posttoday

ทักษิณ เล่าวิธีที่ต่างชาติใช้รณรงค์ให้ประชาชนสุขภาพดี

04 กุมภาพันธ์ 2562

อดีตนายกรัฐมนตรี เผยแนวทางของต่างประเทศในการรณรงค์ให้ประชาชนมีสุขภาพดีไม่เป็นโรคอ้วน

อดีตนายกรัฐมนตรี เผยแนวทางของต่างประเทศในการรณรงค์ให้ประชาชนมีสุขภาพดีไม่เป็นโรคอ้วน

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.  นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เผยแพร่เสียงการจัดรายการ GOOD MONDAY ซึ่งจัดเป็นประจำทุกวันจันทร์ โดยครั้งนี้พูดถึงเรื่อง “สุขภาพของคน คือสุขภาพของชาติ” โดยเนื้อหาส่วนหนึ่งเป็นการเล่าแนวทางของประเทศต่างๆในการรณรงค์ให้ประชาชนมีสุขภาพดี

นายทักษิณ เล่าว่า อังกฤษตามสถิติมีประมาณ 1 ใน 3 คน ที่น้ำหนักเกินกว่าค่าเฉลี่ย แต่นอรเวย์เป็นพวกแองโกล-แซกซัน เหมือนกัน แต่ทุกๆ 6 คนจะมี 1 คน ซึ่งดีกว่ากันเท่าตัว เพราะนอรเวย์เค้าเริ่มเก็บภาษีสินค้าเกี่ยวกับน้ำตาล-ช็อกโกแลต เพราะน้ำตาลเป็นสาเหตุแห่งโรคอ้วนและความอ่อนแอของสุขภาพ เค้าจึงเก็บภาษีน้ำตาลจนถึงปัจจุบันขึ้นไปถึง 83% สมมติของนำเข้าราคา 100 เก็บภาษี 83% ก็เป็น 183

ญี่ปุ่นถือเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เขาใส่เข้าไปในหลักสูตรตั้งแต่โรงเรียนเด็กๆ เลยว่า อาหารการกินเรื่องโภชนาการ กินอย่างไรถึงจะดี ถูกต้อง แม้กระทั่งว่าเวลาลูกไปโรงเรียน อาหารกลางวันที่โรงเรียนจะเลี้ยงจะมีในเมนูส่งไปให้ผู้ปกครองดูเลย ผู้ปกครองจะได้ดูว่าเมนูนี้โรงเรียนนี้ให้อาหารเด็กถูกตามสุขลักษณะหรือเปล่า

ส่วนสิงคโปร์ เริ่มใช้ระบบว่า อยากให้คนออกกำลังเยอะๆ เอาข้อมือแบบ fitbit ใครจะเข้าโปรแกรมนี่ก็ไปเอา fitbit ของรัฐบาล ถ้าวันไหนเดินครบหมื่นก้าวเอาไป 50 ดอลล่าร์สิงคโปร์ หมื่นก้าวประมาณ 8 กิโล เพราะการเดินหมื่นก้าวเค้าคิดว่าเป็นการเดินที่ทำให้การย่อยสลายของอาหารที่เรากินเข้าไปดีและร่างกายแข็งแรง

ขณะที่ประเทศเรา (ไทย) เป็นประเทศที่มีโครงการ 30 บาท โครงการ 30 บาททุกวันนี้ก็เพิ่มค่าหัวไปเรื่อยๆ ถ้าขืนปล่อยแบบนี้ก็ไม่ไหว เพราะจริงแล้วตอนที่สร้างโครงการ 30 บาทขึ้นมา ต้องคิดครบวงจร ครบวงจรก็คือเราต้องถือว่าที่ภาษาอังกฤษว่า Prevention is better than cure ก็คือการป้องกันดีกว่าการรักษา นั่นก็คือการต้องรณรงค์เพื่อให้คนมีสุขภาพดี ไม่ว่าเรื่องของอาหาร เรื่องของอารมณ์ เรื่องของการออกกำลังกาย เพราะฉะนั้น มันจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษามันลดลง ถ้าปล่อยให้เป็นการรักษาข้างเดียวแล้วประชากรเพิ่มขึ้น อัตราต่อหัวเพิ่มขึ้น งบประมาณเราจะรับไม่ไหว

เพราะฉะนั้นต้องเน้นเริ่มต้นที่เรื่องของอาหารเลย We are what we eat นี่แหละ เราจะเป็นยังไงก็อยู่ที่เรากินอะไรเข้าไปนี่แหละ ฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องดูสุขภาพ ผมมองว่าประเทศเรา ถ้าเปรียบเหมือนร่างกายมนุษย์ 1 คน มนุษย์ทุกคนในประเทศเปรียบเสมือนเซลล์ทุกเซลล์ที่อยู่ในตัวเรา ถ้าเราทำให้เซลล์ทุกเซลล์แข็งแรง-ทำงานได้ดี ประเทศก็จะมีผลผลิตที่ดี

ฉะนั้นไอ้ 3 อ ที่เค้าพูดถึงกันคือ อาหาร อารมณ์ และการออกกำลัง จึงเป็นสิ่งที่จะต้องซีเรียสจริงจังกัน ต้องรณรงค์ ต้องมีโปรแกรมกัน แล้วเราจะไปลดที่ 30 บาท ลด 30 บาท นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เรื่องใหญ่ที่สุดคือ ทำให้คนในประเทศมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี แล้วเราจะได้มีกำลังความสามารถที่จะสร้างผลผลิตที่ดีให้กับครอบครัว ให้กับประเทศ นั่นคือสิ่งที่เราคงจะต้องจริงจังกับมัน

ส่วนเรื่องแคมเปญ เมื่อก่อนนี้โฆษณาเอะอะจะจ้างดารามาเป็นนางแบบ แต่ตอนหลังมาเค้าบอกเอาของจริงดีกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่า บางอาชีพบางโฆษณาดาราอาจจะต้องใช้ดารา แต่ว่าโฆษณาในสิ่งที่ต้องการจะให้เห็นจริงเห็นจังต้องใช้ความจริง

ที่มา : https://www.thaksinofficial.com/good-monday/004-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%99-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%82/

ข่าวล่าสุด

"บ้านชาวไทย" คืนความมั่นคงให้คนเมือง มีบ้านราคาถูกกว่าตลาด 30%