคฝั่งตรงข้ามที่เป็นรัฐบาล ป่านนี้อาจจะถูกคณะกรรมการยุทธศาสตร์หยุดการบริหารประเทศแล้ว

ทั้งนี้ เพราะนอกจากรัฐบาลจะแจกเงินอย่างมโหฬาร โดยล่าสุดแจกกว่า 3 แสนล้านบาทแล้ว และยังจะแจกเพิ่มอีก แต่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยกลับยังต่ำมาก และโตต่ำมาโดยตลอด ไม่ได้ขยายตัวถึงปีละ 5 % ตามที่ยุทธศาสตร์ชาติกำหนดไว้ และไม่เคยถึงปีละ 5% เลยตลอด 5 ปีกว่าที่พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศมาโดยเศรษฐกิจขยายตัวเฉลี่ยได้เพียงปีละประมาณ 3 % เท่านั้น รวมถึงปีนี้ด้วยที่อาจจะขยายตัวต่ำลงอีก ประเทศที่กำลังพัฒนาแบบประเทศไทยหากขยายเศรษฐกิจได้ไม่ถึง 5% ก็ต้องถือว่าติดลบและล้มเหลวแล้ว  ซึ่งหลักการนี้ สามารถสอบถามจาก อาจารย์โกร่ง ดร. วีรพงษ์ รามางกูร อดีต รองนายก และ อดีต รมว. คลัง ได้ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงต้องกำหนด 5% ไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ และรัฐบาลประยุทธ์ได้สอบตกมาตลอด 5 ปีกว่าที่บริหารและมีแนวโน้มว่าจะสอบตกและล้มเหลวต่อไปอีกตลอดเวลาที่จะยังคงบริหารประเทศต่อ ซึ่งถ้าหากจะอยู่ครบถึง 8 ปีจริงตามที่หมอดูที่รัฐบาลจ้างมาให้เป็นข้าราชการการเมืองทำนาย ประเทศไทยจะยิ่งล้าหลัง และล้มเหลวอย่างแน่นอน

ดังนั้น อย่าได้สงสารพล.อ.ประยุทธ์ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ร้องขอเลย ให้สงสารประเทศไทยและคนไทยมากๆจะดีกว่า เพราะประชาชนจะยิ่งลำบากกันอย่างมาก   และการที่พล.อ.ประยุทธ์สั่งทุกหน่วยงาน รวมถึง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ให้ออกมาบอกว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ถดถอยนั้น ก็เป็นเรื่องจริง เพราะหากดูตัวเลขจีดีพีที่ยังเป็นบวกไม่ติดลบ แมัจะบวกน้อยลงมากเหลือแค่ 2.3% เท่านั้น แต่ถ้าหากวัดจากรายได้ของประชาชนส่วนใหญ่ที่รายได้ลดลงมาตลอด  ก็ต้องบอกว่าเศรษฐกิจของคนไทยได้ถดถอยมา 5 ปีแล้ว และที่เศรษฐกิจของประเทศไทยโดยรวมขยายตัว รายได้ที่เพิ่มก็ไปเพิ่มเข้ากระเป๋านายทุนและมหาเศรษฐีที่สนับสนุนรัฐบาลเท่านั้น ประชาชนจึงรู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยถดถอย ซึ่งคงปฏิเสธยากเพราะเงินในกระเป๋าประชาชนส่วนใหญ่ลดลงมาหลายปีติดกัน จนทำให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นสูง

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังไม่มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัว เพราะเศรษฐกิจโลกยังอาจจะชะลอตัวลงอีกได้ ซึ่งต่างกับที่พรรคพลังประชารัฐทั้งหัวหน้าพรรคและรองโฆษกพรรคพยายามให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องกับประชาชนที่บอกว่าเศรษฐกิจไทยกำลังจะฟื้น ซึ่งจะถือว่าเป็นการปล่อยเฟกนิวส์หรือไม่

ทั้งนี้ อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ได้ไปศึกษาแนวคิดของนายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารไทยพาณิชย์ที่ล่าสุดออกมาเตือนว่าธนาคารไทยพาณิชย์ต้องเร่งปรับตัวอย่างรวดเร็วและรุนแรง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของโลกและพฤติกรรมของผู้ใช้บริการธนาคารที่เปลี่ยนไป ไม่เช่นนั้นจะเป็นกบต้มตายคาหม้อได้ ซึ่งประเทศไทยก็เช่นกัน หากไม่เร่งปรับเปลี่ยนวิธีการคิดและวิธีการดำเนินการอย่างรวดเร็วและรุนแรง ใช้วิธีคิดแบบเก่าๆ วิธีทำแบบเดิมๆ ย้อนหลังไป 30 ปี ทำทุกวิธีที่จะสืบทอดและรักษาอำนาจ แบบที่สื่อต่างประเทศวิจารณ์ ประเทศไทยจะตกยุคและกลายเป็นกบต้มตายคาหม้อเร็วมาก และสงครามการค้าและภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจจะตกต่ำจนถึงถดถอยได้จะเป็นเหมือนการเร่งไฟให้กบสุกและตายเร็วขึ้น ทั้งนี้ ต้องขอร้องพล.อ.ประยุทธ์ว่า อย่าได้แจ้งจับประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารไทยพาณิชย์ไปดำเนินคดีเพราะพูดเรื่องกบต้มเหมือนที่ตนเคยพูดเลย เพราะทฤษฎีกบต้มนี้มีอยู่จริงที่พล.อ.ประยุทธ์อาจจะไม่ได้มีความรู้จึงได้ส่งคนมาดำเนินคดีกบต้มกับตน