อินเดียวันนี้ (17)

วันที่ 15 ม.ค. 2563 เวลา 12:50 น.
อินเดียวันนี้ (17)
โดย...น.พ.วิชัย โชควิวัฒน

**************************************

ยานสปุตนิก 3 ของโซเวียต ยิงขึ้นสู่อวกาศ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2501 เวลา 07.12.00 น. เป็นยานอวกาศลำเดียวของโซเวียตที่ยิงขึ้นในปีภูมิฟิสิกส์สากลปีนั้น เพื่อสำรวจบรรยากาศโลกชั้นบน และบริเวณชั้นอวกาศ

ปีที่โด่งดังที่สุดของโซเวียตและของโลกในเวลาต่อมาคือ วันที่ 12 เมษายน 2504 ที่ยูริ กาการิน เป็นมนุษย์อวกาศคนแรกที่ขึ้นไปโคจรรอบโลกได้สำเร็จ และกลับสู่โลกได้โดยปลอดภัย

ยูริ กาการิน เกิดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2477 ที่หมู่บ้านคลูชิโน ซึ่งเมื่อกาการินถึงแก่กรรม หมู่บ้านนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็นหมู่บ้านกาการิน พ่อแม่ของยูริ กาการิน อยู่ในนารวม พ่อเป็นช่างไม้ แม่เป็นคนรีดนมวัว ยูริเป็นลูกคนที่สาม มีพี่น้องอีก 3 คน ชาย 2 หญิง 1

ช่วงที่กองทัพนาซีบุกโซเวียตช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ครอบครัวยูริทุกข์ยากมาก บ้านถูกทหารเยอรมันยึดครอง ต้องไปปลูกกระท่อมโคลนขนาด 3X3 เมตร บริเวณหลังบ้าน และต้องอาศัยอยู่ที่นั่นตลอด 21 เดือน ที่เยอรมันยึดครอง พี่ชาย 2 คนถูกเยอรมันส่งไปเป็นแรงงานทาสในโปแลนด์ ในปี พ.ศ. 2486 หลังสงครามครอบครัวย้ายไปอยู่ที่เมืองกซาทซค์ (Gzhatsk) ยูริเข้าเรียนชั้นมัธยมที่นั่น

เมื่อ พ.ศ. 2493 ยูริอายุได้ 16 ปี เริ่มเข้าฝึกงานเป็นช่างหลอมโลหะในโรงงานใกล้กรุงมอสโก พร้อมเรียนหนังสือภาคค่ำ ยูริเรียนดีและเป็นนักเรียนช่างที่ดี เขาได้รับคัดเลือกเข้าเรียนต่อในโรงเรียนเทคนิคที่ซาราตอฟ เข้าไปฝึกขับแทร็คเตอร์ และสมัครเข้าไปฝึกบินในสโมสรการบินที่นั่น พร้อมทำงานหาลำไพ่เป็นกรรมกรท่าเรือริมแม่น้ำโวลก้า

ปี 2498 ยูริได้เข้าเรียนในโรงเรียนฝึกบินของกองทัพอากาศชั้นสูงในโอเรนเบิร์ก ได้ฝึกบินเครื่องบินแยค-18 ต่อมาฝึกบินเครื่องบินมิก-18 เขาเกือบไม่ผ่านเพราะตัวเล็ก มองเห็นไม่ถนัด ต่อมาครูฝึกให้เขานั่งบนเบาะรองนั่งจึงบินได้ดีขึ้น สามารถบินลงได้ปลอดภัย ได้รับอนุญาตให้บินเดี่ยวได้ในปี 2500 ปลายปีนั้น เขาได้ติดยศร้อยโท มีชั่วโมงบิน 166 ชม. 47 นาที รุ่งขึ้นเรียนจบจากโรงเรียนการบิน ได้ไปประจำการกำหนด 2 ปีที่ฐานบินใกล้ชายแดนนอร์เว วันที่ 7 กรกฎาคม 2507 ได้เลื่อนขั้นเป็นนักบินชั้น 3 หลังการส่งยานลูนา 3 เมื่อ 6 ตุลาคม 2507 เขาเริ่มสนใจเข้าสู่วงการสำรวจอวกาศ ซึ่งผู้บังคับบัญชาให้ความเห็นชอบ เวลานั้นเขามีชั่วโมงบิน 265 ชม. แล้ว เขาผ่านการประเมินทางการแพทย์ให้เข้าสู่โครงการอวกาศได้ ได้เข้าร่วมในแผนงานวอสต็อค

เขาผ่านการทดสอบทั้งทางร่างกายและจิตวิทยา โดยวอสต็อคแคปซูลมีขนาดย่อม จึงกำหนดให้นักบินต้องน้ำหนักน้อยกว่า 72 กก. ความสูงไม่เกิน 170 ซม. อายุระหว่าง 25-30 ปี ยูริผ่านเกณฑ์ เขาสูง 157 ซม.

จากผู้ผ่านการคัดเลือกรอบแรก 154 คน คณะกรรมการแพทย์ของกองทัพคัดเหลือ 29 คน คณะกรรมการของรัฐบาลคัดเหลือ 20 คน ยูริได้รับคัดเลือกรอบแรก 12 คน ทุกคนต้องฝึกหนักเหมือนนักกีฬาที่จะเข้าไปแข่งโอลิมปิก การกระโดดร่มต้องฝึก 40-50 ครั้ง ทั้งระดับสูงและต่ำ ทั้งลงบนบกและลงน้ำ

ยูริได้รับการยอมรับจากเพื่อน และฝ่ายการประเมินบุคลิกภาพโดยคณะกรรมการพิเศษให้เป็นผู้ที่ดีที่สุดที่จะปฏิบัติการครั้งแรก มีติตอฟเป็นตัวสำรอง และเนลยูบอฟสำรองต่อจากติตอฟ

ยานวอสต็อคถูกยิงจากฐานยิงเมื่อ 12 เมษายน 2504 เวลา 06.07 น. รหัสเรียกเป็นภาษารัสเซียแปลว่าต้นสน คำสนทนาระหว่างโคโรเลฟกับยูริ กาการิน คือ “... ยิง เราขออวยพรให้บินโดยสวัสดิภาพ ทุกอย่างเรียบร้อย” ( … Lift-off ! We wish you a good flight. Everything’s all right.” กาการิน ตอบ “ออก เราไป ! ลาก่อน, จนกว่า (เราจะพบกัน) ไม่ช้า, เพื่อนรัก” (off we go ! Goodbye, until [we meet] soon, dear friends.)

ยานถูกปลดออกจากจรวดตามกำหนด เข้าสู่วงโคจรรอบโลกเป็นเวลา 108 นาที ก่อนยูริ กาการินกลับสู่โลกที่รัฐคาซัคสถาน

กาการิน เขียนไว้ในรายงานภายหลังว่า “ความรู้สึกไร้น้ำหนัก เป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเมื่อเปรียบเทียบกับภาวะในโลก ที่ที่คุณรู้สึกราวถูกแขวนลอยในแนวราบในสายรัด คุณรู้สึกราวถูกแขวนลอยไว้” ขณะสู่โลก เขาร้องเพลง “แผ่นดินแม่ได้ยิน แผ่นดินแม่รู้” ระหว่างบินอยู่ในอวกาศเขาได้รับเลือกเป็นนักบินชั้นหนึ่งของกองทัพ และได้เลื่อนยศเป็นพันตรี

ที่ความสูง 7,000 เมตร กาการินดีดตัวจากแคปซูลตามแผนและใช้ร่มพยุงลงสู่พื้นโลก เวลานั้นมีข้อห่วงใยว่าการบินของกาการินจะไม่ได้รับการบันทึกโดยสหภาพอวกาศนานาชาติ (Federation Aeronautique Internationale : FAI) ที่กำหนดว่าต้องลงสู่พื้นมากับยาน ทีแรกกาการินและทางการโซเวียตปฏิเสธที่จะยอมรับว่าไม่ได้ลงสู่พื้นมากับยาน แต่ทางเอฟเอไอก็ยอมรับการบินของกาการิน ซึ่งต่อมาได้แก้ไขกฎ ยอมรับว่าขั้นตอนสำคัญ คือ “การบินขึ้น โคจร และนักบินกลับมาได้สำเร็จโดยปลอดภัย” และกาการินก็ได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่าเป็นมนุษย์อวกาศคนแรกที่ออกไปโคจรรอบโลก

ทั่วโลกชื่นชมความสำเร็จนี้ เขาได้รับการแห่แหนในมอสโกเข้าสู่พระราชวังเครมลินอย่างยิ่งใหญ่ ครุสเชฟมอบรางวัลเกียรติยศสูงสุด คือวีรบุรุษแห่งสหภาพโซเวียต เมืองอื่นๆ ในโซเวียตหลายเมืองพากันเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เป็นรองก็แต่ขบวนพาเหรดในชัยชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 เท่านั้น กาการินได้รับยกย่องอย่างสูงทั้งจากวงการวิทยาศาสตร์และสาธารณชน เขาได้รับเชิญไปเยี่ยมประเทศต่างๆ ราว 30 ประเทศ ทั้งอังกฤษ บราซิล บุลกาเรีย แคนาดา เชคโกสโลวาเกีย ฟินแลนด์ ฮังการี ไอซ์แลนด์ ฯลฯ ที่อังกฤษในเมืองแมนเชสเตอร์ ฝนตกหนัก เขาปฏิเสธให้กางร่มขณะนั่งไปในรถเปิดประทุน เพื่อให้ผู้คนได้ยลโฉมเขาได้ถนัด ทั่วโลกชื่นชมในยิ้มอันทรงเสน่ห์ของเขา

ชื่อเสียงอันโด่งดังของยูริ กาการิน ทำให้ประธานาธิบดีเคนเนดี้ ห้ามเขาเดินทางเข้าสหรัฐ

การมีชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงสุขภาพของเขา เพราะในงานเลี้ยงต่างๆ มีการดื่มเหล้า แม้คนคุ้นเคยจะรู้ว่าเขาเป็นคนมีสติในการดื่ม (sensible drinker) เขาได้รับเลือกให้มีตำแหน่งสูงในสภานิติบัญญัติด้วย และทางการโซเวียตได้ป้องกันการสูญเสียวีรบุรุษของชาติ โดยมิให้เขาขึ้นบินในโครงการอวกาศอีก แต่ต่อมาก็ได้รับอนุญาตให้ขึ้นบินโดยเป็นนักบินสำรองในยานโซยุส 1 ทั้งๆ ที่เวลานั้นร่างกายของเขาไม่ฟิตพอ น้ำหนักตัวขึ้นและขาดชั่วโมงฝึกซ้อม นักบินที่หนึ่งของยานโซยุส 1 คือ วลาดิเมียร์ โคมารอฟ เพื่อนของเขาเอง

ยานโซยุส 1 ถูกเร่งรัดให้บินโดยไม่พร้อม กาการินประท้วงให้เพิ่มระบบความปลอดภัยและไปส่ง โคมารอฟขึ้นบิน และยานก็ตกโดยร่มไม่กาง โคมารอฟเสียชีวิตในยาน หลังจากนั้นกาการินถูกห้ามเข้าร่วมในโครงการอวกาศ และห้ามบินเดี่ยว

วันที่ 27 มีนาคม 2511 ระหว่างฝึกบินปกติคู่กับครูฝึก วลาดิเมียร์ เซอร์โยกิน เครื่องบินมิก-15 ยูพีไอตก ทั้งคู่เสียชีวิต ร่างของเขาถูกเผาและเถ้ากระดูกถูกนำไปฝังที่กำแพงพระราชวังเครมลิน

การเสียชีวิตของยูริ กาการิน เป็นเรื่องคลุมเครืออยู่หลายปี สุดท้ายเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุจากพนักงานควบคุมการบินให้ข้อมูลผิดเรื่องสภาพอากาศ และปล่อยให้มีถังน้ำมันด้านนอกติดไปกับเครื่อง เมื่อเผชิญพายุหมุนจึงแก้ปัญหาไม่ได้ อีกทฤษฎีหนึ่งอธิบายว่า ช่องระบายอากาศในเคบินถูกเปิดทิ้งไว้โดยนักบินคนก่อน ทำให้ขาดออกซิเจนจนนักบินหมดสติ

ยูริ กาการิน เสียชีวิตเมื่อ 27 มีนาคม 2511 อายุได้เพียง 34 ปี 18 วัน