
"หมอแอมป์" ชงรัฐตั้ง "บอร์ดเวลเนสแห่งชาติ" หากทำได้ หวังโต 10 เท่า!
"หมอแอมป์" ชงรัฐตั้ง "บอร์ดเวลเนสแห่งชาติ" หวังมีเจ้าภาพขับเคลื่อนนโยบายได้ต่อเนื่อง ชี้หากทำได้โตกว่านี้ 10 เท่า!
นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ (หมอแอมป์) ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนสคลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จํากัด (มหาชน) เปิดเผยวิสัยทัศน์ในการผลักดันอุตสาหกรรม Wellness ของประเทศไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก โดยเรียกร้องให้ภาครัฐจัดตั้ง "คณะกรรมการ Wellness แห่งชาติ" เพื่อเป็นแกนนำในการบูรณาการทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ
เสนอตั้ง "บอร์ดเวลเนสแห่งชาติ" แก้ปัญหาขาดความต่อเนื่อง
ภายหลังงานสัมมนาและสร้างเครือข่ายระดับชาติภายใต้หัวข้อ “Beyond Relaxation: นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และอนาคตของการสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรม Wellness” จัดขึ้นโดย NIA ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันนี้ (19 พ.ค.2569)
หมอแอมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนระบุว่า แม้ขณะนี้จะมี "Wellness Team Thailand" ที่รวบรวมทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็น ททท., TCEB, Thailand Privilege และผู้ประกอบการในหลายวงการ แต่การทำงานยังเป็นลักษณะ "คนละไม้คนละมือ" โดยขาดภาพใหญ่ที่ชัดเจน
"สิ่งที่อยากเห็นต่อจากนี้คือ บอร์ดเวลเนสแห่งชาติ ที่ทางภาครัฐตั้งขึ้น ส่วน Wellness Team Thailand พร้อมเข้าไปร่วมช่วยเหลือและแสดงความคิดเห็นเท่าที่ทำได้"
หมอแอมป์ยังแสดงความกังวลต่อปัญหาความไม่ต่อเนื่องของนโยบาย โดยระบุว่าการเปลี่ยนผ่านของรัฐบาลในอดีตทำให้แผนงานด้านเวลเนสขาดตอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
การมีคณะกรรมการระดับชาติจะช่วยให้นโยบายเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
ในขณะเดียวกัน หากถามถึงภารกิจสำคัญที่บอร์ดเวลแนสแห่งชาติ ควรที่จะให้ความสำคัญ อาจแบ่งได้ 2 ประการ คือ
- ยืด Healthspan คนไทย ผลักดันให้คนไทยมีสุขภาพดียืนยาวจาก 67 ปีเป็น 75 ปี โดยเน้นที่ "Healthspan" หรืออายุขัยที่มีสุขภาพดี ไม่ใช่เพียงการมีชีวิตยืนยาวแต่ป่วยมาก
- ปักธงไทยเป็น Wellness Destination of the World ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพระดับโลก ภายใต้แนวคิด "Wellness Hub Thailand : The Land of Life" หรือ "ดินแดนแห่งชีวิต" ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกบินมาเพื่อซื้อประสบการณ์สุขภาพที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น อาหารดี การนอนหลับที่มีคุณภาพ การตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน มวยไทย สมุนไพรไทย การนั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม เดินป่า รวมถึง Thai Hospitality
หมอแอป์เน้นย้ำว่า "ไม่มีนาทีไหนที่เหมาะสำหรับการขายชีวิตและความปลอดภัยให้กับผู้คนได้มากเท่าตอนนี้ เพราะทั่วโลกกำลังเผชิญทั้งสงครามจริง สงครามจิตวิทยา และสงครามการค้า"
มูลค่า 1.3 ล้านล้านบาท โตติดอันดับ 7 โลก แม้ไร้เจ้าภาพ
หมอแอมป์ระบุว่าหากอ้างอิงข้อมูลการวิจัยล่าสุดพบว่า Wellness Economy ของไทยเติบโต 10.1% ขึ้นสู่อันดับ 7 ของโลก มูลค่าราว 1.3–1.4 ล้านล้านบาท แม้ยังไม่มีการผลักดันเต็มที่จากภาครัฐ
"คิดภาพว่าถ้ามี Board Wellness แห่งชาติ มีทุกคนมาร่วมมือกัน คาดหวังการเติบโตมากกว่านี้ 10 เท่า"
พร้อมเปรียบเทียบว่าอยากเห็น Wellness Hub Thailand ดังระดับเดียวกับแคมเปญ "Amazing Thailand" ที่ทำให้ทั่วโลกอยากมาเยือน
เสนอรัฐมอบ "Incentive" จูงใจผู้ทำประโยชน์ด้านสุขภาพ
อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญคือการให้ สิทธิประโยชน์ (Incentive) แก่บุคคล กลุ่มคน หรือบริษัทที่ลงทุนเพื่อสุขภาพ โดยยกตัวอย่างจากหลายประเทศพัฒนาแล้วที่ใช้มาตรการ ลดหย่อนภาษี หรือยกเว้นภาษี สำหรับกิจการที่ส่งเสริมสุขภาพ เช่น คลาสโยคะ จักรยาน สระว่ายน้ำ หรือการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน
"ประชาชนคนใดเอาเงินไปลงทุนกับสุขภาพตัวเอง รัฐก็ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องรักษาเยอะ รัฐจึงควรให้รางวัลกลับคืน"
ขณะเดียวกัน ยังเสนอให้มีการพิจารณาเรื่อง ภาระภาษีของธุรกิจที่ทำลายสุขภาพ ด้วย เพื่อสร้างความสมดุลของแรงจูงใจในระบบเศรษฐกิจสุขภาพด้วย.







