สัญจรอีสานใต้ ยุทธศาสตร์สกัดเพื่อไทย

  • วันที่ 07 พ.ค. 2561 เวลา 10:57 น.

สัญจรอีสานใต้ ยุทธศาสตร์สกัดเพื่อไทย

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

พื้นที่ทางการเมืองที่เป็นฐานเสียงใหญ่ที่สุดของประเทศสามารถนำไปสู่การก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีมาโดยตลอด อยู่ในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน แต่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นพื้นที่ในการครอบครองของ สส.พรรคเพื่อไทยอย่างเหนียวแน่น อย่างไรก็ตามคนอีสานยังเลือกพรรคอื่นๆ ด้วย เช่น พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย หรือพรรคชาติพัฒนา

อาจกล่าวได้ว่าคนอีสานเลือกทุกพรรคแต่เลือก สส.พรรคเพื่อไทยมากที่สุดเท่านั้นเอง แต่ยกเว้นอีสานใต้ 8 จังหวัด ดังนี้ จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และยโสธร ที่ 2 พรรคใหญ่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย ยังเจาะไม่เข้า

พื้นที่อีสานใต้ส่วนใหญ่ล้วนเทคะแนนนิยมให้พรรคภูมิใจไทย เมืองหลวงใหญ่ที่เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนงานการเมือง คือ จ.บุรีรัมย์ ที่มี เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นแกนนำสูงสุด พรรคนี้แม้จะเป็นพรรคขนาดกลาง แต่ก็ไม่ใช่พรรคธรรมดาทั่วไปที่จู่ๆ จะควบรวม หรือกินรวบได้ง่ายๆ จากพรรคใหญ่ แม้จะเอาท่อน้ำเลี้ยงมาหว่านล่อเพื่อดึงหรือดูดเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางการเมืองได้ง่ายๆ เพราะนายทุนหนุนหลังพรรคนี้รวยระดับโลก

นายทุนคนสำคัญพรรคภูมิใจไทย คือ เจ้าพ่อรับเหมาก่อสร้างแห่ง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น ของ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ซึ่งมีทายาทอย่าง อนุทิน ชาญวีรกูล หรือเสี่ยหนู หัวหน้าพรรค คอยสั่งการรองจาก เนวิน อีกทุนใหญ่ระดับโลก คือ วิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าพ่อคิงเพาเวอร์ ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงพรรคนี้ไม่ขาดแคลนกระสุนลุยศึกเลือกตั้งอย่างแน่นอน

พื้นที่อีสานใต้นับเป็นพื้นที่ที่ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย หมายปองพยายามเจาะ แต่เจาะยังไงก็ไม่เข้า หากจำกันได้เมื่อครั้งพรรคเพื่อไทยเรืองอำนาจยุค “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี เคยนำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหญ่บุกไปถึงถิ่น เนวิน โปรยยาหอมนโยบายดีๆ เอาใจพี่น้องประชาชนสารพัด อาทิ โครงการ “บัตรสินเชื่อเกษตรกร” โปรโมทสารพัดข้อดีว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรบ้างจากนโยบายรัฐบาลเพื่อไทย อาทิ ซื้อปัจจัยการผลิตราคาถูก เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำพร้อมกับสัญญาว่าจะเทงบประมาณนับแสนล้านบาทรวมกว่าร้อยโครงการเพื่อมาพัฒนากลุ่มจังหวัดพื้นที่อีสานใต้ให้มีศักยภาพเทียบเท่ากับภูมิภาคอื่นๆ

แต่อีสานใต้เป็นฐานที่มั่นสำคัญไม่มีใครกล้าลองของ เนวิน ขนาดในยุค “ยิ่งลักษณ์” ตั้งเป้าจะตระเวน ครม.สัญจร หัวเมืองใหญ่ถึง 3 จังหวัดในพื้นที่อีสานใต้ เพื่อหวังปูทางโกยคะแนนเสียงให้ สส.พรรคเพื่อไทยได้เข้าไปหาเสียงและเบียดแทรก ถึงขนาดระบุพิกัด 3 จังหวัดไว้ชัดเจนว่า ยิ่งลักษณ์ จะต้องไปจัด ครม.สัญจร และ สส.เพื่อไทย ต้องเจาะไข่แดงให้ได้ นั้นคือ จ.สุรินทร์ อุบลราชธานี และบุรีรัมย์ แต่ใครจะเป็น สส.ในพื้นที่อีสานใต้ไม่ใช่ของหมูๆ เพราะเป็นพื้นที่ของขาใหญ่ 2 พรรคที่คุมอยู่ คือ พรรคภูมิใจไทย นำโดย เนวิน และพรรคชาติพัฒนา นำโดย สุวัจน์ ลิปตพัลลภ

แต่ยุค “บิ๊กตู่” ที่เรืองอำนาจทั้งทางการเมืองและการทหาร จึงกลายเป็นเรื่องท้าทาย “บิ๊กตู่” ที่จะเข้าไปสานสัมพันธ์ทางการเมืองให้กับพรรคทหารที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงมีการจับตามองการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ระหว่างวันที่ 7-8 พ.ค.นี้ “บิ๊กตู่” ทุ่มทุนสร้างด้วยการยกคณะ ครม.ชุดใหญ่พร้อมหิ้วสารโครงการแก้จนเอาใจพี่น้องเกษตรกรอีสานใต้ เน้นการช่วยเหลือความเดือดร้อนและพัฒนาศักยภาพเชิงภูมิภาคสารพัด หมากเกมนี้หวังรุกฆาตทางการเมือง หวังชนะใจคนอีสานใต้และกลืนพื้นที่ทางการเมืองให้อยู่ใต้ชายคา คสช.เช่นเดียวกับที่ยุค “ยิ่งลักษณ์” เคยหมายมั่นปั้นมือจะทำ แต่ไม่สำเร็จ

แต่คงไม่ง่ายอย่างที่คิดที่จะดึงเนวิน มาร่วม แต่หาก คสช. ดึงพรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาลล่วงหน้าได้จริงๆโดยมีจำนวน สส.อีสานใต้เก็บตุนไว้ในมือรอโหวต “บิ๊กตู่” เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ขณะเดียวกันนับเป็นโอกาสดีที่จะสกัดคู่แข่งทางการเมือง โดยยืมมือ เนวิน บุกทะลวงฐานเสียงเพื่อโอบกินพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ที่อยู่ในอาณาเขตของพรรคเพื่อไทยให้สั่นคลอน โดยมีเนวินมาเป็นตัวช่วย ด้วยการดันหลังให้พรรคภูมิใจไทยสู้ศึกเลือกตั้งในพื้นที่ภาคอีสานแทนพรรคทหาร โดยมี คสช.แบ็กอัพอยู่เบื้องหลังด้านกลไกภาครัฐคอยสนับสนุน

หากจำกันได้การเลือกตั้งปี 2554 อีสานใต้ 8 จังหวัดมี สส. ราวๆ 63 คน พรรคเพื่อไทย คว้าไป 41 ที่นั่ง แต่ไม่มีจังหวัดใดที่พรรคเพื่อไทยชนะแบบกินรวบยกจังหวัด เก้าอี้ที่เหลือกระจัดกระจายให้กับพรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติพัฒนา ยิ่งเมืองหลวงใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย คือ จ.บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ไม่มีพรรคใดเจาะเข้าได้เลย จึงไม่แปลกเหตุใด “บิ๊กตู่” เลือกลงพื้นที่ไปให้กำลังใจคนสุรินทร์ และนัดพบปะพี่น้องประชาชนนับหมื่นคนที่บุรีรัมย์โดยมี เนวิน ขนมาต้อนรับด้วยตัวเองย่อมไม่ธรรมดา  

กลยุทธ์ทางการเมืองของ “บิ๊กตู่” ดูเหมือนจะเหนือชั้นไม่เบา แต่จะสำเร็จหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง คงต้องคอยติดตามกันต่อไป ว่าเกมกินรวบอีสานใต้ และสกัดพรรคเพื่อไทย จะสำเร็จหรือไม่ เพราะเพิ่งเปิดเกมเท่านั้น เส้นทางศึกการเมืองครั้งนี้ยังอีกยาวไกลจนกว่าจะถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ถึงจะรู้ “บิ๊กตู่” จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปโดยมี เนวิน เป็นแม่ทัพ รอติดตามชมอย่ากะพริบตา

ข่าวอื่นๆ