ทักษิณ เผยสูตรต่างประเทศแก้วิกฤต "ฝุ่นพิษ" ยังไงให้ได้ผล

วันที่ 21 ม.ค. 2562 เวลา 13:45 น.
ทักษิณ เผยสูตรต่างประเทศแก้วิกฤต "ฝุ่นพิษ" ยังไงให้ได้ผล
ทักษิณ แนะทางแก้ปัญหามลพิษของต่างประเทศที่ดำเนินการได้ผล ย้ำแผนต้องชัดเพราะโลกกำลังเข้าสู่ยุคเทคโนโลยี

เมื่อวันที่ 21 ม.ค.  นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เผยแพร่บทความการเสนอทางแก้ปัญหามลพิษจากสถานการณ์ฝุ่นละออง โดยเนื้อหาสรุปว่า บ้านเราปัญหาที่เกิดจากฝุ่นจำนวนมากวันนี้ จนเป็นมลภาวะที่ติดอันดับ 9 ของโลกเพราะเกิดจาก 2 อย่าง อย่างหนึ่งคือเกิดจากเรื่องรถโดยเฉพาะรถดีเซลกับรถที่ไม่ได้มาตรฐาน รถเก่า หมดสภาพมาวิ่ง ควันเยอะ พวกนี้ต้องได้รับการแก้ไข ระยะยาวคือต้องแก้ปัญหาเรื่องรถติดอย่างจริงจัง และอันที่สอง คือการส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งถ้าเราไม่มีแผนที่ชัดเจนนะ เค้า(ภาคอุตสาหกรรม)ย้ายหนีหมด

นายทักษิณ เล่าว่า ปักกิ่ง เป็นเมืองที่มีลักษณะเป็นแอ่งเวลามีมลภาวะจะอยู่นาน เค้าก็หาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ซึ่งแน่นอนสาเหตุหนึ่งเกิดจากรถยนต์และโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งเรื่องโรงไฟฟ้าเค้ายกเลิกและหันไปใช้พลังงานสะอาดและให้โรงงานอุตสาหกรรมรอบเมืองปักกิ่งย้ายออกให้หมด ส่วนปัญหาด้านรถยนต์ มีนโยบายว่าภายใน 5-6 ปีข้างหน้า รถที่จะวิ่งในปักกิ่งต้องเป็นรถไฟฟ้าเท่านั้น เค้าก็ถือโอกาสเอาวิกฤตมาส่งเสริมอุตสาหกรรมทำรถไฟฟ้าอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เค้าทำแม้กระทั่งบางที่มีเทคโนโลยีที่สามารถทำเหมือนพาวเวอร์แบงค์ เอารถไปจอด ลงไปเข้าห้องน้ำ กินน้ำสักแก้ว กลับมาวิ่งต่อได้เลย โดยไม่ต้องเสียบปลั๊ก ขณะที่บริษัทผู้ผลิตรถหลายแห่งเขามีแผนเปลี่ยนให้รถไปใช้พลังงานอื่น เช่น ไฮโดรเจน ไฟฟ้า

แต่ว่าบริษัทรถยนต์ที่ผลิตอยู่ในประเทศไทย เราต้องพยายามจูงใจให้เค้าเปลี่ยนมาผลิตรถไฟฟ้าให้ได้ เพื่อลดมลภาวะและมันถูกเงินด้วยในอนาคต ดังนั้นถ้าเรามีนโยบายที่ชัดเจนบริษัทรถยนต์เหล่านี้ก็จะหันมาผลิตรถไฟฟ้าในเมืองไทย เราก็จะดำรงความเป็นศูนย์กลางในการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกได้ต่อไป เพราะฉะนั้นต้องมีนโยบายที่ชัดเจนว่า การจะไม่ให้รถที่เป็นเครื่องยนต์วิ่งได้อีกกี่ปี ก็ต้องมีแผน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้คนที่มีรถที่เป็นเครื่องยนต์ธรรมดาวันนี้ต้องเดือดร้อน มันจะมีช่วงระยะเวลาในการเปลี่ยน สมมุติว่าต้องมีนโยบายจูงรถว่า ถ้ารถหมดอายุแล้วจะซื้อใหม่หรือถ้าใช้รถไฟฟ้าจะซื้อได้ถูกกว่า หรือมีแรงจูงใจทางภาษี

ทั้งนี้ แผนระยะยาวเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมนี้ ไม่ใช่ว่าจูงใจอย่างเดียว ต้องมีบุคลากรรองรับ ไม่งั้นเค้าจะไม่มากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนอาชีวะทั้งหลาย น่าฝึกนักเรียนอาชีวะให้เป็นนายหุ่นยนต์ให้หมด เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการส่งออก ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้น่าสนใจ

ขณะที่เรื่องมลภาวะจากการเผาชีวมวลหลังเก็บเกี่ยวข้าวที่เกษตรกรมักจะเผาตอข้าวแทนที่จะขุดหรือจะขังน้ำไว้ให้เน่า ประเทศเวียดนามนิยมขังไว้ให้เน่าเพราะการเผาเป็นการทำลายจุลินทรีย์ในดินทำให้ฤดูกาลต่อไปผลผลิตอาจจะตกต่ำ ต้องใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงจำนวนมาก แต่ถ้าเราเปลี่ยนเป็นการขังน้ำแล้วให้ตอข้าวมันเน่า จุลินทรีย์ในดินก็จะไม่เสียหาย แล้วตอข้าวที่เน่าจะเป็นปุ๋ยทำให้ผลผลิตในปีต่อไปมากขึ้นและสามารถลดการใช้ปุ๋ยได้ ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการรณรงค์ให้เกษตรกรทั้งหลายเข้าใจ

นายทักษิณ เล่าอีกว่า สิงคโปร์เป็นประเทศที่ปลูกต้นไม้เยอะ ตอนเหตุที่เกิดฝุ่นไฟป่าจากอินโดนีเซียพัดมา ทุกอย่างมันไปได้เร็วเพราะว่ามันมีต้นไม้เยอะ และดูไบที่ตนอยู่ถึงแม้จะมีค่าฝุ่นอันดับ 10 ของโลก แต่สิ่งที่ห็นการเปลี่ยนแปลง คือ ดูไบไม่ส่งเสริมรถดีเซลและเค้าขยันปลูกต้นไม้ ซึ่งต้นไม้ที่นี่มาจากเมืองไทยแทบทั้งนั้น แถวบ้านตนมีต้นสะเดา ต้นปีบ เฟื่องฟ้า จนทำให้เดี๋ยวนี้ต้นไม้ที่นี่เขียวชอุ่ม และทำให้เมื่อก่อนจากที่ไม่มีฝน ตอนนี้มีฝนเรื่อยๆแต่ไม่มากเหมือนไทย เพราะว่าความชุมชื้นเกิดจากเค้ามีต้นไม้มากขึ้น

ฉะนั้นอยากให้ทุกคนลองดูว่าอนาคตโลกจะไปทางไหน แล้วประเทศไทยเราจะรับมือยังไง ไม่ว่าเรื่องสาธารณสุข สังคม แม้กระทั่งเรื่องของศิลปวัฒนธรรม และรวมทั้งที่สำคัญที่สุดคือ เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโลกทั้งหลายมันกำลังเข้ามา

ที่มา : https://www.thaksinofficial.com/good-monday/002-pollution/?fbclid=IwAR14C0RPoWo7ngHCaCl9uPmzX9BXRZlmsr3dIOLxPf2GgdwUF_tf04_pL6M

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต