สูตรเดียวเท่านั้น ต้องไม่กระทบเก้าอี้ส.ส.อนาคตใหม่
"ปิยบุตร"ขู่กกต.คำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อใช้สูตรเดียวห้ามกระทบจำนวนว่าที่ส.ส.อนาคตใหม่ขู่คำนวณผิดฟ้อง ม.157
"ปิยบุตร"ขู่"กกต."คำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อใช้สูตรเดียวห้ามกระทบจำนวนว่าที่ส.ส.อนาคตใหม่ หากคิดผิดฟ้อง ม.157
30 เม.ย.62 ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่(อนค.) แถลงว่า การคำนวนจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อตามแถลงข่าวล่าสุดของ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เหมือนจะใช้สูตรที่เรียกย่อๆ ว่า 27 พรรค คือกระจายให้พรรคที่ได้คะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.พึงมี ได้ ส.ส. ด้วย ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ทางพรรคอนาคตใหม่มีส่วนได้เสียโดยตรง เนื่องจากจะทำให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อหายไป 7-8 ที่นั่ง คะแนนดิบหายไป 6 แสนกว่าคะแนน
นี่คือคะแนนประชาชนที่สนับสนุนเราหายไปทันที ผมยืนยันว่า การคำนวนจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อมีอยู่สูตรเดียวเท่านั้น คือตามรัฐธรรมนูญและ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งกำหนดไว้ คือรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (1), (2) และ (4) ซึ่งในมาตรา 91 (2) เขียนไว้ชัดเจนว่าห้ามมีพรรคการเมืองใดมีจำนวน ส.ส.เกินกว่าจำนวน ส.ส.พึงมี กรณีเดียวที่เป็นข้อยกเว้น คือตามกรณี 91 (4) ถ้าได้จำนวน ส.ส.แบ่งเขตมากกว่าจำนวน ส.ส.พึงมี ให้ถือว่าได้ ส.ส.แบบแบ่งเขตโดยไม่ได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เป็นกรณียกเว้นเพียงกรณีเดียวเท่านั้น นอกเหนือจากนี้ไม่มีข้อยกเว้นใดทั้งสิ้น
"หลายท่านพยายามอธิบายว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการให้ความสำคัญกับทุกคะแนนเสียง กับพรรคการเมืองที่ได้ 3-4 หมื่นคะแนนนั้นมีความหมาย ผมขอถามกลับว่า แล้ว 6 แสนกว่าคะแนนของเราที่หายไปไม่มีความหมายอย่างนั้นเหรอ การที่ กกต.ไปค้นคว้าเอาความเห็นของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มาอ้าง โดยไม่ดูตัวบทของรัฐธรรมนูญนั้นใช้ไม่ได้ กรธ. ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ และอีกอย่างความเห็นของ กรธ.แต่ละคนก็ไม่ตรงกันด้วย ดังนั้น ถ้าจะคำนวนอย่างยุติธรรมจริงๆ ให้เดินตามรัฐธรมนูญ แต่ถ้าหากยืนยันว่าจะใช้แบบให้ 27 พรรคได้ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ ในฐานผู้เสียหายโดยตรง และผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่จะหายไป เราในฐานะผู้แทนประชาชนขอสงวนสิทธิ์ดำเนินคดีกับ กกต. ตามประมวมกฎหมายอาญา ม.157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงกรณีฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม ซึ่งจะถูกดำเนินคดีไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาต (ปปช.) และไปสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป" นายปิยบุตร กล่าว
นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า เรื่องที่สอง การเปิดคะแนนดิบรายหน่วย ล่าสุด รองเลขา กกต. แถลงว่าเอกสารคะแนนรายหน่วยไม่ใช่ความลับ และอยู่ที่ กกต. จังหวัด ใครอยากได้ให้ไปขอ ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ได้ให้ผู้สมัครไปร้องขอมาก็ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง คนละมาตรฐานการปฏิบัติ อย่างกรณี จ. นครปฐม เขต 1 เมื่อได้แล้วนำมาตรวจสอบลองรวมใหม่ ก็พบว่าชนะ 4 คะแนน จนทำให้ กกต. มีคำสั่งให้นับคะแนนใหม่ดังที่ผ่านมา หรือ เขต 2 กรุงเทพมหานคร เมื่อได้คะแนนรายหน่วยมาก็พบพบพิรุธ แบบฟอร์ม ส.ส 5/11 กับ ส.ส 5/18 ไม่ตรงกัน เราเห็นข้อผิดพลาดนี้ เพราะเราได้เห็นคะแนนดิบรายหน่วย นี่คือหลักฐานชัดว่ามีข้อผิดพลาดบกพร่องในการนับคะแนนจริงๆ ดังนั้น เมื่อคะแนนดิบรายหน่วยไม่ใช่ความลับ ท่านต้องมีคำสั่งลงไปที่หน่วยปฏิบัติว่าให้มีการเปิดเผย เมื่อไม่เปิดความลับจะเก็บไปทำไม เช่นที่ จ.นครราชสีมา เขต 1 ผู้สมัรคพรรคอนาคตใหม่ขอไปเป็นเดือนแล้วยังไม่ได้ กลายเป็นว่ามาตรฐานไม่ตรงกัน
"เพื่อทำให้เกิดมาตรฐานเดียวกัน เราขอเรียกร้องให้ท่านสั่งเจ้าหน้าที่หน่วยลงไปว่าเปิดให้หมด และระหว่างมีคำสั่งนี้ ถ้ามีใครร้องขอให้เจ้าหน้าที่เปิดคะแนนต้องให้ดูทันที เพราะผมถือว่า รองเลขาธิการ กกต. พูดว่า ไม่เป็นความลับ ไม่มีเหตุต้องปกปิด ใครขอต้องให้ หรือจะอำนวยความสะดวกประชาชนกว่านี้คือ ไม่ต้องขอ ให้เปิดมาเลย เพราะถ้าหากกระทำหน้าที่ด้วยสุจริตเที่ยงธรรม การเปิดเผยนี่แหละจะเป็นเกราะป้องกันให้ท่าน" นายปิยบุตร กล่าว


