ฎีกายืนคุก 1ปี สามเกลอสายล่อฟ้าหมิ่น"ยิ่งลักษณ์ ว.5"

วันที่ 24 ม.ค. 2562 เวลา 13:21 น.
ฎีกายืนคุก 1ปี สามเกลอสายล่อฟ้าหมิ่น"ยิ่งลักษณ์ ว.5"
ศาลฎีกา พิพากษายืน ศิริโชค- เทพไท - ชวนนท์ สามเกลอสายล่อฟ้า หมิ่นประมาท "ยิ่งลักษณ์" ปม ว.5 โฟร์ซีซั่นส์ ให้จำคุกคนละ 1ปี ปรับคนละ 5 หมื่นบาท  ให้รอลงอาญา 2 ปี ด้านศิริโชค มั่นใจไม่กระทบเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 24 ม.ค.2562 ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำสั่งศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต, นายเทพไท เสนพงศ์ และนายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์  ร่วมกันเป็นจำเลย ในความผิด ฐานหมิ่นประมาท ผู้อื่นโดยการโฆษณา

กรณีเมื่อระหว่างวันที่10-15ก.พ. 55 จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันจัดรายการ "สายล่อฟ้า" ทางสถานีดาวเทียม ช่องบลูสกาย แล้วหมิ่นประมาทใส่ความ น.ส.ยิ่งลักษณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี ผู้เสียหาย ทำนองว่า มีกรณี ว.5 รร.โฟร์ซีซั่น ถือว่า ได้ประพฤติผิดจริยธรรม ซึ่งล้วนเป็นเท็จในทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง  จำเลยให้การปฏิเสธ

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พวกจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษาจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี ปรับคนละ 5 หมื่นบาท แต่พวกจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอลงอาญาไว้มีกำหนด 2 ปี ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

ทั้งนี้ ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ทั้งฝ่ายโจทก์ร่วมและฝ่ายจำเลยต่างประสงค์ไม่ดำเนินคดี ได้ยื่นคำร้องขอถอนฎีกาออกจากการพิจารณา เมื่อศาลพิเคราะห์แล้วให้ยกคำร้องดังกล่าว เพราะคดีนี้ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จสิ้นและส่งให้ศาลชั้นต้นพร้อมอ่านแล้ว ศาลฎีกาจึงอ่านคำพิพากษาทันที

โดยพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ร่วม ซึ่งเป็นแผ่นดีวีดีอัดรายการและคำถอดเทปแล้ว มีคำเช่นว่า "ปูเอาอยู่" โดยจำเลยอ้างว่าเป็นฉายาตั้งแต่ช่วงน้ำท่วมปี 2554 นั้น แต่เมื่อพิจารณาบริบทซึ่งเป็นคำสนทนาของจำเลยทั้งสามแล้ว เป็นการสื่อความหมายไปในทางชู้สาวว่าวันที่ 8 ก.พ. 2555 โจทก์ร่วมไม่เข้าประชุมสภา แต่ไปที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ด้วยภารกิจอะไร ซึ่งแม้โจทก์ร่วมจะเป็นบุคคลสาธารณะที่จำเลยทั้งสามที่เป็น ส.ส. จะตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่วิธีการที่จำเลยทั้งสามพูดในเชิงชู้สาวดังกล่าวเป็นการกระทำโดยมิชอบ การตรวจสอบต้องตรวจสอบโดยสุจริต  ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

ส่วนที่โจทก์ร่วมขอให้ไม่รอการลงโทษนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าแม้การกระทำของจำเลยทั้งสามจะเป็นการกระทำที่มิชอบ แต่โจทก์ร่วมก็ไม่ชี้แจงข้อเท็จจริงการไม่เข้าร่วมประชุมสภาแล้วไปที่โรงแรมให้สาธารณชนรับทราบ โดยชั้นสืบพยาน โจทก์ร่วมระบุเพียงว่าไปพบนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อสอบถามแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หากกรณีไม่เป็นความลับก็ไม่น่าทำให้เกิดความระแวงสงสัยเรื่องชู้สาวหรือผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งโจทก์ร่วมก็สามารถชี้แจงต่อสาธารณชนได้ การที่จำเลยเรียกร้องให้โจทก์ร่วมชี้แจงเป็นเจตนาดีเพื่อประโยชน์สาธารณะ พิพากษายืน จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 1 ปี ปรับคนละ 5 หมื่นบาท โดยให้รอลงอาญา 2 ปี

ด้านนายศิริโชค เปิดเผยหลังฟังคำพิพากษาพร้อมน้อมรับในคำพิพากษาของศาล ซึ่งการจัดรายการเจตนาดีแต่อาจเกินข้อเท็จจริงไปบ้าง ชี้ฝ่ายโจทก์ก็ยังไม่ได้ชี้แจงเหตุผลที่ไปโรงแรมโฟร์ซั่นว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ทั้งนี้ถึงแม้จะถูกรอลงอาญา แต่เชื่อว่าไม่มีผลต่อการลงสมัครเลือกตั้ง

บทความแนะนำ