กลุ่มแคร์แตกสาขา‘เพื่อไทย’สกัดแต้ม“ธนาธร”

วันที่ 04 ก.ค. 2563 เวลา 17:58 น.
กลุ่มแคร์แตกสาขา‘เพื่อไทย’สกัดแต้ม“ธนาธร”
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม

***********************

ปรากฏการณ์การตั้งกลุ่มการเมืองใหม่ในช่วงนี้มองไม่ได้เป็นอย่างอื่น คือ การปูทางตั้งพรรคการเมืองใหม่รองรับการเลือกตั้งเพราะในเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการให้เกิดพรรคเล็กๆ ทำลายพรรคใหญ่ เพราะออกแบบให้พรรคใหญ่ไม่มี สส.บัญชีรายชื่อ เหมือนอย่างที่ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเพื่อไทยสอบตกกันหมด นักการเมืองก็รีบปรับตัว

การตั้ง "กลุ่มแคร์" ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานมานี้ ขับเคลื่อนโดยขุนพลหลัก ล้วนแล้วแต่เป็นคนใกล้ชิดทักษิณ ชินวัตร กำลังเป็นที่จับตามองว่าจะพัฒนาไปสู่ความเป็นพรรคการเมืองใหม่ ในยุทธศาสตร์ แตกแบงค์พัน ตั้งพรรคสาขาหรือช่วยยานแม่เพื่อไทยของนายใหญ่

ไม่แต่ กลุ่มแคร์ ยังมีความเคลื่อนไหวจากอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติซึ่งถูกยุบพรรคก่อนการเลือกตั้ง ที่น่าสนใจ ทั้ง พิชัย นริพทะพันธุ์ คนใกล้ชิดทักษิณ และจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ก็มีข่าวต่างแยกกันไปตั้งพรรคใหม่

ทั้งหมดเป็นตามที่รัฐธรรมนูญวางโรดแมฟไว้ “พรรคเล็กเกิดง่าย -พรรคใหญ่เกิดยาก”

กลุ่มแคร์ ที่แตกตัวออกจากพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย อดีตกุนซือและมันสมองของทักษิณที่ขับเคลื่อนนโยบายพรรคไทยรักไทยเมื่อปี 2544 จนชนะเลือกตั้งถล่มทลายและขึ้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญในรัฐบาลทักษิณ 3 ขุนพลหลัก ประกอบด้วย ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริยเดช นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็น 3 ขุนพลคนเดือนตุลาที่ร่วมสร้างพรรคไทยรักไทย ส่วน พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อีก 1 คนใกล้ชิดทักษิณ ทุนใหญ่มีมุ้ง สส.เพื่อไทย หลายสิบชีวิต

แกนนำกลุ่มแคร์ คือ แบรนด์ทักษิณรุ่นหนึ่ง หากจะบอกว่า เป็นกลุ่มอิสระ ไม่เกี่ยวกับทักษิณก็คงไม่จริง นอกจากหลายคนสังกัดพรรคเพื่อไทยแล้ว การเปิดตัวของกลุ่มแคร์ก็เลือกใช้ สถานที่ วอยซ์ทีวี ของตระกูลชินวัตร เป็นความเชื่อมโยงที่แจ่มชัด

วงในยืนยันว่า นี่เป็นการปูทางเพื่อตั้งพรรคใหม่ตามสูตรที่ทักษิณเคยใช้ในการตั้งพรรคไทยรักษาชาติ เพื่ออุดช่องโหว่คะแนนที่หล่นหายไปจากระบบเลือกตั้งใหม่ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งครั้งนั้นถ้าศาลรัฐธรรมนูญไม่ยุบพรรคไทยรักษาชาติก็จะได้ สส.ประมาณ 20-30 เสียงตามแผน และจะทำให้ขั้วฝ่ายค้านนำโดยพรรคเพื่อไทย รวมเสียง สส. ได้เกินกว่ากึ่งหนึ่งในสภา มีความชอบธรรมในการตั้งรัฐบาลก่อนพรรคพลังประชารัฐ

แต่เมื่อถูกยุบ แผนต่างๆ ก็พัง พรรคพลังประชารัฐ รวมกับพรรคที่เหลือจับกลุ่มรวมขั้วตั้งรัฐบาลได้ก่อน และความได้เปรียบจากรัฐธรรมนูญ

เมื่อรัฐธรรมนูญนี้ยังไม่ถูกแก้ การแตกพรรคสาขาเพื่อดึงคะแนน ก็จำเป็นเพื่อหวังแก้มือใหม่อีกครั้ง การตั้งกลุ่มแคร์ จึงตามรอยพรรคไทยรักษาชาติ

ประการแรกตามยุทธศาสร์ “แผนแตกแบงค์พัน” เพื่อชิงเสียงข้างมากตั้งรัฐบาล

ประการที่สอง เป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งในพรรคเพื่อไทยที่แกนนำหลายคนกินเกาเหลากับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยที่กุมอำนาจอยู่

ย้อนกลับไปช่วงตั้งพรรคไทยรักษาชาติ จาตุรนต์ ฉายแสง กับ พิชัย นริพทะพันธุ์ ไม่กินเส้นกับ “หญิงหน่อย” จึงถูกกันให้มาอยู่ในพรรคนี้ ร่วมกับคนรุ่นใหม่ที่เป็นลูกหลานบิ๊กเพื่อไทยที่ถูกดันให้มาเป็นแกนนำไทยรักษาชาติเพื่อสร้างแบรนด์พรรคคนรุ่นใหม่ ไม่ต่างจากกลุ่มแคร์ ก็ปรากฎทายาท “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล เป็น 1 ในผู้ก่อตั้งกลุ่ม

การตั้งกลุ่มแคร์ ฝ่ายที่ไม่กินเส้นกับ “หญิงหน่อย” คือ ภูมิธรรม ก็ถูกวางตัวมาเป็นเสนาธิการกลุ่ม จนเกิดปฏิกิริยาตอบโต้ซัดกันเองผ่านสื่อระหว่าง สองบิ๊ก แม้ไม่ได้ระบุชื่อว่าเป็นใคร แต่สื่อก็จับโยงได้ว่า เป็นหญิงหน่อยกับภูมิธรรม

ครั้งนั้น มีการรายงานคำพูดของสุดารัตน์ที่เปิดใจกับสื่อสำนักหนึ่งเกี่ยวกับ การตั้งกลุ่มแคร์ว่า เธอเห็นด้วยที่แกนนำพรรคบางส่วนจะไปตั้ง เพราะถ้าอยู่พรรคเพื่อไทย ก็ไม่มีทางได้เป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ถ้าออกไปตั้งพรรคก็จะได้เป็น สส. แม้เธอจะยืนยันว่าไม่มีปัญหากับใคร “ แต่ถ้าใครไม่พอใจแล้ว จำเป็นต้องออกไปตั้งพรรค ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง”

จริงอย่างว่า พรรคเพื่อไทยไม่มี สส.ปาร์ตี้ลิสต์แม้แต่คนเดียว ระดับกุนซือ บิ๊กเนม อดีตรัฐมนตรีในสมัยไทยรักไทยล้วนอยู่ในรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ที่ต่างสอบตกยกครัว การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยก็ยังเชื่อว่า จะไม่มี สส.ปาร์ตี้ลิสต์ต่อ แม้แต่ “หญิงหน่อย” ก็ยังต้องการข้ามมาลง สส. เขต การอพยพของแกนนำมาอยู่บ้านใหม่ที่กลุ่มแคร์จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ขณะที่ ปัญหาความขัดแย้งในเพื่อไทยซึมลึกมายาวนาน ฝ่ายหนึ่งกล่าวหาคุณหญิงสุดารัตน์ว่า คุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ขยายอำนาจตัวเอง ล้วงลูก กระทบขุนพลหลายคนที่ต่างเป็นดาวฤกษ์ สายตรงทักษิณเหมือนกัน

แต่การเมืองที่ไม่มีอะไรแน่นอน จำต้องเตรียมพร้อมกับปี่กลองเลือกตั้งที่จะมาถึง หากพรรคเพื่อไทยอยู่ในสภาพขัดแย้ง มีข่าวทะเลาะกันเองภายในทุกครั้ง ก็ยิ่งเกิดรอยร้าวลึก ไม่เพียงแต่เสียเปรียบฝ่ายรัฐบาลที่มีอำนาจและงบประมาณ แต่กับฝ่ายค้านด้วยกันพรรคเพื่อไทยก็อาจถูกพรรคก้าวหน้าที่มีเงาธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คุมอยู่แซงนำได้

การรีบตั้งกลุ่มแคร์ยังเพื่อช่วงชิง ฐานเสียงจากคนรุ่นใหม่ที่มีความนิยมในตัวธนาธรสูง โดยแกนนำกลุ่มแคร์พยายายามเปิดพื้นที่ให้คนหนุ่มสาว ตัวแทนความคิดใหม่เข้าร่วมเวที สร้างวาระ อีเว้นท์ทางการเมือง เสวนานำเสนอแนวทางสร้างประเทศ

ที่สำคัญ นับวันพรรคก้าวไกล กลุ่มธนาธร ได้ขยายมวลชนมากขึ้น มีคนเห็นใจที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ พรรคก้าวไกลเองก็มีเป้าหมายขับเคลื่อนที่เร้าใจคนรุ่นใหม่กว่าพรรคเพื่อไทย หากทักษิณไม่ทำอะไร ปล่อยให้สถานการณ์พาไปเรื่อยๆ ที่สุดอาจเป็นรองธนาธร ซึ่งพรรคเพื่อไทยเองมีช่องว่างจากฐานเสียงคนหนุ่มสาว เด็กนักเรียน นักศึกษา จำต้องรีบดึงมวลชนที่มีพลังกลุ่มนี้ให้ได้

ที่ตอกย้ำ คือ การที่พรรคก้าวไกลกำลังเดินเดี่ยวเร่งชิงคะแนนแบบไม่แยแสพรรคเพื่อไทย คือ การเลือกตั้งซ่อมจ.สมุทรปราการ ที่จะมีขึ้นในเดือน ส.ค. พรรคก้าวไกลประกาศจะส่งผู้สมัครลงเอง ไม่หลีกทางให้พรรคเพื่อไทยเหมือนธรรมเนียมที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งซ่อม สส. 4 ครั้งในรอบปีที่ผ่านมา ที่ต่างฝ่ายต่างฮั้วส่งผู้สมัครชิงฝ่ายละ 1 คน ในนามฝ่ายค้าน ชนกับพรรครัฐบาล เพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านแตกคอ

การเดินเกมผิดของทักษิณ ที่เกิดขึ้นกับพรรคไทยรักษาชาติจนถูกยุบพรรค ด้วยหาว่า เดินทางลัดเชื่อว่า เป็นบทเรียนจนปรับเปลี่ยนมาลงที่ “กลุ่มแคร์” แต่ปัญหาใหญ่วันนี้ คือ หากตั้งเป็นพรรคสาขา จำต้องมาห้ำหั่น ตัดคะแนนกับฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกันจากกลุ่มธนาธรมากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว

ปัญหาในพรรคเพื่อไทยถ้าไม่เร่งจบ ก็จะถอยหลัง เจอธนาธรเดินแต้มกินเรียบได้ง่าย

*********************

บทความแนะนำ