"ดูด" เพื่อชาติ สืบทอดอำนาจคสช.

  • วันที่ 30 เม.ย. 2561 เวลา 10:19 น.

"ดูด" เพื่อชาติ สืบทอดอำนาจคสช.

สาเหตุที่ต้องบอกว่าสถานการณ์เข้าตาจน เนื่องจากกติกาของการเลือกตั้งที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 กำหนดเป็นตัวบีบให้ คสช.ต้องทำแบบนั้น

***************************

โดย....ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ท่ามกลางสถานการณ์ที่พรรค การเมืองกำลังปวดหัวกับกติกาการเมืองตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ประกอบกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ทั้งในเรื่องการให้สมาชิกพรรคมาทำการยืนยันสถานะความเป็นสมาชิก และเรื่องอื่นๆ ปรากฏว่าบรรดาผู้มีอำนาจของ คสช.ต่างโชว์พลังดูดอดีตนักการเมืองที่ คสช.เคยบอกว่าไม่ดีเข้ามาอยู่ภายใต้สังกัดตัวเองอย่างสะดวกมือ

ปฏิบัติการ คสช.เรียกได้ว่าแตกต่างไปจากวิถีของนักการเมืองพอสมควร เพราะโดยปกติแล้วในทางการเมืองจะช็อปอดีต สส.เป็นรายเขตหรือเป็นรายบุคคล แต่กับกรณีของ คสช.พบว่ากำลังทยอยหยิบนักการเมืองใส่ตะกร้าทีละภูมิภาค

ดังจะเห็นได้จากกรณีของพรรคพลังชลที่บรรดาผู้นำหัวขบวนของพรรคที่เข้าไปมีตำแหน่งในรัฐบาลกันแล้ว ซึ่งเป็นการประกาศชัดเจนว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคพลังชลจะยืนอยู่เคียงข้างกับ คสช.แน่นอน การดูพรรคพลังชลเข้าค่ายทหารทำให้การเมืองในภูมิภาคตะวันออกเกิดแรงเขย่าไม่น้อย จนเกิดกระแสข่าวอาจมีอดีต สส.ของบางพรรคเข้ามาร่วมกับ คสช.ในอนาคตด้วย

จากภาคตะวันออก คสช.กำลังจะคืบคลานไปสู่ภาคอีสาน แต่การจะเดินเกมดูด สส.ในภาคอีสานนั้นไม่ได้ทำได้ง่าย เพราะเป็นพื้นที่ทางการเมืองที่พรรคเพื่อไทยผูกขาดเสียเป็นส่วนใหญ่มาเป็นเวลานาน ดังนั้น การหยิบ สส.ใส่ตะกร้าก็ต้องเริ่มจากพื้นที่ที่ไม่ใช่ของพรรคเพื่อไทยก่อนเป็นประการแรก

ด้วยเหตุนี้เองการลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรในเดือนหน้าที่ จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ จึงมีความหมายทางการเมืองเป็นอย่างยิ่ง

โดยเป็นที่ทราบกันดีว่าพื้นที่บุรีรัมย์และสุรินทร์บางส่วนเป็นของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล และ เนวิน ชิดชอบ ซึ่งบุรุษผู้มากบารมีในพรรคทั้งสองคนนี้ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับ คสช.โดยตรง ในทางกลับกันกลับมีความสัมพันธ์ทางการเมืองและเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มทุนที่พร้อมสนับสนุนพอสมควร

ดังนั้น หากทหารและพรรคภูมิใจไทยจะจับมือร่วมกันเป็นพันธมิตรทางการเมืองก็คงไม่แปลกนัก เพราะพื้นที่ในภาคอีสานใต้เวลานี้ แม้พรรคเพื่อไทยจะกุมเสียงข้างมากอยู่ แต่ถ้าสามารถสร้างฐานบุรีรัมย์และสุรินทร์ให้แข็งแรงได้ผนวกกับการใช้อำนาจทางการเมืองผสมลงไป โอกาสที่จะแผ่ขยายอิทธิพลให้กว้างขวางมากขึ้นก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน อันเป็นโมเดลที่พรรคเพื่อไทยเคยใช้มาก่อน

เมื่อเริ่มเขย่าภาคอีสานบางส่วนได้แล้ว พื้นที่ต่อไปก็คงหนีไม่พ้นภาคเหนือ ซึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญที่ฝ่าย คสช.จะใช้คงหนีไม่พ้นการอัดงบประมาณลงไปในพื้นที่ให้มากที่สุด เพื่อดึงดูดให้อดีต สส.มาร่วมกับ คสช.ให้มากที่สุด

การเดินเกมดูดของ คสช.ตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับการกลืนน้ำลายตัวเองที่เคยบอกว่าไม่ชอบวิถีของนักการเมือง แต่เมื่อสถานการณ์เข้าตาจน ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ คสช.ก็ต้องใช้วิธีดูดเพื่อชาติเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเมืองเช่นกัน

รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ออกแบบการเลือกตั้งให้ใช้ “ระบบจัดสรรปันส่วนผสม” แม้จำนวน สส.จะมี 500 คน และแบ่งเป็น สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและ สส.ระบบบัญชีรายชื่อตามเดิม แต่วิธีการเลือกตั้งและการคำนวณคะแนนเพื่อหาจำนวน สส.กลับเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง

ระบบจัดสรรปันส่วนผสม กำหนดให้การเลือกตั้งใช้บัตรเลือกตั้งแบบ สส.แบ่งเขตเพียงใบเดียว จากเดิมที่บัตรเลือกตั้งจะมีสองใบ นอกจากนี้ การคำนวณคะแนนเลือกตั้งเพื่อหาจำนวน สส.แบบใหม่นั้นก็ใช้คะแนนจาก สส.เขตเท่านั้น เท่ากับว่าการได้มาซึ่ง สส.เขตและบัญชีรายชื่อจะมาจากคะแนนเลือกตั้งของ สส.ระบบแบ่งเขตเพียงอย่างเดียว

เมื่อระบบการเลือกตั้งเปลี่ยนไปเช่นนี้ การจะได้ สส.เข้าสภา จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยกระแสและความนิยมของผู้สมัคร สส.เขตที่มีอยู่ในพื้นที่พอสมควร เรียกได้ว่าผู้สมัคร สส.เขตจะต้องเป็นผู้มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ เพราะในทางกลับกัน ถ้าส่งคนที่ไม่มีพื้นเพเป็นทุนเดิม โอกาสที่จะแพ้ทั้ง สส.แบบแบ่งเขตและชวดที่จะได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อก็มีความเป็นไปได้สูง

บรรดาพรรคการเมืองในปัจจุบันก็ต่างรับรู้ถึงหมากเกมนี้ของ คสช.เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกที่ออกมาฟาดงวงฟาดงาถล่ม คสช.ว่ากำลังตกปลาในบ่อเพื่อน

ในมุม คสช.เอง ต่างไม่มีทางเลือกเช่นกัน ครั้นจะให้ตั้งพรรคเพื่อสืบทอดอำนาจโดยปราศจากนักการเมืองหน้าเดิมๆ คงเป็นเรื่องยากที่ คสช.จะกลับมามีอำนาจตามระบบ เพราะรู้ตัวดีว่าอาศัยแต่บารมีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.หรือนายทหารมากบารมีเพียงไม่กี่คนอย่างเดียว ย่อมไม่มีทางไปถึงเป้าหมายได้

เป้าหมายของ คสช. คือ การสืบทอดอำนาจเพื่อเดินหน้าสานงานของตัวเองต่อให้จบ ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 4-5 ปี โดยตอนนี้ตัวเองได้เปรียบเหนือทุกพรรคทั้งในแง่กติกาและอำนาจทางการเมือง เหลือเพียงแต่การนำมาปะติดปะต่อให้เกิดเป็นรูปธรรมผ่านการเลือกตั้งเท่านั้น

ภายใต้ปัจจัยแวดล้อมที่เห็นและเป็นอยู่ คสช.จึงต้องดูดเพื่อชาติ เพื่อเป้าหมายของการสืบทอดอำนาจและทำภารกิจให้ลุล่วง แม้จะถูกมองว่าเป็นคนเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกงก็ตาม

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Yengo Premium

ข่าวอื่นๆ