รัฐบาลยันพรบ.กู้เงิน 2.2ลล.ไม่ขัดกม.

  • วันที่ 23 มี.ค. 2556 เวลา 10:11 น.

รัฐบาลยันพรบ.กู้เงิน 2.2ลล.ไม่ขัดกม.

กิตติรัตน์ ควง ชัชชาติ แจง พ.ร.บ.กู้เงิน2ล้านล้าน ยืนยัน ไม่ขัดกฏหมาย โปร่งใสตรวจสอบได้  เน้นกู้ในประเทศ ใช้หนี้หมดใน 50 ปี

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคมออกรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน ชี้แจงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ เมื่อ 19มีนาคม 2556

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ทุกหน่วยงานมีการกลั่นกรองทั้งสภาพัฒน์ สำนักงานงบประมาณ แล้วมีการเสนอ สภาผู้แทนราษฎร และสภาวุฒิสภา ประเมินการครบถ้วนเหมือนของงบประมาณประจำปี แต่พ.ร.บ.ดังกล่าวที่ต่างจากงบประมาณประจำปี เป็นการทำให้มีการลงทุนได้ต่อเนื่องที่ได้รับความเห็นชอบกับสภาแล้ว

"พ.ร.บ.กู้เงิน2ล้านล้านบาท ที่ผ่านครม.ไปแล้วนั้น เป็นการลงทุนครอบคลุมคุ้มค่ามีการพิจารณาทั้งสภา กรรมาธิการ โครงการดีไม่ดีขึ้นอยู่กับราคากลางที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ สำนักงานงบประมาณและกรมบัญชีกลาง ซึ่งถือว่ามีความโปร่งใสขึ้นแล้ว"นายกิตติรัตน์ กล่าว

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ แผนการลงทุนระยะเวลา 7 ปีเศษ เราเสนอว่าในการกู้ต้องภายในไม่เกิน 31 ธ.ค. ปี 2020 การดำเนินการก็จะมีการกู้เงินและเบิกจ่ายให้สอดคล้องกับความคืบหน้าในการก่อสร้างและการจัดเตรียมการลงทุน ขณะนี้สภาพคล่องในประเทศเราอยู่ในเกณฑ์ดีมาก สภาพคล่องเพียงพอลงทุนในระยะ 7 ปีครึ่งข้างหน้า เราก็จะพยายามใช้เงินภายในประเทศเป็นหลัก หากจะกู้ต่างประเทศมาก็เสริมสภาพคล่องให้มากไปอีก แต่หากจะกู้มาก็จะให้น้อยที่สุดและมีการคิดแล้วว่าหนี้สาธารณะไม่เกิน 50% ต่อจีดีพี ซึ่งไม่ถึงตามที่กฏหมายระบุไว้ต้องไม่เกิน 60% ของจีดีพี อย่างไรก็ตาม การกู้หนี้ครั้งนี้ไม่ได้ระบุไว้ในร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท แต่บัญญัติไว้ในคณะรัฐมนตรี โดยปีที่1-10 จะเป็นการจ่ายดอกเบี้ย และปีที่11จะเริ่มจ่ายเงินต้น และการก่อหนี้ทั้งหมดจะหมดไม่เกิน 50 ปี ซึ่งเหมือนกับการกู้ซื้อบ้าน ถ้ามีการโป๊ะเร็วก็ทำให้ชำระได้เร็ว

ด้าน นายชัชชาติ กล่าวว่า ประชาชนสามารถตรวจสอบการดำเนินโครงการต่าง ๆ ได้ เพื่อป้องกันการรั่วไหลและการทุจริต ซึ่งสามารถตรวจสอบกระบวนการต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์ของทางภาครัฐ พร้อมทั้งนี้ ภาครัฐ ยังพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่จะมีขึ้นในการป้องกันการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเชื่อว่าหากมีการกำหนดราคากลางที่เหมาะสม และคุณภาพที่ได้ไปตามมาตรฐาน ก็เชื่อว่าจะสามารถป้องกันการทุจริตได้

นอกจากนี้ ยังมั่นใจว่า ที่ผ่านมาข้อกฎหมายในการออก พ.ร.บ.นั้น ไม่น่าจะมีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น เนื่องจากจากที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาโดยตลอดจึงเชื่อว่า พ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่น่าจะติดขัดในข้อกฎหมาย พร้อมกันนี้ อยากฝากยังประชาชนว่าอย่ากลัวในการลงทุน แต่เรื่องนี้ต้องช่วยกันตรวจสอบเพื่อให้ประเทศพัฒนาต่อไป

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ