ประธานญาติวีรชนฯแนะผบ.ทบ.วางตัวให้เหมาะสม

  • วันที่ 20 ต.ค. 2561 เวลา 09:22 น.

ประธานญาติวีรชนฯแนะผบ.ทบ.วางตัวให้เหมาะสม

ประธานญาติวีรชนพฤษภา’35 แนะผบ.ทบ.วางตัวให้เหมาะสมมีเส้นแบ่งระหว่างกองทัพกับคสช.วอนทุกฝ่ายระมัดระวังถ้าวิจารณ์”ประยุทธ์”อย่าเหมารวมกองทัพจะไม่เป็นธรรม

เมื่อวันที่ 20 ตค. นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 กล่าวถึงคำสัมภาษณ์ ของพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ว่า  เป็นการสื่อสารที่ชัดเจน ในหลายประเด็น เกี่ยวกับการรัฐประหารที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ภายใต้เงื่อนไขดังที่ทราบกันดีอยู่แล้วทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจรัฐบาล คือ 1. การฉ้อราษฎร์บังหลวง 2. การใช้อำนาจเกินขอบเขตของรัฐบาล และ3. การใช้ความรุนแรงเกินกว่าการควบคุมตามกฎหมายปกติ อย่างไรก็ตามอยากจะอธิบายถึงคำว่ากองทัพเป็นเนื้อเดียวกับรัฐบาลสื่อความหมายนี้ย่อมชัดเจนว่ากองทัพจะต้องให้การสนับสนุนทุกๆรัฐบาล เพราะกองทัพเป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐบาลที่บริหารประเทศ ส่วนการเป็นเนื้อเดียวกันกับคสช.นั้นเป็นสิ่งที่น่าจะไม่ถูกต้อง เพราะจะเห็นว่า ขณะที่ทำการรัฐประหารยึดอำนาจเดิมมีผู้นำเหล่าทัพเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่หลังจากนั้นภายใต้การดูแลกองทัพของพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท อดีตผบ.ทบ. ก็ได้วางตัวชัดเจนและเหมาะสม มีเส้นแบ่งระหว่างการใช้อำนาจคสช.กับกองทัพอย่างชัดเจน โดยไม่เคยก้าวก่ายไปถึงพรรคการเมืองกลุ่มการเมืองต่างๆ ดังนั้นคำพูดของ ผบ.ทบ.คนปัจจุบันจึงต้องทำให้ชัดเจนและเหมาะสมตามที่ได้บอกไว้ว่าจะเดินตามแนวนโยบายของอดีตผบ.ทบ

นายอดุลย์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นักการเมืองก่อม็อบเรียกร้องจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน นั้นคณะกรรมการญาติวีรชนฯเคยเข้าพบทุกพรรคการเมือง และกลุ่มการเมืองซึ่งทุกฝ่ายได้เคยยอมรับเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นส่วนหนึ่งของความวุ่นวายดังกล่าว และได้เคยออกมาแสดงความเสียใจต่อสังคมเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อพ่อหลวง ร.9 มาแล้ว  อย่างไรก็ตามจากผลของการบริหารงานของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาและพวก ที่มีความสามารถไม่พอเพียงทำให้กับสังคมไทยยังคงอึมครึมจนถึงปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าจะสร้างความแปลกแยกมากยิ่งขึ้น จากการพยายามจะสืบทอดอำนาจของตัวเองและพวกไว้ จึงเป็นหน้าที่ของพรรคการเมือง และกลุ่มการเมืองจะต้องยอมรับความจริง และไม่สร้างเงื่อนไขหรือปฏิบัติเช่นเดิมอีกต่อไป

“หวังเป็นอย่างยิ่งว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ จะสามารถดำเนินนโยบาย ตามที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท อดีตผบ.ทบ.ได้วางแนวนโยบายไว้ และเป็นผู้ที่ เชื่อมประสาน รอยร้าว ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬกับกองทัพ จนเป็นที่ยอมรับ ดังนั้นสังคมไทย จะต้องระมัดระวังการใช้คำพูด หากวิพากษ์วิจารณ์พล.อ.ประยุทธ์ และพวก ก็วิจารณ์ตรงๆโดยไม่เหมารวมลากเอากองทัพเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะจะไม่เป็นธรรมกับกองทัพโดยรวม แม้ผบ.ทบ จะมีตำแหน่งเป็น เลขาธิการคสช.โดยตำแหน่งก็ตาม ”นายอดุลย์ กล่าว

ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35ฯ กล่าวอีกว่า หากย้อนไปในช่วงการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คณะกรรมการญาติวีรชนฯ ได้เคยย้ำเตือน ว่าหากมีการเขียนเพื่อสนับสนุนการสืบทอดอำนาจของผู้ทำรัฐประหารก็จะนำมาซึ่งความยุ่งยากวุ่นวายเกิดขึ้นจึงได้ประกาศไม่เห็นชอบไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้  ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลังเลือกตั้งทุกฝ่ายก็มองเห็นชัดว่าอาจจะนำมาซึ่งความขัดแย้งและไม่ยอมรับผลของการเลือกตั้งแล้วอาจเกิดสภาพของความจลาจลได้อีก ซึ่งญาติวีรชนฯก็ได้พยายามเรียกร้องให้ทุกฝ่ายได้ปรองดองสามัคคี รักใคร่ เกื้อกูลต่อกันตามพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว และสามารถทำให้กองทัพได้กลับมาเป็นกองทัพของประชาชนอีกครั้งหนึ่ง

“จึงขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง ทุกกลุ่มการเมืองและทุกฝ่าย ได้ดำเนินการทางการเมืองภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายได้กำหนดไว้ ให้ตระหนักว่าความรุนแรงมีแต่ความสูญเสียไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นสำหรับประเทศชาติและประชาชนเลยซึ่งมีบทเรียนให้เห็นมากแล้ว อย่างไรก็ตามหากเกิดเหตุการณ์สุดวิสัยกองทัพก็สามารถประกาศใช้กฎอัยการศึกควบคุมสถานการณ์ได้อย่าฉวยโอกาสยึดอำนาจล้มล้างรัฐธรรมนูญอีก เพราะเป็นเพียงการยับยั้งปัญหาเฉพาะหน้าแต่สร้างปัญหาระยะยาวยากจะเยียวยา  และที่สำคัญทุกฝ่ายจะต้องไม่ทำลายบรรยากาศ ของประชาชนที่กำลังรอคอยความปลื้มปิติยินดีที่กำลังจะมาถึงด้วย”นายอดุลย์ กล่าว

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ