posttoday
Microsoft เปิดชิปควอนตัมใหม่ ลุ้นใช้งานเชิงพาณิชย์ปี 2029

Microsoft เปิดชิปควอนตัมใหม่ ลุ้นใช้งานเชิงพาณิชย์ปี 2029

03 มิถุนายน 2569

Microsoft เผยโฉมชิปควอนตัม Majorana 2 ที่พัฒนาด้วย AI ตั้งเป้ามีคอมพิวเตอร์ควอนตัมเชิงพาณิชย์ภายในปี 2029 ท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดกับ IBM, Google และจีน

Microsoft ประกาศเปิดตัวชิปประมวลผลควอนตัมรุ่นใหม่ “Majorana 2” พร้อมระบุว่าบริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2029 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับเทคโนโลยีดังกล่าว

 

เป้าหมายดังกล่าวทำให้ Microsoft อยู่ในเส้นทางเดียวกับ IBM ซึ่งเพิ่งประกาศเมื่อเดือนก่อนว่าจะลงทุนกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัม และจัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อผลิตชิปควอนตัมให้แก่ลูกค้าภายนอก โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

 

ก่อนหน้านี้ Microsoft เคยระบุเพียงว่าการพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมเชิงพาณิชย์จะเกิดขึ้นภายใน “ไม่กี่ปี” และไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอเป็นทศวรรษ แต่ไม่เคยกำหนดปีเป้าหมายอย่างเป็นทางการ

 

การแข่งขันในอุตสาหกรรมควอนตัมกำลังเข้มข้นขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย Microsoft และ IBM ต้องเผชิญการแข่งขันจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Google ภายใต้บริษัทแม่ Alphabet, Amazon รวมถึงโครงการพัฒนาควอนตัมของจีน ซึ่งต่างมุ่งหวังสร้างระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถแก้ปัญหาซับซ้อนด้านการแพทย์ เคมี และความมั่นคงทางไซเบอร์ได้เร็วกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปหลายพันปี

 

หัวใจสำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้อยู่ที่ Majorana 2 ซึ่งเป็นชิปรุ่นต่อยอดจาก Majorana รุ่นแรกที่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา โดย Microsoft ระบุว่าการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่สุดคือการเปลี่ยนวัสดุพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตชิปทั้งหมด

 

ในขณะที่คู่แข่งส่วนใหญ่อย่าง Google และ IBM ใช้สายตัวนำยิ่งยวดที่ผลิตจากอะลูมิเนียม Microsoft เลือกใช้ “ตะกั่ว” ซึ่งเป็นธาตุที่มีขนาดอะตอมใหญ่กว่า และเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบควอนตัมได้อย่างชัดเจน

Microsoft เปิดชิปควอนตัมใหม่ ลุ้นใช้งานเชิงพาณิชย์ปี 2029

 

เจสัน แซนเดอร์ รองประธานบริหารของ Microsoft ซึ่งรับผิดชอบโครงการควอนตัม เปิดเผยว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นได้จากเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการวิจัยวัสดุศาสตร์ ส่งผลให้ประสิทธิภาพบางด้านของ Majorana 2 เพิ่มขึ้นมากกว่ารุ่นเดิมถึง 1,000 เท่า

 

ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การนำตะกั่ว ซึ่งมีคุณสมบัติละลายน้ำได้ มาใช้ในกระบวนการผลิตชิปโดยไม่ให้วัสดุถูกชะล้างออกไประหว่างการผลิต ซึ่ง Microsoft ระบุว่าสามารถแก้ปัญหานี้ได้สำเร็จผ่านกระบวนการเฉพาะทางที่ซับซ้อนอย่างมาก

 

“เหตุผลที่ไม่มีใครใช้ตะกั่วในการผลิตชิปมาก่อน เพราะต้องอาศัยกระบวนการเฉพาะทางที่ยากอย่างยิ่ง แต่เราได้ค้นพบวิธีการดังกล่าวแล้ว” แซนเดอร์กล่าว

 

เทคโนโลยีควอนตัมของ Microsoft ยังแตกต่างจากคู่แข่งตรงที่อาศัยอนุภาคที่เรียกว่า “มาจอรานา” (Majorana Quasiparticles) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่บริษัทอ้างว่าสามารถสังเกตพบได้สำเร็จ หลังจากเป็นเพียงทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาเป็นเวลานาน

Microsoft เปิดชิปควอนตัมใหม่ ลุ้นใช้งานเชิงพาณิชย์ปี 2029

 

อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าดังกล่าวยังคงถูกตั้งคำถามจากนักฟิสิกส์จำนวนมาก โดยนักวิจัยบางส่วนมองว่า Microsoft ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์อย่างเพียงพอที่จะยืนยันข้ออ้างเกี่ยวกับการค้นพบอนุภาคมาจอรานา

 

วารสารวิชาการ Science เคยแจ้งเมื่อปีที่แล้วว่ากำลังตรวจสอบข้อมูลจากงานวิจัยของ Microsoft ที่ตีพิมพ์ในปี 2020 ขณะที่นักวิจารณ์บางรายระบุว่าปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลและวิธีการทดลองยังคงปรากฏอยู่ในงานวิจัยล่าสุดที่เผยแพร่พร้อมการเปิดตัว Majorana 2

 

เฮนรี เลกก์ อาจารย์ด้านฟิสิกส์ควอนตัมจากมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ส ประเทศสกอตแลนด์ กล่าวว่า ไม่ว่าสิ่งที่ Microsoft จะพัฒนาขึ้นจะใช้ตะกั่วมากเพียงใด ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหลักการพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ว่าผลการทดลองจะต้องสามารถทำซ้ำและตรวจสอบได้โดยนักวิจัยรายอื่น

 

ด้านผู้บริหาร Microsoft ชี้แจงว่า ข้อมูลบางส่วนไม่สามารถเปิดเผยสู่สาธารณะได้เนื่องจากเป็นความลับทางการค้า แต่ได้มีการแบ่งปันข้อมูลอย่างกว้างขวางกับสำนักงานโครงการวิจัยขั้นสูงด้านกลาโหมของสหรัฐ (DARPA) ซึ่งกำลังประเมินศักยภาพของเทคโนโลยีควอนตัมหลายรูปแบบ

 

แซนเดอร์ยืนยันว่าบริษัทมีข้อมูลทางฟิสิกส์ที่แข็งแกร่งเพียงพอรองรับการลงทุนด้านวิศวกรรมในระดับมหาศาล พร้อมแสดงความมั่นใจว่าหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบันเพียงพอที่จะผลักดันโครงการสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์

 

การประกาศเป้าหมายปี 2029 ของ Microsoft จึงถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ควอนตัมกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ จากการวิจัยในห้องปฏิบัติการสู่การแข่งขันเพื่อสร้างระบบที่สามารถใช้งานจริงในโลกธุรกิจได้เป็นครั้งแรก โดยมี AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเร่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์และวัสดุศาสตร์แห่งอนาคต

 

ข่าวล่าสุด

SME ต้องรู้! สรุปสิทธิประโยชน์ทางภาษีใหม่ ใช้ยังไงให้คุ้มที่สุด

SME ต้องรู้! สรุปสิทธิประโยชน์ทางภาษีใหม่ ใช้ยังไงให้คุ้มที่สุด