"ประธานศาลฎีกา"ให้คำมั่นแก้ไขกระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้า

วันที่ 01 ม.ค. 2562 เวลา 09:43 น.
"ประธานศาลฎีกา"ให้คำมั่นแก้ไขกระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้า
"ประธานศาลฎีกา" ส่งสารปีใหม่ ย้ำเร่งแก้ไขปัญหาความล่าช้าในกระบวนพิจารณา คดีฎีกาพร้อมทำเสร็จใน 1 ปีหลังรับสำนวน

เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 62 นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกาได้ส่งสารอวยพรในวันขึ้นปีใหม่ว่า เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ ที่เวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่งในฐานะตัวแทนของข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ผมขอเรียนเชิญพี่น้องประชาชนชาวไทย ได้โปรดร่วมใจน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และร่วมกันถวายพระพรชัยมงคลด้วยความจงรักภักดี ตั้งจิตอธิษฐานอาราธนาอานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย พระสยามเทวาธิราช พระบารมีแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์พร้อมทั้งสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล ได้โปรดอภิบาลประทานพรให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ มีพระเกษมสำราญ ทรงพระชนมายุยิ่งยืนนาน เพียบพร้อมด้วยจตุรพิธพรชัย พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล สถิตเป็นร่มฉัตรปกเกล้าปกกระหม่อมปวงชนชาวไทยตราบชั่วกาลนาน

ผมตระหนักดีว่า ประชาชนมีความคาดหวังต่อการปฏิบัติหน้าที่ของศาลยุติธรรมไว้สูงยิ่งเพียงใด ดังนั้นตลอดรอบระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ศาลยุติธรรมจึงได้ระดมสรรพกำลังและวิทยาการ ต่างๆอย่างเต็มศักยภาพ โดยความร่วมแรงร่วมใจของบุคลากรจากทุกฝ่ายในการปฏิบัติหน้าที่ให้สมกับที่ได้รับความไว้วางใจ

ภารกิจที่สำคัญอันหนึ่งที่ได้ดำเนินการจนถือได้ว่าประสบความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญนั่นคือ การแก้ไขปัญหาความล่าช้าในกระบวนพิจารณา ในปัจจุบันนี้คดีความแต่ละคดีที่ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นอุทธรณ์ได้ใช้เวลาในการทำคำพิพากษาจนเสร็จสิ้นเฉลี่ยประมาณ 6 เดือน สำหรับในศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลสุดท้ายนั้น คดีที่ได้ยื่นฎีกาในปี 2560 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเสร็จสิ้นไปทั้งหมดแล้ว ส่วนคดีความทั้งหมดที่ยื่นฎีกาใน ปี 2561 คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการภายในปี 2562 อีกไม่นาน

ผมขอให้คำมั่นว่านับแต่นี้คดีที่ได้ยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาจะดำเนินการพิจารณาพิพากษาให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ศาลฎีกาได้รับสำนวนซึ่งจะทำให้ข้อกังวลในเรื่องความอยุติธรรมอันเกิดจากความยุติธรรมที่ล่าช้าได้หมดสิ้นไป

นอกจากนี้ภาระหน้าที่อื่นๆที่อยู่ในความรับผิดชอบของศาลยุติธรรม เช่น การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาค ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อเป็นหลักประกันว่าสิ่งดังกล่าวเป็นสิทธิที่มีอยู่ในตัวของประชาชนและไม่อาจถูกแบ่งแยกหรือริดรอนไปโดยผู้ใด ก็ยังคงเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งและต้องกระทำต่อไปอย่างเข้มแข็ง เพื่อผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรมและสร้างสรรค์จรรโลงสังคมให้เป็นปึกแผ่นเกิดความผาสุกทุกอาณาบริเวณ สมกับเป็นสังคมแห่งนิติรัฐสืบต่อไป

ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่นี้ ผมในฐานะตัวแทนของข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านเคารพนับถือ ตลอดจนพระบุญญาบารมีแห่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้โปรดประทานพรให้พี่น้องประชาชนชาวไทยมีความเจริญรุ่งเรือง สุขภาพพลานามัยแข็งแรง มีความมั่นคงกล้าหาญดำรงตนในศีลธรรม ประสบความสำเร็จในชีวิตและความก้าวหน้าในอาชีพการงานตลอดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต