ปชป.อัดรัฐไร้ความพยายามล่ามือก่อเหตุป่วน

วันที่ 24 ก.พ. 2557 เวลา 18:08 น.
ปชป.อัดรัฐไร้ความพยายามล่ามือก่อเหตุป่วน
โฆษก ปชป.ชี้รัฐไร้ความพยายามตามจับคนร้ายก่อเหตุ "เขาสมิง-ราชประสงค์" ถามนายกฯ จะใช้อีกกี่ศพเพื่อนั่งในอำนาจ

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอแสดงความเสียใจอกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ ที่เป็นเหตุให้มีเยาวชนเสียชีวิตทั้งที่จังหวัดตราดและราชประสงค์ เป็นสถานการณ์ความรุนแรงที่อำมหิตและผู้ที่สั่งการในครั้งนี้ไม่มีจิตใจเป็นมนุษย์ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับเด็ก เพียงเพื่อให้เกิดความหวาดกลัวให้ผู้ชุมนุมลดน้อยลง จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำดังกล่าว จะเกิดไม่ได้ถ้าไม่มีผู้มีอำนาจรู้เห็นเป็นใจหรือคนมีอำนาจมีส่วนร่วม

นายชวนนท์กล่าวว่า การกราดยิงที่จังหวัดตราดเป็นการกระทำที่อุกอาจ แต่กลับไม่เห็นความพยายามในการสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นกองกำลังต่างชาติ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ติดชายแดนกัมพูชา แต่กลับไม่มีการสอบสวนให้เกิดความชัดเจนว่าเป็นฝีมือของใคร เช่นเดียวกับเหตุระเบิดที่ราชประสงค์กลางวันแสก ๆ กลาง กทม.จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐจริงจังกับการตรวจสอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องรับผิดชอบมากกว่าการออกมาแสดงความเสียใจผ่านเฟซบุ๊ค เพราะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เกิดความรุนแรงกับคนที่เห็นต่างจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ดังนั้นต้องไปจัดการกับกลุ่มผู้สนับสนุนตัวเอง

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่าความรุนแรงจะพัฒนาตนเองไปอีก เพราะรัฐบาลไม่มีวิธีอื่นที่จะรับมือ จึงเดินเข้าสู่โหมดแตกหักเข่นฆ่าประชาชน เพราะ 1 การเลือกตั้งที่จะสร้างความชอบธรรมให้กลับมามีอำนาจมีแนวโน้มไม่เป็นไปตามคาดหวัง เพราะส่อว่าจะลากยาวหรืออาจเป็นโมฆะ สภาไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ภายใน30วัน อีก 28 เขตเลือกตั้งไม่มีผู้สมัคร ทำให้การเลือกตั้งที่เคยคิดว่าจะฟอกผิดให้กลับสู่อำนาจดูเหมือนเป็นไปไม่ได้แล้ว บันไดขั้นที่ 1 จึงล้มลงอย่างไม่เป็นท่า 2 คดีที่อยู่ในการตรวจสอบขององค์กรอิสระก็กำลังเป็นปัจจัยที่เปิดเผยตัวตนน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ปล่อยให้มีการทุจริต รัฐบาลจึงหมดทางไปและ 3 การที่ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ทำให้การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่คิดว่าเป็นอาวุธชิ้นสุดท้ายในการปราบปรามประชาชนไม่สามารถทำได้ ไม้ตายของพรรคเพื่อไทยคือการใช้กองกำลังติดอาวุธเข่นฆ่าประชาชน

นายชวนนท์กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะใช้ชีวิตประชาชนอีกกี่ศพ เพื่อนั่งทับบนอำนาจ และเห็นว่าแม้อยู่ในอำนาจแต่ก็บริหารประเทศไม่ได้ หากยังดำเนินการเช่นนี้ไม่มีแผ่นดินอยู่แน่นอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะกำลังปล่อยให้ นปช.ใช้ความรุนแรง จึงขอให้เลิกแสดงละครว่าไม่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงได้แล้ว เนื่องจากความสูญเสียเกิดขึ้นจากความกระหายอำนาจของน.ส.ยิ่งลักษณ์ หากยังไม่ยอมทบทวนหาทางออกให้ประเทศไทย ไม่เคยมีใครใช้ความรุนแรงเอาชนะความถูกต้องของประชาชนได้

ด้านน.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.และสตช.ไร้ประสิทธิภาพในการดูแลชีวิตประชาชน จึงขอฝากความหวังไปที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.ลุกขึ้นมาใช้อำนาจกองปราบ หรือกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ราชประสงค์จงใจที่จะก่อความรุนแรงกับเด็ก จึงขอให้ไปตรวจสอบเฟซบุ๊คของฮาร์ดคอร์เสื้อแดงที่แสดงความสะใจต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นในทุกเพจ เพราะตำรวจไม่เคยนำเรื่องเหล่านี้ไปสอบสวนเลย ทั้ง ๆ ที่มีการแสดงออกว่าปลอมตัวเป็น กปปส.เข้าไปสังเกตการณ์ที่เวทีราชประสงค์ เพราะมีการระบุชัดเจนว่าแฝงตัวเข้าไปเพื่อดูช่องทางสำหรับการยิงระเบิดที่เวทีราชประสงค์ เช่นเดียวกับกรณี ลุงยิ้ม ตาสว่าง ที่เกี่ยวข้องกับหลายเหตุการณ์และระบุว่ามีกองกำลังของตัวเอง รวมทั้งเข้าไปแฝงตัวในพื้นที่การชุมนุมด้วย

น.ส.มัลลิกากล่าวว่า มีข้อมูลว่าความรุนแรงจะมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีข่าวถึงขนาดจะมีการใช้คาร์บอมบ์ด้วย จึงขอให้ผู้บัญชาการสอบสวนกลางลุกขึ้นมาดูแลเรื่องนี้ เพราะมีอำนาจที่จะตรวจสอบการกระทำผิดในโซเชียลมีเดีย เพื่อปรามไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีก เนื่องจากตำรวจมีหน้าที่รักษากฎหมายและดูแลความปลอดภัยของประชาชน และเห็นว่าการเคลื่อนไหวของ นปช.ในการชุมนุมแต่ละครั้งนั้นมีพฤติกรรมแบ่งแยกประเทศ เพื่อปกครอง มีการปลุกระดมประชาชนให้ใช้อาวุธโดยผู้บริหารของประเทศคือนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย จึงขอเรียกร้องฝ่ายความมั่นคงให้พิจารณาว่านายจารุพงศ์ เป็นกบฏที่ปลุกระดมที่ให้คนไทยฆ่ากันหรือไม่ หากยังไม่ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ถือว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่สมควรเป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป เพราะมีขบวนการกองโจรเกิดขึ้นเพื่อรักษาอำนาจให้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องเลือกหยุดปัญหาโดยไม่ให้เกิดความรุนแรงมากไปกว่านี้

ขณะที่นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นยุทธศาสตร์เหมือนกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยใช้กับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เรียกว่าเป็น โจรกระจอก แต่ตอนนี้เป็นขบวนการโจรหน้าตัวเมีย ทำบันได 4 ขั้น คือ 1.ใช้กำลัง 2.สร้างความหวาดระแวงให้คนไม่กล้าขัดขวางการรักษาอำนาจและมาชุมนุม 3.จะมีการแยกเงินนอกระบบมาจ้างโจรก่อการร้ายให้ 77 จังหวัดทั่วประเทศเหมือน3จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4.จะมีการปูนบำเน็จให้คนที่ก่อการได้เป็นอำมาตย์ เป็นความพยายามรักษาอำนาจด้วยการกระทำนอกกฎหมาย ถ้าใช้ยุทธศาสตร์นี้กับไทยทั้งประเทศต่อไปพรรคเพื่อไทยจะไม่มีที่ยืนในประเทศไทย เพราะไม่มีใครสนับสนุนความรุนแรง