เปิดต้นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 7 พรรคฝ่ายค้าน

วันที่ 10 ส.ค. 2562 เวลา 16:56 น.
เปิดต้นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 7 พรรคฝ่ายค้าน
ฝ่ายค้านชงเลือกตั้งสสร.ลุยแก้รัฐธรรมนูญฉบับ"ทวงคืนอำนาจการจัดทำรัฐธรรมนูญของประชาชน"

การประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ได้มีความเห็นร่วมกันว่า จะรณรงค์เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยหลักการสำคัญคือ จะให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ( สสร.) มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ส่วนจะมีจำนวนเท่าไหร่นั้น ยังไม่เป็นยุติ ซึ่งต้องรอให้แต่ละพรรคไปดำเนินการรับฟังระดมความคิดเห็นกันมาก่อนเสนอในรายละเอียดกันอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามทางพรรคเพื่อไทย ก็ได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมให้ที่ประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำมาเป็นตุ๊กตาในการจัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีสาระน่าสนใจดังนี้ คือให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม โดยให้ ยกเลิกความในมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม เพื่อเปิดประตูให้มีการแก้ไขให้ง่ายขึ้น โดยกำหนดให้ คณะรัฐมนตรี หรือ สส.ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือ จากส.สและส.ว.ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคน ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย

ทั้งนี้การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สามขั้นสุดท้าย ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

ขณะเดียวกันให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด 17 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา 261/1 ถึงมาตรา 261/14 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยกำหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) ทำหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามหมวดนี้ ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 200 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนในแต่ละจังหวัด

เมื่อได้ส.ส.ร.แล้วให้สภาร่างรัฐธรรมนูญแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นคณะหนึ่ง ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญตามแนวทางที่สภาร่างรัฐธรรมนูญกำหนด เพื่อเสนอต่อสภาร่างรัฐธรรมนูญประกอบด้วยกรรมาธิการจำนวน 29 คน และสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา 240 วัน นับแต่วันที่มีการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรก

สำหรับรายละเอียดของร่างแก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญมีดังนี้