รัฐเตือนกลุ่มต้านพรบ.คอมพ์ฯระวังเคลื่อนไหวผิดกฎหมาย

วันที่ 18 ธ.ค. 2559 เวลา 13:32 น.
รัฐเตือนกลุ่มต้านพรบ.คอมพ์ฯระวังเคลื่อนไหวผิดกฎหมาย
รัฐบาลเตือนกลุ่มต้านกฎหมายคอมพิวเตอร์ คิดให้รอบคอบก่อนเคลื่อนไหว ระวังผิดกฎหมาย ย้ำไม่มีนโยบายซิงเกิ้ลเกตเวย์

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่กลุ่มต่อต้านพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ เตรียมตัวเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมในช่วงบ่ายวันที่ 18 ธ.ค.59 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร  ว่า  รัฐบาลขอเตือนว่า การรวมตัวดังกล่าวอาจเข้าข่ายการสร้างความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง จึงขอให้ผู้ที่จะไปร่วมกิจกรรมไตร่ตรองให้รอบคอบ หรือยุติการเคลื่อนไหว รัฐบาลมีมาตรการรองรับเป็นอย่างดีหากมีการเคลื่อนไหว ตั้งแต่การบันทึกภาพเป็นหลักฐาน และดำเนินการตามหลักสากล โดยประชาชนทั่วไปที่หวังดีต่อบ้านเมืองก็สามารถถ่ายรูปส่งให้กับเจ้าหน้าที่ได้

"ขอตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่ต่อต้านพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ เริ่มทำเกินขอบเขตที่เหมาะสม เพื่อหวังปลุกกระแสให้เกิดความวุ่นวายด้วยการละเมิดกฎหมาย และตั้งตัวเป็นนักเลงแฮ็กและล้วงข้อมูลเสียเองแล้ว"พล.ท.สรรเสริญกล่าว

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า มีบุคคลบางกลุ่มพยายามที่จะแฮ็กข้อมูลของส่วนราชการจริง แม้จะทำไม่สำเร็จ จึงเป็นตัวอย่างของภัยคุกคามที่จำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายคอมพิวเตอร์ ส่วนเว็บไซต์ของหน่วยงานที่สำคัญอย่างสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)  ไม่ได้ถูกแฮ็กตามที่มีกระแสข่าว เป็นเพียงการสร้างข่าวความสับสนให้กับสังคม และลดทอนความน่าเชื่อถือของหน่วยงานราชการเท่านั้น

"รัฐบาลขอชี้แจงว่า ไม่มีนโยบายซิงเกิ้ลเกตเวย์ เพราะเกตเวย์ของไทยมีการเชื่อมต่อข้อมูลอย่างมากมายมหาศาล การจะบังคับให้ทุกส่วน รวมถึงภาคเอกชนใช้รวมกันที่เดียวคงไม่สามารถทำได้ และยังขัดกับแนวทางที่รัฐบาลต้องการส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลทุกรูปแบบ เพื่อก้าวไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0"พล.ท.สรรเสริญกล่าว

สำหรับการตรวจสอบข้อมูล หรือปิดเว็บไซต์นั้น หากเป็นเรื่องที่กระทำผิดกฎหมาย ขัดต่อหลักศีลธรรม ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ และการพัฒนาเศรษฐกิจ รัฐบาลอาจขอดูการจราจรของข้อมูล (Traffic) เฉพาะเรื่องไป ไม่ใช่การรวมศูนย์มาอยู่ที่เดียว และการตัดสินใจของรัฐบาลไม่ได้เกิดโดยลำพัง แต่จะต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง 9 คน และการพิจารณาของศาลก่อนทุกกรณี ดังนั้น การที่จะเข้าไปควบคุมหรือดักจับข้อมูลของประชาชนจึงไม่ใช่แนวทางของรัฐบาลอย่างแน่นอน