หญิงหน่อย ลั่นไม่หวั่นแม้ถูกรัฐบีบคั้นหนักสุดตั้งแต่เล่นการเมือง 27ปี

  • วันที่ 10 ม.ค. 2562 เวลา 20:06 น.

หญิงหน่อย ลั่นไม่หวั่นแม้ถูกรัฐบีบคั้นหนักสุดตั้งแต่เล่นการเมือง 27ปี

คุณหญิงสุดารัตน์ เผยทำงานการเมือง 27 ปีไม่เคยถูกอำนาจรัฐบีบคั้น-ข่มเหงมากเท่านี้ หลังเจ้าหน้าที่รัฐตามระหว่างลงพื้นที่

เมื่อวันที่ 10 ม.ค.  คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่ถูกชาย 2 คนอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐติดตามระหว่างลงพื้นที่ จ.เชียงราย ว่า “แม้จะถูกสะกัดกั้นด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่คับประเทศ แต่จะขอจับมือพี่น้องประชาชนฝ่าฟันไปด้วยกัน หน่อยมาพบปะพี่น้องที่จังหวัดเชียงรายและพะเยา ตั้งแต่เข้าพื้นที่เชียงรายมาก็รู้สึกผิดสังเกต มีชายฉกรรจน์มาตามถ่ายภาพการทำงานของหน่อยทุกจุด หน่อยมาทานข้าวกับทีมงานก็ยังตามมาถ่าย จึงเดินเข้าไปสอบถาม ได้คำตอบว่ามาดูแลความปลอดภัย ก็ต้องขอบคุณ แต่เจ้าหน้าที่หลายนายก็แต่งเครื่องแบบปกติ แต่คนที่มานอกเครื่องแบบนี้เราไม่รู้ว่าเขาคือใคร ก็เลยต้องเดินไปถาม

เช้านี้หน่อยเดินทางต่อไปที่จังหวัดพะเยา เพื่อพบพี่น้องประชาชน ระหว่างเดินทางทราบข่าวจากทีมงานว่า เวทีปราศรัยที่สนามกีฬาฯ อำเภอดอกคำใต้ ถูกสั่งให้ยกเลิก ทั้งๆที่เราได้รับหนังสืออนุญาตให้ใช้สถานที่อย่างอย่างถูกต้องแล้ว ทราบมาว่าผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่ที่กรุงเทพฯสั่งการมาที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจังหวัด ว่าห้ามให้หน่อยและพรรคเพื่อไทยจัดปราศรัยโดดเด็ดขาด ทีมงานส่งภาพชาวบ้านมานั่งรอพบหน่อยบนถนนที่ร้อนระอุ เป็นภาพที่หน่อยเจ็บปวดใจมากค่ะ

หน่อยทำงานการเมืองมา 27 ปี ไม่เคยเจอการใช้อำนาจรัฐอย่างไม่มีคุณธรรม และไม่เกรงกลัวกฎหมาย มาบีบคั้น ข่มเหงเยอะเท่าครั้งนี้มาก่อน เมื่อ2วันก่อนนี้ก็เกิดที่บุรีรัมย์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ของพรรคเพื่อไทย ก็ถูกจับคาขบวนหาเสียง

พี่น้องคะ หน่อยขอเรียนว่าหน่อยไม่รู้สึกหวั่นไหว ยังจะเดินหน้าไปพบประชาชนต่อไป จะไปทุกที่ ทุกเวที เพราะ มีแต่การเข้าหาประชาชนเท่านั้น ถึงจะสัมผัสปัญหาและความทุกข์ร้อนที่รอการแก้ไขได้ แม้ผู้มีอำนาจจะใช้อำนาจที่ยิ่งใหญ่คับประเทศ มาระราน ข่มเหงน้ำใจพวกเราแค่ไหน แต่หน่อยเชื่อว่า “หัวใจของพี่น้องยิ่งใหญ่กว่าเสมอ” ผู้ยิ่งใหญ่เขาจะใช้อำนาจกดขี่เราก็ใช้ไป แต่อย่าลืมว่าอำนาจที่คุณใช้นั้น แท้จริงแล้วคุณแย่งมาจากประชาชน พี่น้องประชาชนก็จะได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นว่าความจริงเป็นอย่างไร

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดยืนยันได้ว่า ขนาดยังไม่มีการเลือกตั้งแต่ก็เริ่มมีการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม มารังแกกันแบบนี้ แล้วประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะบริสุทธิ์ ยุติธรรม การใช้ทั้งอำนาจเงินดูดส.ส. และใช้อำนาจรัฐอย่างไม่เกรงใจประชาชน อย่างที่ผ่านมาทำให้มองเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจจะเป็นครั้งที่มีการใช้อำนาจรัฐและอำนาจเงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์

หากการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม จะนำความเสียหายมาสู่ การฟื้นเศรษฐกิจของไทยอย่างยิ่ง เพราะความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่น้อยอยู่แล้ว จะยิ่งน้อยลงไปอีก ชาติบ้านเมืองเป็นสิ่งที่น่าห่วงใย หน่อยขอให้คำมั่นสัญญากับพี่น้อง ว่าเราจะจับมือเดินหน้าไปด้วยกัน เพื่อไปสู่อนาคตที่ดีกว่าร่วมกันค่ะ”

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ