สนช.ไฟเขียวก.ม.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สนช.เห็นชอบกม.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สะเทือนเสรีภาพสื่อและการแสดงความคิดเห็น ไม่ได้รับการปกป้อง
สนช.เห็นชอบกม.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สะเทือนเสรีภาพสื่อและการแสดงความคิดเห็น ไม่ได้รับการปกป้อง
เมื่อวันที่ 28 กพ. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์ 161 เสียงเห็นสมควรประกาศให้ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ....เป็นกฎหมาย
ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุมสนช. คณะกรรมาธิการวิสามัญที่มีนางเสาวณี สุวรรณชีพ เป็นประธาน ได้มีการแก้ไขในสาระสำคัญจำนวน 5 ประเด็น
1. มาตรา 4 ว่าด้วยการกำหนดให้ร่างพ.ร.บ.ฉบับไม่ใช้บังคับในหลายกรณี เช่น การเก็บรวมรวม เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อประโยชน์ส่วนตนเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น รวมไปถึงการดำเนินการของหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ ซึ่งรวมถึงความมั่นคงทางการคลังของรัฐ หรือการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
โดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานจะต้องจัดให้มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามมาตรฐานด้วย
2.มาตรา 16 (8) กำหนดให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการตราพระราชกฤษฎีกาทบทวนความเหมาะสมของพ.ร.บ.อย่างน้อยทุก 5 ปี
3.มาตรา 21/1 คณะกรรมาธิการวิสามัญตัดออก ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ว่าด้วยการกำหนดให้พ.ร.บ.นี้จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้สิทธิเสรีภาพในการเสนอข่าวสารหรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพของบุคคลหรือนิติบุคคล ซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นอันไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจนเกินสมควรหรือเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ
4.มาตรา 26 คณะกรรมาธิการวิสามัญกำหนดว่า ห้ามไม่ให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม สภาพความพิการ
5.หมวด 3/1 ว่าข้อจำกัดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ของเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ตัดออกทั้งหมด


