ไข่แตก พ่อค้าแยกวง ประชาวิวัฒน์ไม่ลงตัว

  • วันที่ 04 มี.ค. 2554 เวลา 15:22 น.

มาตรการลดค่าครองชีพประชาชนตามนโยบายประชาวิวัฒน์ท่าจะไปไม่รอด โดยเฉพาะโครงการไข่ชั่งกิโลอาจต้องพับแผน พ่อค้าขายได้จุ๋มจิ๋ม แถมเจอสารพัดปัญหา สุดท้ายขาดทุนจนต้องเลิก

โดย.. ทีมข่าวการเงิน

จากการสำรวจการขายไข่ชั่งกิโล ซึ่ง เป็น 1 ใน 9 มาตรการ โครงการประชาวิวัฒน์ของรัฐบาล พบว่า ในจุดขายที่ห้างแม็คโคร สาขาจรัญสนิทวงศ์ และห้างโลตัส สาขาสุภิบาล 1 ซึ่งเป็นการให้ความร่วมมือรัฐบาลลองนำร่องขายไข่ชั่งกิโล

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่พบว่า ในส่วนของแม็คโคร จรัญสนิทวงศ์ ได้ทดลองขายมาประมาณ 10 วัน และได้เลิกขายไปแล้ว เนื่องจากประชาชนไม่สนใจซื้อ เพราะไข่ราคากิโลกรัมละ 52 บาท แพงกว่าการซื้อไข่เป็นลูก

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังให้ข้อมูลว่า ในส่วนของแม็คโครเป็นการให้ความร่วมมือให้ใช้สถานที่ขายเท่านั้น ส่วนการขายไข่จะเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมการค้าภายใน นำไข่มาขายเอง

จากการสำรวจที่ตั้งขายไข่ที่ห้างแม็คโคร จรัญสนิทวงศ์ อยู่ที่บริเวณทางบันไดเลื่อนขึ้นลง โดยมีป้ายและโต๊ะถูกทิ้งว่างเปล่าไว้ ไม่มีการขายไข่ชั่งกิโลตามที่เจ้าหน้าที่บอก โดยมีพ่อค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาลมานั่งขายแทน

เจ้าหน้าที่ยังให้ข้อมูลว่า ไม่ทราบว่ากรมการค้าภายในจะนำไข่ชั่งกิโลมาขายอีกหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่มีผู้สนใจซื้อ เพราะไม่ได้ราคาถูกตามที่รัฐบาลประกาศไว้

สำหรับการขายไข่ชั่งกิโลที่ห้างโลตัส สุขาภิบาล 1 จะเป็นการขายของห้างโลตัสเอง พบว่า มีแผงไข่ตั้งขายอยู่เพียงเล็กน้อย และจากการสอบถามจากเจ้าหน้าที่ขายพบว่า มีการทดลองขายมา 10 วัน ขายได้ไม่ดี เพราะราคาแพงกิโลกรัมละ 52 บาท ไม่ได้ถูกกว่าไข่ขายเป็นใบ ในวันธรรมดาขายได้วันละประมาณ 5 กิโลกรัม และในวันหยุดขายได้ 10 กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่ขายห้างโลตัส กล่าวว่า การขายเป็นการทดลองหากยอดขายดีก็จะมีการขยายไปสาขาอื่น แต่หากยอดขายเป็นอย่างนี้ คงไม่สามารถขายได้เพราะน้อยเกินไป

นอกจากนี้จากการสำรวจไข่ที่ขายเป็นกิโลที่ขายที่ห้างโลตัสพบว่า มีขนาดเล็กค่อนข้างมาก เพราะขนาดใบใหญ่ถูกเลือกซื้อไปหมดแล้ว

ข้ามฟากไปสำรวจตลาดสดยิ่งเจริญ ซึ่งเป็น 1 ใน 7 ตลาดสดที่ให้ความร่วมมือขายไข่ชั่งกิโล พบว่า ได้ยกเลิกขายแล้วเช่นกัน เพราะที่ผ่านมานำไข่มาขาย 2 ครั้ง ในครั้งแรก 870 กิโลกรัม ในราคา 50 บาท และครั้งที่สอง 600 กิโลกรัม ในราคา 48 บาท พบว่า การขายทั้ง 2 ครั้งขาดทุน เพราะต้นทุนที่รัฐมา 47 บาท ทำให้ขายไข่ชั่งกิโลต่อไปไม่ได้

 

พ่อค้าขายไข่ชั่งกิโล ที่ตลาดสดยิ่งเจริญ ให้ข้อมูลว่า การขายไข่ชั่งกิโลมีปัญหาและต้นทุนสูงมาก การรับไข่จากพ่อค้าฟาร์มรายใหญ่ที่มาเป็นแผง ไม่สามารถชั่งกิโลทั้งแพง เพื่อเช็คน้ำหนักว่าไข่หนักตามที่ฟาร์มชั่งมาหรือไม่ เพราะแผงที่ไส่ไข่ไม่มีมาตรฐานน้ำหนักแต่ละอันไม่เท่ากัน ทำให้ต้องนำไข่ออกจากแพงทุกใบเพื่อชั่งกิโลเช็คน้ำหนัก

หลังจากนั้นจะต้องนำไข่กลับไปใส่วางในแผงตามเดิม เพื่อให้คนเลือกซื้อ เพราะหากกองรวมกันไว้ในตระกร้า หากไข่ใบข้างล่างแตกเพราะถูกกดทับ จะทำให้ไข่ทั้งตระกร้าเน่าหมด ขาดทุนหนักเข้าไปใหญ่

นอกจากนี้ ไข่เป็นของสด ซึ่งในแต่ละวันน้ำหนักจะลดลง ทำให้ไข่เบาขึ้นทำให้ขายขาดทุน

ขณะเดียวกัน ไข่ที่เก็บไว้ในตลาดสด มีอากาศร้อนจะเก็บไว้ได้ประมาณ 4-5 วัน หากขายไม่หมดไข่ก็จะเริ่มเสีย จึงจะเห็นว่า พ่อค้าแม่ค้าขายไข่ไก่เป็นฟองในตลาดยิ่งเจริญ จะมีการขายไข่ต้มอยู่ด้วย เพราะนำไข่ไปต้มก่อนที่จะเริ่มเสีย

คนขายยังเล่าให้ฟังว่า การขายไข่เป็นกิโล ยังมีปัญหาตอนขาย ผู้ซื้อเลือกมาก ทำให้ไขแต่วันละจำนวนมาก 80-100 ใบ เป็นสาเหตุสำคัญทำให้ขาดทุน

นอกจากนี้การชั่งไข่ใบสุดท้ายให้ครบกิโลเป็นเรื่องยาก ส่วนมากจะเกินไปเล็กน้อย ซึ่งต้องตัดเศษส่วนเกินให้คนซื้อ ทำให้พ่อค้าเข้าเนื้อไปอีก แม้ว่าจะชั่งขายเป็นกิโลกรัมก็ตาม

นางศันสนีย์ สกุลรุจา แม่ค้าขายไข่ไก่ในตลาดสดประชาชื่นมากกว่า 20 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่สนใจชั่งขายเป็นกิโลตามนโยบายทางเลือกของรัฐบาล เพราะยุ่งยากต้องลงทุนกำไรไม่พอค้าเสียหาย เพราะหากขายไขชั่งกิโลต้องซื้อกิโลใหญ่ชั่งไขที่ซื้อไข่จากฟาร์ม และยังต้องซื้อกิโลดิจิตอลเพื่อชั่งขายไข่ให้ผู้ซื้อ ลำพังตรงนี้ต้องลงทุน 2-3 พันบาท ไม่รู้ว่าขายไข่ชั่งกิโลอีกกี่ปีถึงจะคุ้มทุนค่ากับการซื้อกิโลมาชั่งไข่ขาย

 

นอกจากนี้ ยังเห็นว่า รัฐบาลไม่เข้าใจหัวอกคนจนที่แท้จริง เพราะคนไม่มีมีปัญหาซื้อไข่กินเป็นกิโลที่ละ 52 บาท แต่เขาซื้อไข่กินที่ละ 2 ฟอง 3 ฟอง ถามว่าซื้อที่ 2-3 ฟองชั่งเป็นกิโลได้ไหม คุ้มไหม เขาก็ต้องซื้อเป็นใบสะดวกกว่าทั้งคนซื้อคนขาย

นอกจากนี้ ยังมีคำถามว่าไข่ชั่งกิโลจะขายราคาแบบนี้ 52 บาท ไปตลอดได้หรือไม่ เพราะไม่ว่าขายอย่างไรขายแบบไหน อนาคตของก็ต้องปรับราคาขึ้นทั้งนั้น

นางศันสนีย์ กล่าวว่า หากรัฐบาลต้องการให้ไข่ราคาถูกลงจริง ควรไปดูแลราคาอาหารไก่มากกว่า ที่มีราคาแพงไม่เคยลด และผูกขาดโดยพ่อค้ารายใหญ่ไม่กี่ราย ซึ่งรัฐบาลก็รู้ดีแต่ทำไมไม่เข้าไปแก้ มาแก้ไข่ขายเป็นกิโลซึ่งแก้ไขไม่ถูกจุด จนรู้สึกรำคาญรัฐบาลอย่างมาก จากเอาใจช่วยเชียร์มาตลอด ก็ว่าจะเปลี่ยนสีไม่เชียร์รัฐบาล

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ