posttoday

"พท.-พปชร."อ้างที่1 เปิดศึกแข่งจัดตั้งรัฐบาล

27 มีนาคม 2562

การชิงกันตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคพลังประชารัฐ เป็นไปด้วยความเข้มข้น

การชิงกันตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคพลังประชารัฐ เป็นไปด้วยความเข้มข้น

การชิงกันจัดตั้งรัฐบาลระหว่างฝ่ายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีกับฝ่ายประชาธิปไตย ที่นำโดยพรรคเพื่อไทยเป็นไปด้วยความเข้มข้น โดย ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ยืนยันว่า พรรค ที่ได้จำนวน สส.มากที่สุดต้องได้สิทธิ ในการรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลก่อน

"ไม่ใช่นำเสียงป๊อปปูลาร์โหวตมาเป็นข้ออ้างเพื่อใช้เป็นแกนนำในการ จัดตั้งรัฐบาลอย่างที่พรรค พปชร. กล่าวอ้าง และเชื่อว่าพรรค พปชร.ก็ยังไม่สามารถรวบรวมเสียงได้ถึง 251 เสียง เพราะหากสามารถรวบรวมได้แล้วคงประกาศจัดตั้งรัฐบาลไปแล้ว" ภูมิธรรม ระบุ

ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง 350 เขต แต่ได้จำนวน สส.น้อยกว่าพรรคที่ลงสมัครแค่ 250 เขต แล้วออกมาบอกว่าตัวเองได้คะแนนนิยมจากคนทั้งประเทศมากกว่า ควรจะได้จัดตั้งรัฐบาลแต่ระบอบรัฐสภาไม่ได้คิดแบบนั้น

ประเด็นแรก คือ กติกาที่บิดเบี้ยวตั้งใจออกแบบให้นำระบบ สส.พึงมี มาคิด เพื่อตัดคะแนนพรรคที่คนนิยม และได้จำนวน สส.เขตมากที่สุด เพื่อ ให้ได้ สส.บัญชีรายชื่อน้อยที่สุด นี่คือกับดักอย่างหนึ่งที่จงใจให้เกิดความยากลำบากในการแข่งขัน เพราะไม่ต้องการให้พรรคที่มีคะแนนนิยม ซึ่งแสดงผ่านจำนวนเขตที่มากเป็นพรรคที่แข็งแรงเกินไป

ประเด็นที่ 2 คือ การโหวตในสภา เมื่อคิดจาก สส. 1 คน มีคะแนนโหวตเท่ากัน 1 คะแนน เสียงข้างมากในสภาจึงมีค่าเท่ากับ สส.ที่โหวตเป็นจำนวนมากกว่าอีกฝ่าย ไม่ใช่การคิดคะแนนจาก สส.คนไหนได้คะแนนเลือกตั้งมาเท่าไหร่แล้วจะกลายเป็นเสียงข้างมาก แข่งขันในสนามเดียวกัน ออกแบบ กติกาเอาเปรียบคนอื่นมากมายมหาศาล ตั้งแต่จุดสตาร์ทยันเส้นชัย แต่จำนวน สส.ยังแพ้อยู่ดี เข้าเส้นชัยเป็นที่ 2 แต่จะขอรับเหรียญทองบนแท่นที่ 1"

ด้าน วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ แถลงว่า หลังจาก ที่พรรคประชาชาติได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการรวม 7 ที่นั่ง คือ สส.แบบเขต 6 ที่นั่ง และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง

ขณะที่ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยอ้างสิทธิในความชอบธรรมเพื่อจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีจำนวน สส.ที่มากกว่า ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เข้ามาแก้ปัญหาเรื่องพวกมาก ลากไป พรรคเคารพทุกเสียงไม่ว่าเสียงนั้นที่ลงคะแนนจะทำให้ผู้สมัครได้รับเลือกตั้งหรือไม่ พรรคเคารพทุกเสียงของประชาชน

"ต้องเรียนว่าเราแตกต่างจาก หลายพรรคการเมือง เพราะพรรคได้ สส.ครบทุกภูมิภาค ขณะที่บางพรรค อาจมี สส.ที่เรียกว่าภาคนิยมเท่านั้น ทำให้บัญชีรายชื่ออาจจะไม่ได้รับการเลือกตั้งเลย ดังนั้นจะเห็นว่าการเลือกตั้งลักษณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเกิดปัญหาเหมือนในอดีต ซึ่งพรรคยืนยันและเคารพเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพราะเราได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ทั่วประเทศ" สนธิรัตน์ ระบุ

ทั้งนี้ เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่า ณ วันนี้พรรคพลังประชารัฐถือว่ามีความชอบธรรมในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ สนธิรัตน์ บอกว่า เรื่องนี้ เป็นประเด็นรอง เพราะเรื่องหลักต้องดูว่าพรรคที่เป็นรัฐบาลมีเสียงมากพอหรือไม่ เป้าหมายอยู่ตรงนี้ว่าใครรวมเสียงได้มากจนตั้งรัฐบาลได้ นั่นคือความชอบธรรมที่แท้จริง

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าได้ติดต่อกับพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือยัง สนธิรัตน์ กล่าวว่า ขอสงวนชื่อพรรคไว้ก่อน เพราะได้มีการพูดคุยกันอยู่ตลอดในหลากหลายด้าน ไม่ใช่แค่พรรคใดพรรคหนึ่ง

"หากใครเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐต้องเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เราจะไม่เอาตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมอบให้กับใคร เราจะไม่ยอมเป็นพรรคที่เป็นผู้นำแต่ต้องเอาตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปแลกเพื่อให้เป็นรัฐบาล นี่คือจุดยืนของพรรคที่เป็นประชาธิปไตยและเคารพสิ่งที่ได้หาเสียงกับประชาชนไว้" เลขาธิการพรรค พลังประชารัฐ ระบุ

สำหรับกรณีที่มีแมวดำวิ่งตัดหน้า พล.อ.ประยุทธ์ ในขณะที่กำลังเดินขึ้นไปประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น สนธิรัตน์ กล่าวอย่างติดตลกด้วยว่า "ไม่จริง ผมดูจากภาพแมวอยู่ตั้งห่าง และน่าจะเป็นแมววิ่งไล่จับหนู ผมมองว่าเป็นมงคล แมวอาจจะกำลังจะจับหนูได้ก็ได้"

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด พลังกาญจน์ เอฟซี พบ เมืองทอง ไทยลีก วันนี้ 17 ม.ค.69