น้ำท่วมเจิ้งโจว กับ กรุงเทพ ความเหมือนและความต่าง ที่คนไทยไม่ควรมองข้าม?

วันที่ 26 ก.ค. 2564 เวลา 12:49 น.
น้ำท่วมเจิ้งโจว กับ กรุงเทพ ความเหมือนและความต่าง ที่คนไทยไม่ควรมองข้าม?
โดย ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

*********************

ฝนตกหนักในประเทศจีน ส่งผลให้เมืองเจิ้งโจง เมืองหลักของมลฑลเหอหนาน น้ำท่วมจมมิด มีผู้เสียชีวิต ผู้อพยพไร้บ้านเรือนนับแสน และสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างประเมินค่ามิได้...

น้ำท่วมในรอบสิบปีที่ผ่านมา มักมาแบบไม่ตั้งตัว หรือตั้งตัวไม่ทัน หรือตั้งตัวแล้วก็ไม่พอ ซึ่งเกิดขึ้นได้แม้กับประเทศมหาอำนาจทางเทคโนโลยี และเศรษฐกิจ ไม่เว้นทั้ง อเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น และล่าสุดจีน!

แล้วประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร เรามีความพร้อมแค่ไหน?

ลองมาดูความเหมือน และความต่าง ระหว่างกรุงเทพ และเจิ้งโจว ทั้งสองเมือง เป็นข้อมูล ที่อาจทำให้เรานั่งไม่ติด ต้องรีบคิดวางแผน ออกแบบอนาคตของเมืองหลวง

ความเหมือน...

1. กรุงเทพ และเจิ้งโจว ทั้งสองเมือง มีภูมิประเทศเป็นที่ “ลุ่มต่ำและมีแม่น้ำผ่าน” โดยกรุงเทพอยู่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และเจิ้งโจวอยู่ในลุ่มแม่น้ำเหลือง ดังนั้นจึงเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ทั้งจากน้ำฝน และน้ำหลาก!

2. กรุงเทพ และเจิ้งโจว ทั้งสองเมือง เป็นมหานครขนาดใหญ่ มีพลเมืองเกิน 10 ล้านคน จึงมีความหนาแน่นของอาคารพาณิชย์ บ้านพักอาศัย ถนนคอนกรีต เพราะมีการเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงมีพื้นที่ซับน้ำ หรือรองรับน้ำจำกัด

3. กรุงเทพ และเจิ้งโจว ทั้งสองเมือง มีภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล และยังพยากรณ์สภาพอากาศได้ยาก เหตุจากทั้งภาวะโลกร้อน และทั้งจากการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างรวดเร็ว

4. กรุงเทพ และเจิ้งโจว มีเครือข่ายระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้าใต้ดิน เช่นกัน และยังมีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง

ความต่าง...

1. กรุงเทพ มีอัตราการทรุดตัวของพื้นดิน ในอัตราที่สูงกว่าเจิ้งโจว ปัจจุบันจึงอยู่ในระดับต่ำกว่าแม่น้ำเจ้าพระยา และยังมีการทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง การระบายน้ำจึงทำได้ยากกว่า

2. กรุงเทพ มีพื้นที่สีเขียวต่อจำนวนพลเมือง น้อยกว่าเจิ้งโจว และยังมีพื้นที่ซับน้ำโดยธรรมชาติน้อยกว่าเจิ้งโจวมาก

3. เจิ้งโจว อยู่ในลุ่มแม่น้ำเหลือง หรือแม่น้ำวิปโยค ซึ่งมีประวัติน้ำท่วมในอดีตโหดร้ายกว่าลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามาก

4. เจิ้งโจว และมณฑลเหอหนานได้ทำโครงการ “เมืองซับน้ำ” หรือ Sponge City มาตั้งแต่ยุคท่านหูจิ่นเตา ประธานาธิบดีสายวิศวกรโยธาแหล่งน้ำ เพื่อรองรับ ซับน้ำ หากมีฝนตกหนัก น้ำหลาก ...แต่ยังเอาไม่อยู่ ขณะที่กรุงเทพยังไม่ได้วางอนาคตเมืองรับน้ำอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน

5. เจิ้งโจว และมณฑลเหอหนาน มีการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมจำนวนมาก และยังก่อสร้างมาถึงปัจจุบัน เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำ

...ขณะที่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและเครือข่าย ก่อนถึงกรุงเทพ มีเพียงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เท่านั้นที่ได้ก่อสร้างล่าสุด เมื่อเกือบสามสิบปีที่แล้ว และยังไม่เห็นแนวโน้มที่ไทยจะสร้างเขื่อนในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

พูดให้เข้าใจง่าย ขนาดเมืองที่มีการเตรียมพร้อมมาอย่างต่อเนื่อง เรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำหลาก อย่างเมืองเจิ้งโจว ยังต้านทานไม่ได้

แล้วกรุงเทพมหานคร ถึงแม้จะอยู่ในลุ่มน้ำที่มีประวัติความรุนแรงน้อยกว่า แต่ก็ไม่อาจแน่ใจว่าความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้น ดังที่เกิดขึ้นแล้วทั่วโลก ขณะที่ความพร้อมในการรับสถานการณ์ยังเป็นคำถาม...

ความรู้ ความเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง ทำให้คนไทยอยู่อย่างไม่ประมาท และเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตอภิมหาน้ำท่วม ที่ไม่มีใครกล้าที่จะบอกได้ว่า ธรรมชาติจะจัดหนักกับมนุษย์เมื่อไหร่!!!