
"กรณ์" ตั้ง 5 คำถามใหญ่ Data Center 1.7 ล้านล้าน ไทยคุ้มค่าลงทุนจริงหรือ
การลงทุน Data Center มูลค่า 1.7 ล้านล้านบาท อาจไม่ใช่ข่าวดีทั้งหมด หากผลตอบแทนที่ประเทศไทยได้รับไม่สมดุลกับทรัพยากรที่ต้องแลก "กรณ์ จาติกวณิช" ตั้งคำถามถึงการใช้ไฟ น้ำ สิทธิประโยชน์ BOI และช่องว่างด้านกฎหมาย พร้อมยกตัวอย่างหลายประเทศที่เริ่มชะลอหรือเพิ่มกติกาเข้มงวด เพื่อป้องกันผลกระทบระยะยาว
KEY
POINTS
- การลงทุน Data Center มูลค่า 1.7 ล้านล้านบาท อาจไม่ใช่ข่าวดีทั้งหมด หากผลตอบแทนที่ไทยได้รับไม่สมดุลกับทรัพยากรที่ต้องแลก
- "กรณ์ จาติกวณิช" ตั้งคำถามถึงการใช้ไฟ น้ำ สิทธิประโยชน์ BOI และช่องว่างด้านกฎหมาย
- พร้อมยกตัวอย่างหลายประเทศที่เริ่มชะลอหรือเพิ่มกติกาเข้มงวดเพื่อป้องกันผลกระทบระยะยาว
"กรณ์ จาติกวณิช" โพสต์ในเฟสบุคส่วนตัวระบุว่า มีเรื่องให้คิดกับ Data Center เมื่อต้นเดือนพวกเรา #ประชาธิปัตย์ ยื่นญัตติด่วนต่อสภาฯ ขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาความคุ้มค่าการลงทุน Data Center
ตั้งแต่นั้นมาประเด็นนี้ได้รับความสนใจในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ มีการเสนอปรับเงื่อนไขจากหลายภาคส่วน เพราะตัวเลขคำขอ BOI รวม 54 โครงการ มูลค่า 1.7 ล้านล้านบาท ตัวเลขที่รัฐบาลนำเสนอให้เห็นว่า ‘ต่างชาติสนใจลงทุนในไทย’ ฟังดูมหาศาล แต่โครงสร้างธุรกิจแบบนี้ใช้เงินทุนสูง
เครื่องจักรและเทคโนโลยีหลักนำเข้าจากต่างประเทศ กำไรส่วนใหญ่ส่งกลับบริษัทแม่ ส่วนการจ้างงานจริงต่อโครงการอยู่แค่หลักร้อยถึงหลักพันตำแหน่ง
คำถาม คือ ประเทศไทยได้อะไรกลับมาแน่ๆ เมื่อเทียบกับทรัพยากรที่ต้องเสียไป ยังมีคำถามที่ยังไม่มีคำตอบอีกมาก
1. หลายโครงการยื่นขอในรูป “คลังสินค้า” (?!?) ทำให้ไม่ต้องทำ EIA ทั้งที่ใช้ไฟ-น้ำระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขณะที่ BOI เพิ่งจะมาคิดเรื่องเงินค้ำประกันและมาตรฐาน PUE กับโครงการที่ยื่นใหม่ แต่ไม่มีผลย้อนหลังกับโครงการที่อนุมัติไปแล้ว
2. เรื่องพลังงาน ยังไม่ชัดว่าใครรับต้นทุน กระทรวงพลังงานกำลังจะออกค่าไฟ “ประเภทที่ 9” เฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ เพราะต้นทุนนำเข้า LNG ที่สูงขึ้นตามความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งขึ้นเกือบ 30,000 เมกะวัตต์
แม้จะมีกลไก Direct PPA ให้ซื้อไฟสะอาดโดยตรง แต่ก็เป็นทางเลือก ไม่ใช่ข้อบังคับ คำถามคือถ้าดาต้าเซ็นเตอร์ไม่เลือกใช้ไฟสะอาด ใครในระบบจะเป็นคนแบกภาระที่เหลือ
3. ไม่มีใครตอบว่าใครเป็นเจ้าภาพประเมินผลกระทบระยะยาว ทั้งก่อนและหลังเปิดใช้งาน
ลองเทียบกับประเทศที่ทำไปแล้ว
เกาหลีใต้ ตอนนี้การขอยืนยันไฟฟ้าให้ดาต้าเซ็นเตอร์ในกรุงโซลใช้เวลานานถึง 12 เดือน จากที่เคยใช้แค่ 2-3 เดือน เพราะรัฐบาลเริ่มผลักดันให้กระจายโครงการออกจากเมืองหลวงแทน
ญี่ปุ่น บังคับมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงาน โดยดาต้าเซ็นเตอร์ที่สร้างใหม่ตั้งแต่ปี 2572 ต้องมีค่า PUE ไม่เกิน 1.3 พร้อมเปิดเผยข้อมูลการใช้ไฟฟ้าต่อสาธารณะทุกปีบนเว็บไซต์ของตัวเอง
สิงคโปร์ เคยสั่งพักอนุมัติดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ปี 2562 ก่อนจะทยอยเปิดใหม่แบบมีโควต้าจำกัดและบังคับมาตรฐานพลังงานสูงมาก
มาเลเซีย เมืองยะโฮร์ สั่งพักอนุมัติโครงการที่ใช้น้ำปริมาณมากไปจนถึงปี 2570 ด้วยความกังวลเรื่องน้ำขาดแคลน
สหรัฐฯ นิวยอร์ก สั่งระงับอนุมัติโครงการใหม่
เนเธอร์แลนด์ แบนการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ในพื้นที่เมือง
ทุกประเทศชะลอเพื่อคิดให้ครบทุกมิติก่อนที่จะเสียทรัพยากรและความเชื่อมั่นของประชาชนไปแบบแก้คืนไม่ได้
ไทย เราควรใช้จังหวะที่กรรมาธิการวิสามัญกำลังจะถูกตั้งขึ้น เพื่อวางกติกาให้ชัดตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่โครงการทั้งที่อนุมัติแล้ว และกำลังพิจารณาจะเดินหน้าไปมากกว่านี้.







