เพื่อไทยยื่นกกต.เอาผิดกรรมการบริหารพลังประชารัฐถือหุ้นสื่อ

วันที่ 30 เม.ย. 2562 เวลา 19:45 น.
เพื่อไทยยื่นกกต.เอาผิดกรรมการบริหารพลังประชารัฐถือหุ้นสื่อ
พรรคเพื่อไทยยื่นกกต.เอาผิด กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐปมถือหุ้นสื่อ 1 พ.ค.นี้ หวังยุบพลังประชารัฐ-จัดเลือกตั้งใหม่

เมื่อวันที่ 30 เม.ย.62 นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค ร่วมกันแถลงถึงกรณีการถือหุ้นสื่อของนายชาญวิทย์ วิภูศิริ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ โดยนายปลอดประสพกล่าวว่า มี 5 ประเด็นหลักที่จะเสนอต่อสื่อมวลชนคือ

1.ฝ่ายรัฐบาลและทหารพูดเสมอว่าประเทศต้องปกครองภายใต้กฎหมาย ตนจึงอยากจะจรรโลงสิ่งเหล่านี้

2.อยากร้องเรียนเรื่องการตัดสินคดีต่างๆ ที่ไม่มีความเท่าเทียม ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งตนอยากให้เกิดความมั่นใจในส่วนนี้

3.ตนจะร้องเรียนนายชาญวิทย์กรณีถือหุ้นสื่อ

4.นายชาญวิทย์และคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในลักษณะยอมรับแล้วว่าถือหุ้นสื่อจริง

5.ตนและพรรคได้หารือกันแล้ว โดยพรรคได้มอบหมายให้ตนดำเนินการให้จบสิ้นกระบวนความ โดยการไปร้องนายชาญวิทย์ทั้งในสถานะส่วนตัว และในฐานะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งการร้องเรียนนี้อาจทำให้เกิดการเลือกตั้งใหม่ อีกทั้งการที่นายชาญวิทย์เป็นกรรมการบริหารพรรคนั้น อาจส่งผลต่อพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งตนจะยื่นร้องต่อกกต.ให้ดำเนินการเลือกตั้งใหม่ และให้กกต.พิจารณากรณีถือหุ้นสื่อหากกกต.เห็นว่ามีความผิดจริงก็ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชารัฐ โดยตนได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายพรรคไปยื่นเรื่องต่อกกต.ในวันที่ 1 พ.ค.นี้ เวลา 10.00 น.

ด้านนายชูศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีข้อพิสูจน์แล้วคือ 1.ขณะรับสมัครรับเลือกตั้งนั้นนายชาญวิทย์เป็นเจ้าของและถือหุ้นในบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการสื่อทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 42 (3) ดังนั้น นายชาญวิทย์ถือเป็นบุคคลเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามกฏหมาย และ 2.บุคคลใดที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งนายชาญวิทย์ในฐานะกรรมการบริหารพรรคจะต้องเซ็นรับรองด้วย แสดงว่ากรรมการบริหารพรรคมีส่วนรู้เห็น รับรู้ และส่งผู้สมัครโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ถือว่ากรรมการบริหารพรรคกระทำผิดกฎหมายเสียเอง ด้วยเหตุนี้กรรมการบริหารพรรคจะต้องรับผิดชอบในทางกฎหมายด้วย

ดังนั้น หากกกต.วินิจฉัยว่ามีความผิด กกต.มีอำนาจที่จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคได้ โดยระหว่างนั้นกกต.จะต้องเพิกถอนสิทธิการลงสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลนั้นเป็นการชั่วคราว และหากผู้สมัครมีโอกาสได้รับเลือกตั้งหรือมีคะแนนเป็นอันดับหนึ่ง ต้องระงับการประกาศผลการเลือกตั้งและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปลอดประสพได้เซ็นเอกสารมอบอำนาจให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคไปดำเนินการกับนายชาญวิทย์ต่อหน้าสื่อมวลชนอีกด้วย