"เรืองไกร"ยื่นกกต.สอบนายกฯเข้าข่ายผิดฐานะเป็นเจ้าของสื่อ

วันที่ 14 ม.ค. 2562 เวลา 16:59 น.
"เรืองไกร"ยื่นกกต.สอบนายกฯเข้าข่ายผิดฐานะเป็นเจ้าของสื่อ
"เรืองไกร" ยื่นกกต.ตรวจสอบ นายกฯ กรณีเปิดโซเชียลมีเดียเข้าข่ายเป็นเจ้าของสื่อหรือไม่

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ได้เข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผ่านนายสมเกียรติ คงดี ผู้อำนวยการสำนักกิจการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอให้ตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เปิดเฟซบุ๊ค อินสตราแกรม ทวิตเตอร์ และเว็บไซด์ส่วนตัวสื่อสารกับสาธารณะว่าเข้าข่ายเป็นเจ้าของสื่อมวลชน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) ทำให้ขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามมาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 170 (4) หรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวว่า หลังจากนายพุทธิพงษ์ ปุณณะกันต์ เข้ามาทำหน้าที่โฆษกรัฐบาลแทน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด นายกฯก็มีความคิดที่จะเปิดเฟซบุ๊ค อินสตราแกรม ทวิตเตอร์ และเว็บไซด์ส่วนตัว โดยมียอดผู้ติดตามจำนวนมาก ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 กำหนดลักษณะต้องผู้ที่จะเป็นรัฐมนตรี ว่าต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) คือต้องไม่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ

ขณะที่ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนมาตรา 3 และร่างพ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริมส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ที่สภาวิชาชีพสื่อมวลชนเป็นผู้เสนอรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบได้กำหนดความหมายของ " สื่อมวลชน" ครอบคลุมถึงสื่อดิจิทัล สื่อออนไลน์ ดังนั้น นายกฯจะต้องทราบว่าที่เปิดเฟซบุ๊ก เว็บไซด์ มันเข้าความหมายของสื่อมวลชนตามกฎหมาย 2 ฉบับดังกล่าวและต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

“รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่เพียงห้ามเฉพาะรัฐมนตรีเป็นเจ้าของสื่อเท่านั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือแม้แต่ผู้ที่จะลงสมัครเป็นสส.บัญญัติห้ามไว้ ขนาดผมจะลงสมัครสส.ในเร็วๆนี้ อ่านกฎหมายเข้าใจยังต้องปิดเฟซบุ๊กส่วนตัวไป การที่ท่านเปิดเฟซบุ๊ก อินสตราแกรม ทวิตเตอร์ เว็บไซด์ ทำให้ตัวท่านขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีเฉพาะตัว เพราะมันอยู่ในความหมายสื่อมวลชนที่ท่านก็ทราบดีมาตลอด ไม่รู้ว่าจะเปิดทำไม”นายเรืองไกร ระบุ

ทั้งนี้ ส่วนไม่ได้คิดเองเมื่อเจอกรณีนี้ก็ได้ย้อนกลับไปเทียบกับคดีนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ ที่กฎหมายก็เขียนห้ามไม่ให้เป็นลูกจ้างบุคคลใดๆ กรณีนี้กฎหมายก็เขียนว่าไม่ให้เป็นเจ้าของสื่อมวลชนใดๆ มันค่อนข้างเชื่อได้ว่าวันนี้ (14ม.ค.) นายกฯเข้าข่ายผิดแล้ว และมีน้ำหนักยิ่งกว่า 4 รัฐมนตรี ที่โดนไปแล้วด้วย ซึ่งนายกฯจะพิจารณาตัวเองอย่างไรเป็นสิทธิของนายกฯ แต่ตนต้องการเตือนว่า ถ้าไปรับการเป็นผู้เสนอชื่อของพรรคการเมืองใด ก็จะติดคุณสมบัติข้อนี้ด้วย

นายเรืองไกร กล่าวด้วยว่า จึงอยากให้กกต.เร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หรือถ้าส่งศาลรัฐธรรมนูญแล้วศาลวินิจฉัยว่าขนาดคุณสมบัติก็ไม่ใช่มีผลเฉพาะความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเท่านั้น แต่ยังจะทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะไปด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต